ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

บลูพริ้นต์ท่องเที่ยวใหม่ สี่เสาหลักสู่ประสบการณ์คุณค่าสูง

บลูพริ้นต์ท่องเที่ยวใหม่ สี่เสาหลักสู่ประสบการณ์คุณค่าสูง
ความสนใจ|เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

นิยามใหม่ของกลยุทธ์ท่องเที่ยวไทย 2570 จากปริมาณสู่คุณค่า

กลยุทธ์ท่องเที่ยวไทย 2570 คือแนวทางการปรับโครงสร้างการท่องเที่ยวจากการเน้นจำนวนผู้เดินทางสู่การสร้างท่องเที่ยวคุณค่าสูง ที่ให้ความสำคัญกับนักท่องเที่ยวพรีเมียม ประสบการณ์ที่มีความหมาย และการกระจายประโยชน์สู่พื้นที่เมืองรอง พร้อมตั้งเป้ารายได้ท่องเที่ยวโตจากคุณภาพการใช้จ่าย ระยะเวลาการพัก และความภักดีของนักท่องเที่ยว มากกว่าการเร่งปริมาณแบบเดิม เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2569 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยจัดงานแถลงแผนปฏิบัติการด้านการตลาดประจำปี 2570 ภายใต้แนวคิด The Year of Transformation ณ เวทีมวยราชดำเนิน เพื่อประกาศจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ของกลยุทธ์ท่องเที่ยวไทย 2570 เป้าหมายชัดเจนคือรายได้ท่องเที่ยวโตไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 จากปี 2569 พร้อมกระจายนักท่องเที่ยวสู่เมืองหลักและเมืองรองในสัดส่วน 60 ต่อ 40 และผลักดันดัชนีความภักดีให้ติดท็อป 3 ของเอเชีย ทิศทางนี้สะท้อนว่าประเทศไม่ได้ต้องการนักท่องเที่ยวมากขึ้นเท่านั้น แต่ต้องการนักท่องเที่ยวที่เห็นคุณค่าและกลับมาเที่ยวซ้ำ

บลูพริ้นต์ท่องเที่ยวใหม่ สี่เสาหลักสู่ประสบการณ์คุณค่าสูง

เสาหลักแรก ปรับสมดุลตลาดและนิยามใหม่ของนักท่องเที่ยวพรีเมียม

หัวใจของการพลิกเกมท่องเที่ยวคือเลิกพึ่งตลาดใดตลาดหนึ่งแล้วหันมาจัดพอร์ตตลาดให้สมดุล กลยุทธ์ Rebalance Market Portfolio กำหนดให้ปรับโครงสร้างทั้งด้านตลาด กลุ่มลูกค้า และพื้นที่ปลายทาง แยกเป็นสามกลุ่มคือ ตลาดที่ต้องรักษาการเติบโต ตลาดที่ต้องปรับเปลี่ยนสู่กลุ่มคุณภาพใหม่ และตลาดที่ต้องเร่งฟื้นฟูความเชื่อมั่น ทั้งยังวางแผนขยายฐานไปยังยุโรปตะวันออก ลาตินอเมริกา และเมืองต้นทางใหม่ในตลาดหลัก ที่น่าสนใจคือการจัดกลุ่มนักท่องเที่ยวตามพฤติกรรมเป็น Mainstream Experience High Value และ Premium Traveler เพื่อให้การตลาดยิงตรงไปยังนักท่องเที่ยวพรีเมียมที่มองหา ท่องเที่ยวคุณค่าสูง มากกว่าดีลราคาถูก พร้อมโครงการ The Link Plus ที่ตั้งเป้ากระจายรายได้สู่ 19 พื้นที่ท่องเที่ยวใหม่ และเพิ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติในพื้นที่เหล่านั้นร้อยละ 10 หากทำได้จริง ภาพการท่องเที่ยวเมืองรองจะเปลี่ยนจากทางผ่านเป็นปลายทางที่สร้างรายได้และงานอย่างมีเสถียรภาพ

บลูพริ้นต์ท่องเที่ยวใหม่ สี่เสาหลักสู่ประสบการณ์คุณค่าสูง

เสาหลักที่สองและสาม เปลี่ยนประสบการณ์ให้มีความหมายและสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่

เสาหลักที่สอง Shape Experience Platform คือการยกระดับแบรนด์ Amazing Thailand จากจุดหมายที่คุ้มค่าเงินไปสู่จุดหมายที่มีความหมาย ผ่านแนวคิด Healing is the New Luxury ที่ดึงจุดแข็งด้านสุขภาพ วัฒนธรรม อาหาร ธรรมชาติ และวิถีชีวิตมาสร้างเหตุผลใหม่ในการเดินทาง การเปิดตัวคาแรกเตอร์ น้องสุขใจ และ น้องรักยิ้ม แคมเปญ 365 ไทยเที่ยวไทย เที่ยวได้ทั้งปี และ สุขทันที ที่เที่ยวไทย เติมเมืองไทยให้ใจได้ฮีล เป็นเครื่องมือสร้างสายสัมพันธ์ระยะยาวกับนักท่องเที่ยว เสาหลักที่สาม Build New Growth Engine มุ่งเชื่อมการท่องเที่ยวเข้ากับ Life Economy ผ่านสี่เครื่องยนต์ ได้แก่ Theme Product Experience ที่นำเสนอ 9 กลุ่มประสบการณ์พร้อม Unseen Luxperience สำหรับกลุ่ม Premium Traveler Well being Tourism ที่ดันให้ประเทศกลายเป็น Global Health & Healing Destination Festival Economy ที่ต่อยอดเทศกาลท้องถิ่นสู่เวทีนานาชาติ และ Future Sustainability ที่ผลักดันพื้นที่ต้นแบบการท่องเที่ยวยั่งยืน โรงแรมคาร์บอนต่ำ และการขับเคลื่อนตามกรอบ SDG ทั้งหมดนี้ส่งสัญญาณว่าการท่องเที่ยวจะไม่ใช่แค่พักผ่อน แต่เป็นเศรษฐกิจชีวิตที่ผูกกับสุขภาพ วัฒนธรรม และความยั่งยืน

บลูพริ้นต์ท่องเที่ยวใหม่ สี่เสาหลักสู่ประสบการณ์คุณค่าสูง

เสาหลักที่สี่และเป้าหมายใหญ่ ท่องเที่ยวคุณค่าสูงในฐานะปลายทางอันดับหนึ่งของเอเชีย

เสาหลักสุดท้าย Transform Together คือการยอมรับว่าหน่วยงานเดียวไม่อาจขับเคลื่อน ททท จึงปรับบทบาทจากผู้ทำการตลาดไปเป็นตัวเชื่อมโยงทุกภาคส่วน ใช้ระบบ Tourism Value Intelligence เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก และประสานเครือข่ายสำนักงานในประเทศและต่างประเทศเข้าด้วยกัน การเตรียมตั้งสถาบันผู้นำด้านการท่องเที่ยวและยกระดับบุคลากรสะท้อนว่าความสำเร็จของกลยุทธ์ท่องเที่ยวไทย 2570 ขึ้นกับคนในระบบไม่แพ้แคมเปญ หนึ่งในคำประกาศที่ควรถูกหยิบมาอ้างอิงคือ "รายได้จากการท่องเที่ยวเติบโตไม่น้อยกว่า 5% จากปี 2569 โดยสัดส่วนการกระจายนักท่องเที่ยวระหว่างเมืองหลักและเมืองรองที่ 60 ต่อ 40 และดัชนีความภักดีของนักท่องเที่ยวติดอันดับ Top 3 ของเอเชีย" เป้าหมายสูงสุดคือการเป็น Asia’s No.1 High Value & Meaningful Destination หากทำได้สำเร็จ ภาพใหม่ของการท่องเที่ยวจะเปลี่ยนจากการแย่งจำนวนนักท่องเที่ยว ไปสู่การเป็นปลายทางที่นักเดินทางเลือกด้วยใจและกลับมาซ้ำ เพราะคุณค่าที่ได้รับมากกว่าราคา

บลูพริ้นต์ท่องเที่ยวใหม่ สี่เสาหลักสู่ประสบการณ์คุณค่าสูง

ผลกระทบต่อคนตัวเล็ก เมืองรอง และอนาคตของการเดินทาง

สำหรับคนทำธุรกิจท่องเที่ยวรายเล็กและชุมชนเมืองรอง แผนนี้เปิดโอกาสมากกว่าที่เคย ยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวเมืองรองผ่าน The Link Plus และเป้ากระจายสัดส่วน 60 ต่อ 40 หมายถึงนักท่องเที่ยวจะไม่ได้กระจุกอยู่แค่เมืองใหญ่ แต่จะถูกออกแบบประสบการณ์ให้วิ่งเข้าหาชุมชนที่มีอัตลักษณ์ชัดเจน เมื่อ Theme Experience และ Signature Destination Branding ถูกใช้กับจังหวัดอย่างเชียงราย อุบลราชธานี สงขลา ตราด และสมุทรสงคราม เมืองรองเหล่านี้มีโอกาสกลายเป็นจุดหมายหลักในสายตานักเดินทางยุคใหม่ ในมุมผู้เดินทาง การเน้นท่องเที่ยวคุณค่าสูงและการพัฒนา 9 กลุ่มประสบการณ์พร้อม Unseen Luxperience สำหรับกลุ่ม Premium Traveler จะทำให้การเดินทางหลุดจากแพ็กเกจเดิมๆ ไปสู่การออกแบบทริปที่ตอบโจทย์สุขภาพใจ สุขภาพกาย และความหมายส่วนตัว ถ้าภาครัฐและเอกชนร่วมมืออย่างต่อเนื่อง บลูพริ้นต์นี้มีศักยภาพเปลี่ยนการท่องเที่ยวให้เป็นเศรษฐกิจที่เคารพทั้งคนพื้นที่ นักท่องเที่ยว และสิ่งแวดล้อม ไม่ใช่แค่เครื่องจักรผลิตตัวเลข

บลูพริ้นต์ท่องเที่ยวใหม่ สี่เสาหลักสู่ประสบการณ์คุณค่าสูง

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!