ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

5 การตั้งค่า Android เบื้องต้นที่ควรแก้ทันทีเพื่อแบตและความปลอดภัย

5 การตั้งค่า Android เบื้องต้นที่ควรแก้ทันทีเพื่อแบตและความปลอดภัย
ความสนใจ|ทริกใช้งานมือถือ

เริ่มต้นให้ถูก: ทำไมการตั้งค่า Android เบื้องต้นสำคัญกว่าโหลดแอป

การตั้งค่า Android เบื้องต้นคือชุดการปรับค่าระบบทันทีหลังเปิดเครื่องหรือทำการแฟคทอรีรีเซ็ต เพื่อให้โทรศัพท์ปลอดภัย ประหยัดแบตเตอรี่ และทำงานตรงกับสไตล์การใช้งานของเรา การตั้งค่าเหล่านี้ครอบคลุมเรื่องความปลอดภัย Android การเชื่อมต่อ Wi Fi การกรองสายสแปม และการจัดการฟีเจอร์อย่าง NFC Android ซึ่งมีผลต่อข้อมูลส่วนตัวและประสบการณ์การใช้งานทั้งหมดของเครื่อง ถ้าเราปล่อยทุกอย่างตามดีฟอลต์ โทรศัพท์จะเปิดช่องให้เครือข่ายไม่ปลอดภัย แอปเบื้องหลัง และความเสี่ยงด้านข้อมูลโดยไม่รู้ตัว ดังนั้นการใช้เวลาไม่กี่นาทีไล่เช็กและปรับค่า คือการลงทุนเล็กน้อยที่ช่วยให้มือถืออยู่กับเราได้ยาวขึ้นและปลอดภัยกว่า

ผู้ใช้จำนวนมากเปิดเครื่องใหม่แล้วรีบต่อ Wi Fi ลงแอป และกู้ข้อมูลทันที ทั้งที่ดีฟอลต์ของ Android ยังตั้งค่าในโหมดเน้นความสะดวกมากกว่าความปลอดภัย มีแหล่งข้อมูลหนึ่งเตือนตรงไปตรงมาว่า Google ยังปล่อย Android โดยเปิดโหมดความปลอดภัยไม่เต็ม ต้องล็อกด้วยตัวเอง ถ้ามองในมุมความเห็น การไม่แตะเมนูการตั้งค่าเลย เท่ากับยอมให้เครือข่ายแปลกหน้าและแอปต่าง ๆ เข้าถึงข้อมูลก่อนที่เราจะตั้งกติกา การเริ่มจากการตั้งค่าระบบจึงทำให้โทรศัพท์ “เป็นของเรา” มากกว่าการเป็นเครื่องสำเร็จรูปจากโรงงาน และเป็นจุดตั้งต้นที่ดีกว่าทั้งด้านประหยัดแบตเตอรี่ Android และความปลอดภัย Android

เปิด NFC ให้คุ้มและปลอดภัย: ใช้จ่ายและสมาร์ทโฮมแบบไม่เสี่ยง

NFC Android เป็นฟีเจอร์ที่ทรงพลังมากกว่าที่คนส่วนใหญ่คิด ทั้งใช้จ่ายแบบไร้สัมผัส แตะการ์ดประจำตัวที่มีชิป และเชื่อมต่ออุปกรณ์สมาร์ทโฮม แต่ความเข้าใจผิดที่เจอบ่อยคือ “เปิด NFC แล้วจะโดนดูดเงินตลอดเวลา” ซึ่งไม่ตรงกับการทำงานจริง เพราะการชำระเงินต้องผ่านแอปธนาคารหรือวอลเล็ทที่ยืนยันตัวตนอีกชั้นเสมอ แหล่งข้อมูลหนึ่งอธิบายว่าบนโทรศัพท์ Realme การเปิดใช้งาน NFC ทำได้จากเมนูการตั้งค่า ไปที่ การเชื่อมต่อและการแชร์ เลื่อนลงหา NFC แล้วเปิดสวิตช์ทางขวา จากนั้นเครื่องจะแลกเปลี่ยนข้อมูลกับอุปกรณ์ที่รองรับผ่านการเชื่อมต่อแบบไร้สัมผัส และใช้สำหรับการชำระเงินหรือสแกนบัตรได้

มุมที่ควรเน้นคือการเปิด NFC อย่างมีสติ ถ้าไม่ได้ใช้จ่ายหรือแตะอุปกรณ์ใด ๆ ในชีวิตประจำวัน การปิด NFC จะช่วยลดงานเบื้องหลังและการใช้พลังงานโดยไม่จำเป็น ขณะที่แหล่งข้อมูลเดิมก็ย้ำว่าบทความให้คำแนะนำการใช้งาน NFC อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ แนวทางปฏิบัติคือ เปิด NFC เฉพาะตอนต้องแตะจ่ายหรือเชื่อมต่ออุปกรณ์ ตั้งล็อกหน้าจอที่แข็งแรง และหมั่นตรวจสิทธิ์การเข้าถึงในแอปชำระเงิน ประโยคที่ควรจดจำคือ “การเปิดใช้งาน NFC บนโทรศัพท์ Realme นั้นค่อนข้างง่าย หากโทรศัพท์รองรับคุณสมบัตินี้ เพียงไม่กี่ขั้นตอนในเมนูการตั้งค่า คุณก็สามารถเปิดใช้งาน NFC สำหรับการชำระเงินแบบไร้สัมผัส การเชื่อมต่อ หรือการตรวจสอบข้อมูลได้แล้ว”

5 การตั้งค่า Android เบื้องต้นที่ควรแก้ทันทีเพื่อแบตและความปลอดภัย

ตั้งค่าความปลอดภัย Wi‑Fi และบล็อก 2G เพื่อกันเครือข่ายหลอก

ก่อนจะปล่อยให้โทรศัพท์ใหม่ต่อ Wi Fi อัตโนมัติ การตั้งค่า Android เบื้องต้นด้านเครือข่ายเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม เพราะดีฟอลต์บางอย่างยังเปิดช่องให้เครือข่ายคุณภาพต่ำและผู้ไม่หวังดีเข้าถึงข้อมูล แหล่งข้อมูลหนึ่งระบุว่ามีตัวเลือกในระบบที่เมื่อเปิดแล้ว จะเตือนผู้ใช้หากอุปกรณ์เชื่อมต่อกับเครือข่ายที่ไม่ปลอดภัยหรือไม่มีการเข้ารหัส หรือหากเครือข่ายนั้นติดตามอุปกรณ์หรือหมายเลขของเรา นี่เป็นขั้นตอนเล็ก ๆ แต่ช่วยให้เราไม่หลงเชื่อชื่อ Wi Fi บ้าน ๆ ที่ซ่อนการดักข้อมูลไว้เบื้องหลัง

ในเมนูเดียวกันยังมีตัวเลือก Block 2G ซึ่งเมื่อเปิดแล้วโทรศัพท์จะหลีกเลี่ยงการใช้เครือข่าย 2G ที่มีความปลอดภัยหลวมและขาดการป้องกันสมัยใหม่เมื่อเทียบกับเทคโนโลยีใหม่อย่าง 4G LTE และ 5G การบล็อก 2G จึงไม่ใช่การตัดสัญญาณ แต่เป็นการบังคับให้เครื่องใช้เครือข่ายที่มีมาตรฐานความปลอดภัยสูงกว่า ความเข้าใจผิดที่พบได้คือผู้ใช้คิดว่า “สัญญาณอ่อน ๆ จาก 2G ดีตรงประหยัดแบต” ทั้งที่ความเสี่ยงด้านดักฟังและปลอมแปลงสัญญาณมีมากกว่า การตั้งค่าความปลอดภัย Wi Fi และบล็อก 2G เป็นฐานกลางของความปลอดภัย Android ที่ทำให้การใช้งานทั่วไปไม่ต่างจากเดิม แต่ปลอดภัยกว่ามาก

หยุดสายสแปมด้วยการตั้งค่าในแอปโทรศัพท์ ไม่ต้องลงแอปเพิ่ม

สแปมคอลคือปัญหาที่กินพลังงานทั้งแบตและสมอง เพราะทำให้เราต้องหยิบโทรศัพท์บ่อยและเสียเวลาไปกับสายหลอกลวง หลายคนแก้ด้วยการลงแอปป้องกันสแปม แต่มีแหล่งข้อมูลหนึ่งชี้ชัดว่าบน Android รุ่นใหม่ เราไม่จำเป็นต้องพึ่งแอปภายนอก เพราะระบบมีฟีเจอร์หลายอย่างที่ช่วยปรับประสบการณ์การโทร และผู้เขียนเปิดใช้งานเพียง 4 การตั้งค่าก็ทำให้สายสแปมแทบหยุด จุดตั้งต้นคือเมนู Caller ID และ Spam ในแอปโทรศัพท์ เปิด See Caller and spam ID เพื่อให้เครื่องตรวจสอบหมายเลขที่โทรเข้าเทียบกับฐานข้อมูล และแจ้งเตือนหากพบว่าเป็นสแปม

อย่างไรก็ตาม การตั้งค่านี้มีความเข้าใจผิดหนึ่งที่ต้องเคลียร์คือ “หมายเลขที่ไม่ระบุตัวตน” ไม่ได้หมายถึงเบอร์ที่เราไม่ได้บันทึกไว้ แต่หมายถึงเบอร์ที่ไม่ปรากฏบนระบบ Caller ID ของผู้ให้บริการ ดังนั้นการเปิดดูข้อมูลผู้โทรและสแปม ID ไม่ได้ทำให้ทุกสายจากคนแปลกหน้าถูกมองว่าเป็นสแปมโดยอัตโนมัติ หากต้องการให้ระบบช่วยคัดกรองมากขึ้น ให้เปิด Filter spam calls ในเมนูเดียวกัน ซึ่งจะให้โทรศัพท์ตรวจสอบหมายเลขที่ไม่อยู่ในรายชื่อเราเทียบกับฐานข้อมูลและกรองสายสแปมก่อนขึ้นหน้าจอ การใช้ฟีเจอร์ในเครื่องจึงเป็นทางออกที่สะอาดกว่า ไม่ต้องเพิ่มแอปที่อาจดึงข้อมูลไปใช้ต่อ

5 การตั้งค่า Android เบื้องต้นที่ควรแก้ทันทีเพื่อแบตและความปลอดภัย

สำรวจฟีเจอร์ความปลอดภัย Android: ล็อกเครื่องจากขโมยแต่ไม่ทำให้ใช้ยาก

เมื่อเรื่องเครือข่ายและสายโทรถูกจัดการแล้ว ขั้นต่อไปของการตั้งค่า Android เบื้องต้นคือการเปิดใช้ฟีเจอร์ความปลอดภัยที่ออกแบบมาเพื่อการปกป้องจากการโจรกรรมและการสูญหาย แหล่งข้อมูลหนึ่งยกฟีเจอร์ที่ชื่อ Theft Protection เป็นตัวอย่างสำคัญ โดยอธิบายว่ามันจะล็อกอุปกรณ์ Android โดยอัตโนมัติเมื่ออัลกอริทึมตรวจพบการเคลื่อนไหวผิดปกติ เช่นมีคนหยิบเครื่องแล้ววิ่งหนี และแนะนำให้เปิด Theft Detection Lock จากเมนูการตั้งค่าความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวในหัวข้อ Lost device protection ในมุมความเห็น ฟีเจอร์นี้เป็นการประนีประนอมระหว่างความสะดวกและความปลอดภัย เพราะในชีวิตปกติเราใช้ได้ตามเดิม แต่ถ้าเครื่องถูกดึงออกจากมือ ระบบจะสั่งล็อกทันที

ยังมี Offline Device Lock ซึ่งเมื่อตั้งค่าแล้วจะล็อกอุปกรณ์โดยอัตโนมัติเมื่อเครื่องออฟไลน์ และต้องใส่รหัสผ่านหรือ PIN เพื่อเข้าเครื่อง โดยจะไม่ใช้การปลดล็อกด้วยไบโอเมตริกส์ ฟีเจอร์นี้เป็นชั้นป้องกันเพิ่มในกรณีที่คนร้ายปิดสัญญาณเพื่อกันการติดตาม ส่วน Remote Lock ก็ทำให้เราสามารถล็อกอุปกรณ์จากเว็บเบราว์เซอร์เครื่องอื่นได้ผ่านหน้าเว็บที่กำหนด ผู้เขียนจากแหล่งข้อมูลเดียวกันย้ำว่าเครื่องมือเหล่านี้เมื่อใช้ร่วมกันจะช่วยเพิ่มการป้องกันความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวบน Android ข้อสังเกตคือฟีเจอร์บางอย่างอาจไม่เปิดมาให้โดยอัตโนมัติ หรือไม่รองรับบนทุกรุ่นและเวอร์ชันของซอฟต์แวร์ จึงจำเป็นต้องเข้าไปตรวจสอบด้วยตัวเองแทนที่จะเชื่อว่าระบบตั้งให้ครบแล้ว

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!