ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

จากโลว์ซีซั่นสู่โลว์คาร์บอน แผนใหม่ของการท่องเที่ยวสีเขียว

จากโลว์ซีซั่นสู่โลว์คาร์บอน แผนใหม่ของการท่องเที่ยวสีเขียว
ความสนใจ|เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำคืออะไร และเหตุใดจึงเป็นเกมใหม่ของอุตสาหกรรม

ท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ คือแนวทางการเดินทางและใช้ชีวิตระหว่างท่องเที่ยวที่มุ่งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกผ่านการเลือกวิธีเดินทาง การใช้พลังงาน น้ำ และทรัพยากรอย่างมีสติ รวมถึงการสนับสนุนสถานที่ท่องเที่ยวยั่งยืนที่บริหารจัดการขยะและสิ่งแวดล้อมอย่างรับผิดชอบ เพื่อให้การท่องเที่ยวสีเขียวเดินหน้าได้ต่อเนื่องโดยไม่ทำลายระบบนิเวศและชุมชนผู้คนที่รองรับการท่องเที่ยว กรมการท่องเที่ยวตัดสินใจเปิดหน้าลุยเกมนี้เต็มตัวด้วยโครงการส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ พร้อมงานแถลงข่าวเปิดตัวเส้นทาง DOT Green Journey เมื่อปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา เพื่อประกาศชัดว่า การเที่ยวจะต้องเดินคู่กับการช่วยโลก ไม่ใช่ทางเลือกเสริมอีกต่อไป นี่ไม่ใช่การปรับภาพลักษณ์แบบผิวเผิน แต่เป็นการกำหนดมาตรฐานใหม่ให้ทั้งนักเดินทางและผู้ประกอบการต้องคิดถึงรอยเท้าคาร์บอนทุกครั้งที่ออกเดินทาง

จาก 100 แห่งสู่ 5 เส้นทางคาร์บอนต่ำ การสร้างมาตรฐานก่อนสร้างแบรนด์

สิ่งที่น่าสนใจที่สุดใน DOT Green Journey ไม่ใช่เพียงการเปิดเส้นทางใหม่ แต่คือการลงมือเก็บข้อมูลและยกระดับมาตรฐานอย่างเป็นระบบ กรมการท่องเที่ยวลงพื้นที่ตรวจประเมินสถานประกอบการ หน่วยงาน และชุมชนกว่า 100 แห่งทั่วประเทศ และพบว่ามากกว่า 90% ผ่านเกณฑ์การประเมิน ตัวเลขนี้สะท้อนว่าแวดวงท่องเที่ยวพร้อมจะปรับตัวมากกว่าที่คิด ไม่ได้ดื้อกับความเปลี่ยนแปลง จากการประเมินภาคสนาม องค์ความรู้ถูกนำมาต่อยอดเป็นต้นแบบเส้นทางท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ 5 เส้นทาง ครอบคลุม 10 จังหวัด ตั้งแต่กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ ชลบุรี ระยอง สระบุรี นครราชสีมา น่าน แพร่ ตรัง ไปถึงพัทลุง นี่คือการประกาศว่าการท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำไม่จำกัดอยู่ในพื้นที่อนุรักษ์ไกลตัว แต่สามารถเกิดได้ทั้งในเมืองใหญ่และเมืองรอง และแต่ละพื้นที่สามารถใช้จุดแข็งและอัตลักษณ์ของตนเองมาเล่าเรื่องใหม่ของการท่องเที่ยวสีเขียวได้

เกาะพะงัน โมเดลสโลว์ไลฟ์ โลว์ซีซั่น ที่ตอบโจทย์ท่องเที่ยวสีเขียว

หาก DOT Green Journey คือกรอบใหญ่ เกาะพะงันก็เป็นตัวอย่างเนื้อหาจริงที่แสดงให้เห็นว่าท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำไม่จำเป็นต้องเงียบเหงา แต่สามารถสร้างพลังใหม่ให้ทั้งคนเมืองและชุมชน โครงการ “พะงันพำนัก Low Season, High Energy” เชิญคนเมือง 5 คน ต่างสาขาอาชีพไปใช้ชีวิต 6 คืน 7 วันบนเกาะพะงัน ทั้งทำงานแบบ Work from Anywhere เล่นน้ำ เที่ยวธรรมชาติ และสัมผัสวัฒนธรรมพื้นถิ่นอย่างใกล้ชิด แนวคิดนี้หันหลังให้โมเดลท่องเที่ยวปริมาณสูง แล้วหันมาจับกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพที่สนใจ Wellbeing ธรรมชาติ และการพักระยะยาวแทน โลว์ซีซั่นที่เคยถูกมองว่าเป็นช่วงเงียบจึงถูกตีความใหม่ให้กลายเป็นเวลาพักฟื้นทั้งสำหรับนักเดินทางที่หมดไฟและระบบนิเวศที่ได้หายใจ เกาะพะงันจึงไม่ใช่แค่จุดปาร์ตี้ริมหาด แต่คือ “สวรรค์กลางอ่าวไทยที่เยียวยาความอ่อนล้าของคนเมือง” ตามคำบรรยายในโครงการ

จากโลว์ซีซั่นสู่โลว์คาร์บอน แผนใหม่ของการท่องเที่ยวสีเขียว

เมื่อการเที่ยวและการช่วยโลกเดินไปพร้อมกัน ผลกระทบต่อชีวิตนักเดินทาง

สิ่งที่โครงการท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำกำลังบอกกับนักเดินทางคือ การช่วยโลกไม่จำเป็นต้องหยุดเที่ยว แต่ต้องเปลี่ยนวิธีเที่ยวให้มีคุณค่ามากขึ้น หัวใจของ Low Carbon Tourism คือการทำให้คำว่าเที่ยวและคำว่าช่วยโลกเกิดขึ้นพร้อมกัน นักท่องเที่ยวเริ่มได้จากเรื่องง่ายมาก ตั้งแต่เลือกการเดินทางที่ลดการปล่อยคาร์บอน ใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า และสนับสนุนสินค้าและบริการจากชุมชนที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม ในทางปฏิบัติ แนวคิดนี้ถูกแปลงเป็นประสบการณ์จริง เช่น กิจกรรมล่องเรือในแม่น้ำเจ้าพระยาด้วยเรือไฟฟ้า EV ที่ผสมการเดินทางในเมืองกับการลดการปล่อยคาร์บอนในคราวเดียว หรือบนเกาะพะงันที่กิจกรรมเที่ยวป่า เล่นน้ำตก ฟังเพลงเห่เรือ กินอาหารพื้นบ้าน และเยี่ยมสวนผลไม้ออร์แกนิคทำให้การใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวไหลกลับสู่ชุมชนมากขึ้น พร้อมทั้งสร้างความผูกพันกับพื้นที่ผ่านวัฒนธรรมท้องถิ่น เมื่อประสบการณ์แบบนี้กลายเป็นเรื่องปกติ นักเดินทางทั่วไปจะค่อย ๆ เห็นว่าการท่องเที่ยวสีเขียวไม่ได้ลดความสนุก แต่เพิ่มความหมายให้ทุกทริป

จากโลว์ซีซั่นสู่โลว์คาร์บอน แผนใหม่ของการท่องเที่ยวสีเขียว

อนาคตของสถานที่ท่องเที่ยวยั่งยืน อยู่ที่การต่อยอดและความร่วมมือ

โครงการ DOT Green Journey จะไม่ยั่งยืนหากเป็นเพียงแคมเปญชั่วคราว ประเด็นสำคัญที่กรมการท่องเที่ยวพูดชัดคือการนำผลการประเมินจากกว่า 100 แห่งและองค์ความรู้ไปต่อยอดเป็นต้นแบบเส้นทางท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ เพื่อให้ผู้ประกอบการและชุมชนสามารถหยิบไปปรับใช้ตามบริบทของตนเอง สร้างระบบนิเวศการท่องเที่ยวที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมตลอดห่วงโซ่ ฝั่งเกาะพะงันเองก็มีแผนคล้ายกัน คือการนำโมเดลกิจกรรมและการเรียนรู้จากโครงการพะงันพำนักไปต่อยอดให้แต่ละโรงแรมพัฒนาสินค้าและแพ็กเกจใหม่ที่ตอบโจทย์คนไทย เปิดตลาดนักท่องเที่ยวไทยให้กว้างขึ้น และสานต่อกิจกรรมต่าง ๆ ในระยะยาว เมื่อฝั่งนโยบายระดับชาติและฝั่งพื้นที่ปลายทางคิดไปในทิศทางเดียวกัน โอกาสที่สถานที่ท่องเที่ยวยั่งยืนจะกลายเป็นมาตรฐานกลางของอุตสาหกรรมจึงสูงขึ้นมาก การท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำจึงมีแนวโน้มจะเปลี่ยนจากคำใหม่บนเวทีสัมมนาไปเป็นพฤติกรรมจริงของนักเดินทางรุ่นต่อไป

จากโลว์ซีซั่นสู่โลว์คาร์บอน แผนใหม่ของการท่องเที่ยวสีเขียว

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม บทความนี้สร้างขึ้นด้วย AI จากแหล่งข้อมูลที่เผยแพร่และข้อมูลสินค้า

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!