ทำไม Prolight + Sound Bangkok จึงเป็นจุดเปลี่ยนของเทคโนโลยีบันเทิงอาเซียน
Prolight + Sound Bangkok คือ งานแสดงสินค้า Bangkok ด้านเทคโนโลยีบันเทิงระดับนานาชาติ ที่รวบรวมผู้ผลิต ผู้จัดจำหน่าย ผู้เชี่ยวชาญ และผู้ซื้อจากหลายประเทศ เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ เทคโนโลยี และโซลูชันด้านเสียง แสง ภาพ เวที ดนตรี และระบบ AV ภายในงานเดียว เน้นการเชื่อมโยงธุรกิจและบุคลากรมืออาชีพในอุตสาหกรรมบันเทิงและอีเวนต์ เพื่อผลักดันให้ภูมิภาคอาเซียนยกระดับมาตรฐานการผลิตงานแสดงและงานสดด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ หัวใจสำคัญของงานนี้ไม่ใช่แค่การนำเครื่องมือมาให้ดู แต่คือการประกาศบทบาทใหม่ของกรุงเทพฯในฐานะศูนย์รวมเทคโนโลยีบันเทิงของภูมิภาค เมื่อ Prolight + Sound Bangkok 2026 จัดขึ้นครั้งแรกระหว่างวันที่ 30 กันยายน – 2 ตุลาคม 2569 ณ ไบเทค กรุงเทพฯ นี่คือการเปิดตัวแพลตฟอร์ม Prolight + Sound ครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ตั้งใจจะเชื่อมโลกของ Entertainment Technology เข้ากับตลาดอาเซียนอย่างเป็นระบบ

ตัวเลขที่บอกว่าเวทีนี้เกิดมาเพื่อเป็นจุดรวมของผู้เล่นระดับภูมิภาค
หากดูจากตัวเลข Prolight + Sound Bangkok 2026 ไม่ใช่งานสเกลเล็กที่จัดทดลอง แต่เป็นเวทีการค้าที่ตั้งใจวางตำแหน่งกรุงเทพฯให้เป็นจุดนัดพบของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีบันเทิงในอาเซียน งานครั้งแรกนี้รวบรวมผู้แสดงสินค้าและแบรนด์กว่า 160 ราย จาก 9 ประเทศและภูมิภาค ได้แก่ จีน ฝรั่งเศส ฮ่องกง อินเดีย มาเลเซีย สิงคโปร์ สวิตเซอร์แลนด์ ไทย และสหราชอาณาจักร พร้อมคาดการณ์ผู้เข้าชมงานกลุ่มการค้ากว่า 5,000 รายตลอด 3 วัน โครงสร้างงานถูกออกแบบให้เป็นแพลตฟอร์มธุรกิจเต็มรูปแบบ เชื่อมโยงผู้ผลิต เจ้าของเทคโนโลยี ผู้จัดจำหน่าย ผู้ซื้อ และผู้เชี่ยวชาญจากตลาดอาเซียนและตลาดโลกไว้ในพื้นที่เดียวกัน สิ่งนี้สะท้อนชัดว่าเป้าหมายไม่ได้หยุดแค่การจัดแสดง แต่ต้องการสร้างเครือข่ายเชิงลึก เพื่อผลักดันอุตสาหกรรมบันเทิงและอีเวนต์ของภูมิภาคให้เติบโตบนฐานความร่วมมือระยะยาว

มากกว่างานแสดงสินค้า คือพื้นที่เชื่อมคน ความรู้ และธุรกิจ
จุดแข็งที่ทำให้ Prolight + Sound Bangkok น่าจับตา คือการออกแบบให้เป็นพื้นที่เรียนรู้และต่อยอดธุรกิจ ไม่ใช่แค่ฮอลล์วางเครื่องเสียงและไฟสวยๆ ภายในงานครอบคลุมนวัตกรรมตั้งแต่ Professional Audio, Professional Lighting, Professional AV, Stage Machinery ไปจนถึง Musical Instruments & Gear พร้อมการสาธิตเทคโนโลยีและโซลูชันเพื่อการใช้งานจริง ผู้จัดงาน เจ้าของสถานที่ System Integrator ทีมโปรดักชัน ผู้เชี่ยวชาญด้านแสง สี เสียง รวมถึงธุรกิจที่ต้องการสร้างประสบการณ์ใหม่ ล้วนมีพื้นที่ให้ค้นหาแนวคิดและโซลูชันที่เหมาะกับตนเอง อีกหนึ่งหัวใจสำคัญคือ Fringe Programme ที่รวบรวมผู้เชี่ยวชาญ สมาคม ภาคการศึกษา และผู้นำในอุตสาหกรรม มาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับเทคโนโลยี ธุรกิจ และอนาคตของ Entertainment Industry นี่คือจุดที่คนทำงานหน้างานและผู้กำหนดทิศทางอุตสาหกรรมมานั่งคุยโต๊ะเดียวกัน เพื่อหาคำตอบร่วมกันว่าอนาคตของเทคโนโลยีบันเทิงควรเดินไปทางไหน

เชื่อมเครือข่ายอาเซียน ยกระดับอีเวนต์และงานสดทั้งภูมิภาค
เมื่อโลกบันเทิงเคลื่อนสู่รูปแบบ Immersive Experience เทคโนโลยีบันเทิงไม่ใช่แค่เครื่องมือ แต่มาเป็นยุทธศาสตร์การแข่งขันของเมืองและผู้จัดงาน Prolight + Sound Bangkok วางตัวเองเป็นสะพานเชื่อมเครือข่ายอาเซียนผ่านกิจกรรมอย่าง ASEAN Pro AVL Friendship Meeting ที่เชื่อมโยงสมาคมและผู้ประกอบการจากหลายประเทศในภูมิภาค เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลตลาด สร้างเครือข่าย และต่อยอดความร่วมมือทางธุรกิจข้ามประเทศ คำกล่าวของรองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยที่ว่า “อุตสาหกรรมอีเวนต์ การแสดง และความบันเทิง เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของการท่องเที่ยวไทย และมีบทบาทในการสร้างรายได้และโอกาสทางเศรษฐกิจ” สะท้อนชัดว่าการยกระดับเทคโนโลยีบันเทิงไม่ใช่เรื่องเฉพาะของผู้รับเหมาแสงเสียง แต่เกี่ยวข้องกับภาพรวมเศรษฐกิจและบทบาทของเมืองในฐานะ Festival Destination ในภาพรวม งานนี้จึงเป็นแรงส่งให้ภูมิภาคเดินหน้าใช้เทคโนโลยีเพื่อสร้างงานสดที่มีมาตรฐานใกล้เคียงเวทีระดับโลก

ใครควรไปงานนี้ และควรไปด้วยเป้าหมายอะไร
สำหรับคนทำงานด้านบันเทิงและอีเวนต์ในอาเซียน Prolight + Sound Bangkok 2026 คือโอกาสตรงในการอัปเดตเทคโนโลยี ค้นหาแนวคิดใหม่ พบพันธมิตร และมองเห็นโอกาสทางธุรกิจใหม่ของอุตสาหกรรมในภูมิภาค กลุ่มที่น่าจะได้ประโยชน์ชัดเจน ได้แก่ ผู้จัดงานเจ้าของเฟสติวัล ผู้บริหารฮอลล์และสถานที่จัดงาน ทีม Production House บริษัท System Integrator สตูดิโอดนตรี ไปจนถึงมืออาชีพด้านแสง เสียง ภาพ ที่อยากอัปสกิลตามเทรนด์โลก งานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 30 กันยายน – 2 ตุลาคม 2569 ที่ไบเทค กรุงเทพฯ เข้าชมงานฟรี คำแนะนำคืออย่าเดินงานแบบไร้แผน แต่ควรกำหนดเป้าหมายชัด เช่นมองหาเทคโนโลยีเฉพาะด้านที่ขาดอยู่ในโปรเจกต์ของตน ตั้งใจสร้างพันธมิตรข้ามประเทศ หรือเข้าฟังเซสชันที่เกี่ยวกับการพัฒนาอุตสาหกรรมในภูมิภาค เพราะนี่คือเวทีที่รวมทั้งเทคโนโลยี คน และวิสัยทัศน์อนาคตไว้ครบในสามวัน







