การศึกษาสร้างสรรค์ดิจิทัลยุคใหม่ คืออะไร และทำไมเครือข่ายระดับโลกจึงสำคัญ
การศึกษาสร้างสรรค์ดิจิทัล คือการจัดการเรียนรู้ที่ผสมผสานศิลปะ การเล่าเรื่อง เทคโนโลยีภาพและเสียง รวมถึงข้อมูลและการออกแบบเชิงโต้ตอบ เพื่อเตรียมผู้เรียนให้สร้างสรรค์เนื้อหาบนแพลตฟอร์มดิจิทัลหลากรูปแบบ ทั้งภาพยนตร์ เกม สื่อออนไลน์ และประสบการณ์ดิจิทัลรูปแบบใหม่ โดยเน้นให้เข้าใจกระบวนการผลิตจริงและมาตรฐานอุตสาหกรรม ไม่ใช่เพียงทฤษฎีในตำรา
การที่คณะดิจิทัลมีเดียและศิลปะภาพยนตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ได้รับการแต่งตั้งเป็น Dolby Creator Lab Affiliate เข้าร่วมเครือข่ายสถาบันอุดมศึกษานานาชาติที่ทำงานร่วมกับ Dolby Laboratories โดยตรง ไม่ได้เป็นเพียงข่าวดีของสถาบันเดียว แต่คือสัญญาณชัดเจนว่าห้องเรียนด้านเทคโนโลยีภาพยนตร์เอเชียกำลังขยับเข้าใกล้มาตรฐานสากร การมีที่นั่งในเครือข่ายมหาวิทยาลัยระดับโลกเช่นนี้ หมายถึงการต่อสายตรงจากชั้นเรียนไปยังห้องปฏิบัติการผู้สร้างสรรค์ที่พัฒนาเทคโนโลยีการเล่าเรื่องภาพและเสียงของโลก

จากห้องเรียนสู่ห้องปฏิบัติการผู้สร้างสรรค์: เหตุผลที่การเข้าร่วม Dolby Creator Lab สำคัญ
หัวใจของข่าวนี้ไม่ใช่เพียงตำแหน่ง Dolby Creator Lab Affiliate แต่คือการที่อาจารย์และนักศึกษาจะได้เข้าถึงทรัพยากรการอบรมด้าน Dolby Vision และ Dolby Atmos การสนับสนุนด้านหลักสูตร ตลอดจนเครือข่ายนักการศึกษาและผู้เชี่ยวชาญด้านความคิดสร้างสรรค์ระดับโลก ซึ่งคือโครงสร้างเดียวกับที่สถาบันพันธมิตรชั้นนำของโลกใช้ การเรียนรู้จึงไม่หยุดอยู่ที่ห้องแล็บมหาวิทยาลัย แต่เชื่อมโยงกับห้องปฏิบัติการผู้สร้างสรรค์ของบริษัทเทคโนโลยีเสียงและภาพระดับโลกโดยตรง
สิ่งนี้สะท้อนแนวโน้มการศึกษาที่ผนวกรวมกับภาคอุตสาหกรรมโดยตรง ตำราที่ล้าหลังเทคโนโลยีครึ่งเล่มอย่างที่ดร.พีรชัย เกิดสินธุ์เตือน จึงถูกแทนที่ด้วยการลงมือทำงานบนมาตรฐาน HDR และระบบเสียงสมจริงแบบเดียวกับมืออาชีพ การอบรมเชิงปฏิบัติการ “Unfold the Power of Images: Visual Storytelling in HDR” ที่มีผู้เชี่ยวชาญจาก Dolby และ Matthias Bolliger นำทีม คือสัญลักษณ์ของการเปลี่ยนห้องเรียนให้กลายเป็นสนามทดลองการเล่าเรื่องด้วยเทคโนโลยีจริง

HDR และเสียงสมจริงไม่ใช่แค่เทคนิค แต่คือภาษาการเล่าเรื่องรุ่นใหม่
การมอง High Dynamic Range ว่าเป็นเพียงสเปกเทคนิค คือการมองข้ามศักยภาพของมันในฐานะภาษาใหม่ของการเล่าเรื่อง ความร่วมมือครั้งนี้จึงตั้งต้นด้วยแนวคิดว่า HDR เป็นเครื่องมือการเล่าเรื่องไม่ใช่แค่ข้อกำหนดทางเทคนิค เมื่อรวมกับ Dolby Vision และระบบเสียงสมจริงแบบ immersive audio การออกแบบภาพ แสง สี และเสียงจึงกลายเป็นชุดภาษาที่ผู้สร้างต้องใช้เพื่อพาผู้ชมเข้าไปอยู่ในโลกของเรื่องเล่าอย่างลึกกว่าเดิม
การนำเทคโนโลยีเหล่านี้เข้าสู่การเรียนการสอนสำหรับผู้สร้างภาพยนตร์ ผู้ตัดต่อ ผู้ปรับสีภาพ และนักออกแบบเสียง คือการขยับเพดานความคาดหวังของทั้งสถาบันและอุตสาหกรรม ถ้านักศึกษาคุ้นมือกับเครื่องมือเดียวกับในสตูดิโอระดับสากลตั้งแต่ยังเรียนอยู่ เครือข่ายมหาวิทยาลัยระดับโลกที่เชื่อมโยงกันผ่าน Dolby Creator Lab ก็จะกลายเป็นพื้นที่ที่มาตรฐานเทคโนโลยีภาพยนตร์เอเชียไม่จำเป็นต้องตามหลัง แต่สามารถกำหนดภาษาการเล่าเรื่องของตัวเองบนมาตรฐานเดียวกัน

ยุทธศาสตร์เครือข่ายมหาวิทยาลัยระดับโลก และความได้เปรียบระยะยาวของผู้เรียน
การเข้าร่วมเครือข่ายสถาบันอุดมศึกษานานาชาติที่ทำงานร่วมกับ Dolby Laboratories โดยตรง ไม่ได้จบที่การติดโลโก้บนเว็บไซต์ แต่คือยุทธศาสตร์ยาวของมหาวิทยาลัยกรุงเทพที่ประกาศชัดว่าจะขยายความร่วมมือสู่การพัฒนาหลักสูตรและการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้อย่างต่อเนื่องกับเครือข่ายการศึกษาของ Dolby เพื่อขยายองค์ความรู้ด้าน Dolby Vision และ Dolby Atmos สู่หลักสูตรด้านภาพยนตร์ สื่อ และเกมของคณะดิจิทัลมีเดียและศิลปะภาพยนตร์ต่อไป
มุมมองนี้สอดคล้องกับคำกล่าวของ Glenn Kiser ที่มองว่าการให้นักศึกษาเข้าถึงกระบวนการทำงานด้าน Dolby Vision และ Dolby Atmos แบบเดียวกับอุตสาหกรรม จะช่วยเชื่อมช่องว่างระหว่างห้องเรียนกับการปฏิบัติงานสร้างสรรค์ระดับมืออาชีพ หากเครือข่ายนี้เติบโตต่อไป ผู้เรียนในภูมิภาคที่เคยเป็นเพียงผู้ใช้เทคโนโลยีจากต่างประเทศ จะเริ่มมีบทบาทเป็นผู้ร่วมออกแบบประสบการณ์ภาพและเสียงระดับโลกผ่านห้องปฏิบัติการผู้สร้างสรรค์ที่อยู่ใกล้กว่าที่คิด







