ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

กรุงเทพฯ กำลังกลายเป็นเมืองหลวงนาฬิกาหรูของโลกอย่างไร

กรุงเทพฯ กำลังกลายเป็นเมืองหลวงนาฬิกาหรูของโลกอย่างไร
ความสนใจ|เทรนด์แฟชั่น

Bangkok Watch Week ไม่ใช่งานแฟร์ แต่คือคำประกาศของเมือง

Bangkok Watch Week คือเทศกาลนาฬิกาหรูระดับโลกที่จัดขึ้นในกรุงเทพฯ โดยศูนย์การค้าลักชัวรีอย่างสยามพารากอน เพื่อรวบรวมแบรนด์นาฬิกาชั้นนำจากต่างแดน นักสะสมกำลังซื้อสูง และผู้เชี่ยวชาญด้านศาสตร์เรือนเวลาเข้ามาอยู่ในพื้นที่เดียวกัน สร้างทั้งการซื้อขาย การเรียนรู้ และวัฒนธรรมการเก็บสะสมนาฬิกาในระดับนานาชาติ หัวใจของข่าวนี้คือการที่สยามพารากอนเดินหน้าจัดงาน Siam Paragon Bangkok Watch Week ต่อเนื่องเป็นปีที่สอง และใช้ปีนี้เป็นจุดกระโดดจากงานนาฬิกาใหญ่ระดับภูมิภาค ไปสู่การประกาศบทบาทของกรุงเทพฯ ว่าเป็น Global Watch Destination อย่างเต็มตัว งานจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 22–27 กันยายน 2569 ณ สยามพารากอน ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงปฏิทินงานแฟร์ แต่เป็นการวางหมุดหมายให้เมืองถูกจดจำในฐานะกรุงเทพฯ luxury destination ของคอมมูนิตี้นาฬิกาหรูระดับโลก การตัดสินใจยกระดับเช่นนี้สะท้อนวิสัยทัศน์ว่าอนาคตของลักชัวรีไม่ใช่แค่การขายของ แต่คือการสร้างวัฒนธรรมร่วมที่ดึงคนตรงกลุ่มเป้าหมายให้เดินทางมาหาเมืองด้วยตัวเอง

45 แบรนด์นาฬิกาหรูระดับโลก และ 200 เรือนเวลาใหม่คือสัญญาณอะไร

จุดที่ทำให้ Bangkok Watch Week ปีนี้ต่างออกไปอย่างชัดเจนคือขนาดและคุณภาพของผู้เล่นในงาน สยามพารากอนระบุว่าปีนี้ผนึกกำลังแบรนด์นาฬิกาหรูระดับโลกและผู้ผลิตอิสระรวมกว่า 45 แบรนด์ เพิ่มขึ้นมากกว่าเท่าตัวจากปีที่ผ่านมา นำ Novelties กว่า 200 เรือน มูลค่าหลายร้อยล้านบาทมาจัดแสดงในประเทศไทย ซึ่งเป็นตัวเลขที่บอกได้ชัดว่าคอมมูนิตี้นาฬิกาหรูเริ่มมองกรุงเทพฯ เป็นตลาดหลัก ไม่ใช่แค่ปลายทางท่องเที่ยว คำกล่าวอ้างอิงที่น่าสนใจจากฝั่งผู้จัดคือ “รวมกว่า 45 แบรนด์ เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวจากปีแรก ขนทัพเรือนเวลารุ่นใหม่ล่าสุดกว่า 200 เรือน มูลค่ารวมหลายร้อยล้านบาท มาจัดแสดงในประเทศไทย” ซึ่งสะท้อนแรงดึงดูดที่แบรนด์ยอมเอาเรือนเวลาระดับมาสเตอร์พีซมาตั้งฐานในเมืองนี้ ไฮไลต์อย่างการเปิดตัวคอลเลกชัน Knights of the Roundtable จาก Roger Dubuis ครั้งแรกในโลก และการเปิดตัว Universal Genève ครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ยิ่งตอกย้ำว่ากรุงเทพฯถูกยกระดับขึ้นไปอยู่ในแผนที่เมืองนาฬิกาหรูระดับโลกอย่างเต็มตัว

จากศูนย์การค้าลักชัวรีสู่แพลตฟอร์มวัฒนธรรมการเก็บสะสมนาฬิกา

สิ่งที่น่าสังเกตคือบทบาทใหม่ของสยามพารากอนในฐานะโครงสร้างพื้นฐานของตลาดลักชัวรี สถานที่ที่เคยถูกมองว่าเป็นศูนย์การค้าหรู กำลังถูกปรับบทบาทเป็นแพลตฟอร์มที่เชื่อมโยงแบรนด์ นักสะสม ผู้เชี่ยวชาญ และคอมมูนิตี้นาฬิกาเข้าด้วยกัน จุดนี้สำคัญต่อกรุงเทพฯ luxury destination เพราะเมืองที่เป็นฮับลักชัวรีระดับโลกต้องมีมากกว่าร้านค้า ต้องมีพื้นที่สำหรับวัฒนธรรมและความรู้ ในงานปีนี้ จึงไม่ใช่แค่ The Exhibition ที่รวบรวมรุ่นใหม่ ลิมิเต็ดเอดิชัน และเรือนเวลาซับซ้อนให้คนทั่วไปและนักสะสมได้สัมผัสใกล้ชิดเท่านั้น แต่ยังมี The Experience ที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสงานฝีมือและนวัตกรรมอย่างจริงจัง ยุทธศาสตร์เช่นนี้ทำให้การเก็บสะสมนาฬิกาหรูระดับโลกไม่ใช่กิจกรรมเฉพาะของคนวงใน แต่เริ่มเป็นวัฒนธรรมร่วมที่คนเมืองและนักท่องเที่ยวสามารถเข้าถึงและเรียนรู้ได้ การเปลี่ยนศูนย์การค้าลักชัวรีให้กลายเป็นพื้นที่วัฒนธรรมจึงเป็นก้าวสำคัญในการสร้างความยั่งยืนให้ตลาดลักชัวรีในเมือง

Watch Culture และการดึงดูดนักสะสมกำลังซื้อสูงสู่กรุงเทพฯ

หากดูให้ลึก จะเห็นว่าผู้จัดงานใช้ Watch Culture เป็นเครื่องมือหลักในการดึงดูดกลุ่มนักสะสมและนักท่องเที่ยวกำลังซื้อสูงเข้าสู่เมือง โดยตั้งใจให้ Bangkok Watch Week เป็นแพลตฟอร์มเชื่อมโยงคอมมูนิตี้นักสะสม ผู้เชี่ยวชาญ และแบรนด์ผู้สร้างสรรค์ เพื่อสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจและภาพลักษณ์การท่องเที่ยวเชิงลักชัวรีของไทย เมืองนาฬิกาหรูระดับโลกอย่างเจนีวาหรือซูริกก็เติบโตด้วยวัฒนธรรมและชุมชนที่แข็งแรง กรุงเทพฯกำลังเดินเส้นทางเดียวกัน แต่ปรับให้เข้ากับบริบทของเมืองใหญ่ในเอเชียที่คนหลากหลายเดินทางมาพักผ่อนและจับจ่าย The Symposium คืออีกคำตอบสำคัญ ปีนี้ถูกขยายเป็น 18 เซสชัน เปิดเวทีให้ผู้บริหารแบรนด์และผู้ทรงอิทธิพลด้านนาฬิกาอย่าง Georges Kern จาก Breitling และ Emmanuel Breguet จาก Breguet ร่วมพูดคุยเรื่องทิศทางอุตสาหกรรม มรดกแบรนด์ และอนาคตของ Watch Culture การมีเสียงจากคนระดับนี้ในกรุงเทพฯคือสัญญาณว่าพวกเขากำลังมองเมืองนี้อยู่ในระดับเดียวกับเมืองนาฬิกาหรูที่อยู่ในปฏิทินงานชั้นนำทั่วโลก

FHH Academy และอนาคตของกรุงเทพฯในสายศาสตร์เรือนเวลา

อีกมิติที่ทำให้ Bangkok Watch Week ต่างจากงานลักชัวรีทั่วไปคือการนำมิติการศึกษาเข้ามาอย่างจริงจัง สยามพารากอนขยายความร่วมมือกับ Fondation Haute Horlogerie จัด The Symposium และเปิด Academy Lounge ของ FHH Academy เป็นครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เปิดโอกาสให้ผู้สนใจ นักสะสม และผู้ประกอบการเข้าถึงองค์ความรู้ด้าน Haute Horlogerie รวมถึงเตรียมความพร้อมสำหรับการทดสอบ FHH Certification ซึ่งเป็นการรับรองมาตรฐานความรู้ด้านศาสตร์เรือนเวลาในระดับสากล นี่คือหมากที่วางระยะยาว เพราะเมืองที่จะเป็น Global Watch Destination ได้อย่างแท้จริง ไม่ใช่แค่มีผู้ซื้อกำลังซื้อสูง แต่ต้องมีผู้รู้และผู้เชี่ยวชาญที่เติบโตขึ้นในระบบนิเวศของเมืองเอง เมื่อกรุงเทพฯเริ่มมีพื้นที่ที่หล่อเลี้ยงทั้งฝั่งคอมเมอร์เชียลและฝั่งองค์ความรู้เช่นนี้ เมืองก็ขยับเข้าใกล้การเป็นศูนย์กลางของการเก็บสะสมนาฬิกาหรูระดับโลกมากขึ้นเรื่อยๆ สุดท้ายแล้ว Bangkok Watch Week จึงไม่ใช่งานที่จบในหกวัน แต่เป็นการลงทุนด้านภาพลักษณ์และทุนมนุษย์ที่จะผลักดันให้กรุงเทพฯ luxury destinationแข็งแรงยิ่งขึ้นในแผนที่นาฬิกาหรูของโลก

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!