ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

จากคะแนนสอบขยับขึ้นสู่สังคมที่พร้อม AI

จากคะแนนสอบขยับขึ้นสู่สังคมที่พร้อม AI
ความสนใจ|สำรวจการใช้งาน AI

PISA ขยับ 5 อันดับคือสัญญาณเตือน ไม่ใช่เส้นชัย

การศึกษา AI ไทย คือแนวทางพัฒนาระบบการเรียนรู้ที่ผสานทักษะพื้นฐานอย่างการอ่าน คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ เข้ากับทักษะดิจิทัลเด็กไทย การคิดวิเคราะห์ การรู้เท่าทันสื่อ และการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์อย่างมีจริยธรรม เพื่อให้ผู้เรียนสามารถทำงานร่วมกับ AI แก้ปัญหาจริงในชีวิต การทำงาน และเศรษฐกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การที่คะแนน PISA 2025 ของนักเรียนไทยเพิ่มขึ้นทั้งสามด้าน วิทยาศาสตร์ 432 คะแนนเพิ่มขึ้น 23 คะแนน คณิตศาสตร์ 407 คะแนนเพิ่มขึ้น 13 คะแนน และการอ่าน 392 คะแนนเพิ่มขึ้น 13 คะแนน ส่งผลให้ขยับจากอันดับ 58 มาเป็น 53 ถูกนำเสนอในฐานะข่าวดี แต่ถ้ามองให้ลึก นี่คือสัญญาณเตือนว่าระบบการศึกษาถึงเวลาต้องยกระดับจากการ “ทำข้อสอบได้” ไปสู่การ “ใช้ความรู้ร่วมกับ AI ได้”

ที่สำคัญ ประเทศนี้เป็นหนึ่งใน 8 ประเทศและเขตเศรษฐกิจที่คะแนนทั้งสามด้านเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ แปลว่าฐานทักษะพื้นกำลังดีขึ้น อย่างไรก็ตาม การแข่งขันต่อจากนี้จะไม่วัดกันที่คะแนนเพียงอย่างเดียว แต่จะวัดกันที่ความพร้อม AI ของคนและองค์กร ว่าใครใช้ความรู้และเทคโนโลยีเปลี่ยนเป็นผลลัพธ์ได้จริง

จากคะแนนสอบขยับขึ้นสู่สังคมที่พร้อม AI

จาก “คิดเป็น–รู้เท่าทันสื่อ–ใช้ AI เป็น” สู่หลักสูตร AI ประถมที่ไม่ควรหยุดแค่เอกสาร

หลังคะแนนดีขึ้น รัฐบาลประกาศเดินหน้าปั้นแนวคิด “คิดเป็น–รู้เท่าทันสื่อ–ใช้ AI เป็น” ตั้งแต่ระดับประถม พร้อมเตรียมยกระดับกรอบการเรียนรู้ด้าน AI หรือ AI Framework สำหรับทั้งผู้เรียนและผู้สอน โดยตั้งเป้าแล้วเสร็จภายในปีนี้ และวางรากฐานทักษะรู้เท่าทันสื่อและ AI ตั้งแต่ประถมศึกษา ฟังดูเหมือนทุกอย่างกำลังไปทิศทางที่ถูก แต่คำถามคือจะลงสู่ห้องเรียนได้จริงแค่ไหน

การทำหลักสูตร AI ประถม ถ้าเน้นเพียงสอนเด็กใช้เครื่องมือ จะยิ่งขยายช่องว่างระหว่างเด็กที่มีอุปกรณ์กับเด็กที่ไม่มี ทิศทางที่ควรเป็นคือการผสานทักษะดิจิทัลเด็กไทย เข้ากับการคิดวิเคราะห์ การตั้งคำถาม และการรู้เท่าทันข้อมูล ไม่ใช่แค่การสอนให้ลองพิมพ์คำสั่งในโปรแกรม AI แล้วจบ

กติกาใหม่อีกข้อคือ PISA 2029 จะเพิ่มการประเมินด้าน Media and AI Literacy หมายความว่าหากหลักสูตร AI ประถมของไทยยังติดอยู่ในระดับสื่อสารเชิงนโยบาย แต่ไม่เปลี่ยนวิธีสอนจริง เด็กจะเสียโอกาสสองชั้น ทั้งในสนามสอบนานาชาติ และในสนามชีวิตที่ต้องทำงานร่วมกับ AI ทุกวัน

AIS ACADEMY For THAIs กับโจทย์ใหม่: จากใช้ AI เป็น สู่ทำให้เกิดผลจริง

ภาคเอกชนกำลังส่งสัญญาณชัดว่าการศึกษา AI ไทย ต้องไม่หยุดที่โรงเรียน งาน ACADEMY For THAIs 2026 ภายใต้แนวคิด MASTERING AI BEYOND BORDERS จัดขึ้นเพื่อพูดตรงๆ ว่าโจทย์ของประเทศวันนี้ไม่ใช่แค่การเข้าถึงเครื่องมือ AI แต่คือการใช้ AI แก้ปัญหาและสร้างโอกาสทั้งระดับบุคคล องค์กร และเศรษฐกิจ

ในเวทีนี้มีการชี้ว่า AI กำลังขยับจากเครื่องมือช่วยงานบางอย่างไปสู่การเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทำงาน และโลกกำลังพูดถึงการก้าวต่อจาก Generative AI ไปสู่ Artificial General Intelligence หรือ AGI เมื่อเทคโนโลยีขยับเร็วแบบนี้ แนวคิดความพร้อม AI องค์กร จึงต้องเริ่มจากคำถามว่า “เราอยากแก้ปัญหาอะไร” มากกว่าคำถามว่า “จะใช้ AI ตัวไหน”

เนื้อหาในงานถูกจัดให้เห็นภาพตั้งแต่ระดับประเทศ ภาคธุรกิจ ไปจนถึงทักษะของคนทำงาน โดยเน้น AI Ready Business และ AI Ready Skills สำหรับคนทำงานในอนาคต รวมถึงการเตรียมตัวรับเทคโนโลยี AI รุ่นใหม่และ AGI จุดยืนที่แฝงอยู่คือ ถ้าคนทำงานยังคิดว่ารู้จักเครื่องมือใหม่ๆ พอแล้ว เรากำลังเข้าใจคำว่า “พร้อม AI” ผิดไปคนละเรื่อง

จากคะแนนสอบขยับขึ้นสู่สังคมที่พร้อม AI

KBTG Techtopia และคำถามใหญ่: มนุษย์มีคุณค่าอะไรในโลกที่ Agentic AI ทำงานเองได้

ขณะที่บางเวทีเน้นทักษะและธุรกิจ งาน KBTG Techtopia ปี 4 ภายใต้แนวคิด Human of Tomorrow หยิบโจทย์ลึกกว่านั้น คือการค้นหาคุณค่าของมนุษย์ในยุค AI เมื่อ AI ก้าวจากเครื่องมือมาเป็นส่วนหนึ่งของงานและชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะ Agentic AI ที่ตัดสินใจและดำเนินงานบางอย่างได้เอง คำถามไม่ใช่แค่ว่าเราจะใช้ AI อย่างไร แต่คือเราจะยังเป็นมนุษย์แบบไหน

งานนี้มีผู้เชี่ยวชาญกว่า 80 คนจากหลากหลายภาคส่วน มาพูดคุยเรื่องอนาคตของมนุษย์ในโลก AI บน 3 เวทีหลักและกิจกรรมที่ออกแบบเพื่อเสริมศักยภาพบุคคลและองค์กร ประเด็นสำคัญอย่างการไม่ยึดคำตอบจาก AI เป็นข้อสรุปสุดท้าย แต่ใช้วิจารณญาณของมนุษย์ประกอบการตัดสินใจถูกย้ำชัดในหัวข้อด้านการจัดการความเสี่ยง

แนวคิด Human-First x AI-First ที่ถูกวางเป็นหลักเชื่อม หมายถึงการยอมรับว่า AI จะอยู่ในทุกที่ แต่หัวใจยังต้องเป็นมนุษย์ที่เลือก ใช้ และกำกับมัน ท้ายที่สุด ความพร้อม AI องค์กร จึงไม่ใช่การใช้ AI แทนคน แต่คือการออกแบบบทบาทใหม่ระหว่างคนกับ AI ให้ต่างฝ่ายต่างใช้ศักยภาพเต็มที่โดยไม่ทับเส้นกัน

จากคะแนนสอบขยับขึ้นสู่สังคมที่พร้อม AI

ทางออกระยะยาว: เชื่อมโรงเรียน คนทำงาน และองค์กรให้เป็นระบบนิเวศ AI เดียวกัน

เมื่อผล PISA ดีขึ้น 5 อันดับ รัฐเริ่มทำกรอบการเรียนรู้ด้าน AI สำหรับโรงเรียน ภาคเอกชนจัดเวทีใหญ่ทั้งสำหรับคนทำงานและองค์กร ภาพรวมเหมือนกำลังไปถูกทาง แต่ช่องว่างสำคัญคือการเชื่อมทั้งหมดให้กลายเป็นระบบเดียวกัน ไม่ใช่เกาะแยกของแต่ละฝ่าย

ถ้าเด็กได้เรียนหลักสูตร AI ประถม ที่เน้นคิดเป็น รู้เท่าทันสื่อ และใช้ AI เป็นอย่างมีจริยธรรม เมื่อโตขึ้นเข้าสู่งานที่มีโครงการฝึก AI Ready Skills และเข้าบริษัทที่เข้าใจ Human-First x AI-First วงจรนี้จะสร้างคนรุ่นใหม่ที่ไม่กลัวเทคโนโลยี ไม่ยกทุกอย่างให้ AI ตัดสินใจ และไม่ติดอยู่กับการทำงานแบบเดิม

ดังนั้นทางออกระยะยาวจึงชัดเจน การศึกษา AI ไทย ต้องเลิกเดินแบบต่างคนต่างทำ รัฐต้องใช้ข้อมูล PISA และกรอบ AI ใหม่ให้เป็นสะพานเชื่อมโรงเรียนกับตลาดแรงงาน ภาคธุรกิจต้องทำมากกว่างานสัมมนา ต้องเปลี่ยนโครงสร้างงานจริง และคนทำงานต้องมองตัวเองใหม่ในฐานะ Human of Tomorrow ที่พร้อมเติบโตไปพร้อม AI ไม่ใช่ถูกมันทดแทน

จากคะแนนสอบขยับขึ้นสู่สังคมที่พร้อม AI

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!