จากการรักษาเมื่อป่วย สู่ยุคเวลเนสทัวริซึมเป็นฐานเศรษฐกิจ
เวลเนสทัวริซึม คือการเดินทางเพื่อพักผ่อนและดูแลสุขภาพเชิงป้องกันในเวลาเดียวกัน โดยผสานบริการทางการแพทย์ ศาสตร์การดูแลสุขภาพ และประสบการณ์ท่องเที่ยวเข้าด้วยกัน ผู้เดินทางไม่ได้มองแค่การรักษาโรค แต่ต้องการสร้างสมดุลกายใจ ลดความเสี่ยงการเจ็บป่วยระยะยาว และกลับไปใช้ชีวิตด้วยสุขภาวะที่ดีขึ้น การท่องเที่ยวจึงเปลี่ยนจากการบริโภคสถานที่ท่องเที่ยว มาเป็นการลงทุนในสุขภาพของตัวเอง พร้อมสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้ระบบบริการสุขภาพของประเทศเจ้าบ้านอย่างมีนัยสำคัญ มุมมองนี้ทำให้บทบาทของ BDMS Wellness Clinic น่าสนใจ เพราะไม่ใช่แค่คลินิกเวลเนสในเมืองใหญ่ แต่กำลังวางตัวเป็นศูนย์กลางบริการสุขภาพเชิงป้องกันของกลุ่มบริษัทโรงพยาบาลขนาดใหญ่ การเข้าร่วมขับเคลื่อนแนวคิด Wellness Hub Thailand The Land of Life ผ่านเวที Global Wellness Summit จึงสะท้อนว่าผู้เล่นสาธารณสุขรายสำคัญกำลังมองเวลเนสทัวริซึมเป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจ ไม่ใช่เพียงตลาดเสริม

BDMS Wellness Clinic กับบทบาทผู้นำบริการแพทย์เชิงป้องกัน
BDMS Wellness Clinic เป็นศูนย์สุขภาพเชิงป้องกันในเครือบริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด มหาชน ที่พยายามผลักดันแนวคิด Scientific Wellness หรือเวลเนสที่อิงข้อมูลวิทยาศาสตร์และการแพทย์แผนปัจจุบันอย่างจริงจัง จุดยืนนี้ทำให้คลินิกไม่ได้แข่งขันด้วยสปาหรูหรือแพ็กเกจพักผ่อน แต่เน้นบริการที่ต่อยอดจากระบบโรงพยาบาล เช่น การตรวจคัดกรองเชิงลึก การดูแลสุขภาพเชิงป้องกันตามความเสี่ยง และบริการสำหรับวัยสูงอายุผ่าน BDMS Silver ซึ่งทั้งหมดนี้สามารถขยายตัวเป็น medical wellness services สำหรับผู้เดินทางจากต่างชาติ เมื่อผู้เล่นระดับเครือโรงพยาบาลตั้งใจใช้เวลเนสเป็นยุทธศาสตร์ ไม่ใช่แค่บริการร่วมในโรงแรม ก็เท่ากับกำลังออกแบบโครงสร้างพื้นฐานด้านสุขภาพให้รองรับ healthcare tourism strategy ระยะยาว การมีคลินิกเวลเนสที่เชื่อมต่อกับโรงพยาบาลเอกชนรายใหญ่ ช่วยสร้างความเชื่อมั่นทั้งด้านมาตรฐานการรักษาและการบริหารความเสี่ยงสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการดูแลสุขภาพระหว่างการเดินทาง

Global Wellness Summit จุดพลุการวางตัวเป็น wellness tourism hub
การที่ประเทศเจ้าภาพได้รับเลือกจัด Global Wellness Summit ในวาระครบรอบ 20 ปี ที่โรงแรมอังสนา ลากูน่า ภูเก็ต ระหว่างวันที่ 10 ถึง 13 พฤศจิกายน 2569 ไม่ใช่แค่เกียรติยศเชิงภาพลักษณ์ แต่เป็นเวทีวางตำแหน่งเศรษฐกิจสุขภาพในระดับโลก ตามรายงานของ Global Wellness Institute เศรษฐกิจสุขภาพทั่วโลกมีมูลค่า 6.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐและเติบโตเฉลี่ย 7.9 เปอร์เซ็นต์ต่อปีในช่วงปี 2023 ถึง 2024 สูงกว่าอัตราการเติบโตของจีดีพีโลก คำกล่าวนี้ชี้ว่าประเทศที่วางตัวเป็น wellness tourism hub ได้ก่อน ย่อมมีโอกาสรับส่วนแบ่งเศรษฐกิจใหม่ที่กำลังขยายตัว การที่ BDMS Wellness Clinic เป็นพันธมิตรสนับสนุนงาน และเป็น Official Thailand Country Partner ของ Global Wellness Institute ต่อเนื่องเป็นปีที่สี่ แปลว่าตัวแทนระบบโรงพยาบาลไม่ได้รอให้ภาครัฐเดินนำ แต่เข้ามาร่วมออกแบบภาพรวมอุตสาหกรรมเอง การสนับสนุนพื้นที่นำเสนอศักยภาพแพทย์เชิงป้องกันและเส้นทางประสบการณ์สุขภาพในงานประชุม เปิดทางให้ประเทศเจ้าภาพเล่าเรื่องความพร้อมด้าน medical wellness services ให้ผู้นำ นักวิชาการ และผู้สร้างนวัตกรรมจากทั่วโลกเห็นแบบใกล้ชิด
Wellness Hub Thailand สัญญาณการยกระดับท่องเที่ยวสู่เศรษฐกิจสุขภาพ
แนวคิด Wellness Hub Thailand The Land of Life ที่ทีม BDMS Wellness Clinic ผลักดันผ่าน Global Wellness Summit บอกชัดว่าทิศทางต่อไปของการท่องเที่ยวจะผสานเวลเนสเป็นแกนหลัก ไม่ใช่แค่ส่วนเสริม ตามข้อมูลในข่าว เศรษฐกิจสุขภาพของประเทศมีมูลค่า 42.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2024 เพิ่มขึ้นจาก 38.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2023 หรือเติบโต 10.1 เปอร์เซ็นต์ และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพเติบโตถึง 36.4 เปอร์เซ็นต์ในปีเดียว ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่า การวางยุทธศาสตร์ healthcare tourism strategy ไม่ใช่แนวคิดบนกระดาษ แต่เริ่มเดินจริงในตลาดแล้ว จุดสำคัญคือการเปลี่ยนสุขภาพจากต้นทุนภาครัฐไปเป็นสินทรัพย์เศรษฐกิจ เมื่อผู้เดินทางใช้เงินกับโปรแกรมดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน โรงพยาบาล คลินิกเวลเนส โรงแรม และผู้ประกอบการท่องเที่ยวล้วนได้รับประโยชน์ ขณะเดียวกันระบบสุขภาพของประเทศเจ้าภาพก็ลดภาระในอนาคตจากการป่วยเรื้อรัง การทำให้เมืองท่องเที่ยวเป็น Wellness Hub ที่มีทั้งโรงพยาบาลมาตรฐานสากล คลินิกเวลเนส และบริการสปาเชิงวัฒนธรรม จึงเป็นการลงทุนที่สร้างรายได้และลดค่าใช้จ่ายเชิงโครงสร้างในระยะยาว
บทบาทผู้นำของ นพ.ตนุพล และโจทย์ต่อไปของภูมิภาค
การที่นายแพทย์ตนุพล วิรุฬหการุญ ในบทบาทประธานคณะผู้บริหารกลุ่ม 8 ของ BDMS รับหน้าที่ขับเคลื่อน BDMS Wellness Clinic BDMS Wellness Resort และ BDMS Silver ภายใต้กรอบ Wellness Hub Thailand เป็นสัญญาณว่ากลยุทธ์เวลเนสไม่ได้อยู่ระดับฝ่ายการตลาด แต่ขึ้นสู่ระดับผู้บริหารสูงสุดของเครือโรงพยาบาลแล้ว คำกล่าวของเขาว่า ต้องการนำ Scientific Wellness มาเป็นหนึ่งในพลังของ Team Thailand เพื่อขับเคลื่อนการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ชี้ให้เห็นว่าเป้าหมายคือการสร้างระบบ ไม่ใช่เพียงจัดงานครั้งหนึ่งแล้วจบ สำหรับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก การมีประเทศหนึ่งเดินหน้าจริงในการเชื่อม preventive healthcare เข้ากับการดึงดูดผู้เยือนต่างชาติ จะเร่งให้เพื่อนบ้านต้องกำหนดจุดยืนเร็วขึ้น ถ้าต้องการส่วนแบ่งจากอุตสาหกรรมเวลเนสที่กำลังเติบโต การพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์ด้านวัฒนธรรมการดูแลสุขภาพ การสร้างมาตรฐาน medical wellness services และการบูรณาการข้อมูลสุขภาพเข้ากับบริการท่องเที่ยว จะเป็นสนามแข่งขันใหม่ของภูมิภาคในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า






