ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ญี่ปุ่นยักษ์ใหญ่อาหารสัตว์เลี้ยงจับมือผู้ผลิตภูมิภาค เร่งเกมขยายธุรกิจเอเชีย

ญี่ปุ่นยักษ์ใหญ่อาหารสัตว์เลี้ยงจับมือผู้ผลิตภูมิภาค เร่งเกมขยายธุรกิจเอเชีย
ความสนใจ|อาหารสัตว์เลี้ยง

ดีล Umios–PFG จุดเปลี่ยนสำคัญของภูมิทัศน์อาหารสัตว์เลี้ยงเอเชีย

ความร่วมมือตลาดเอเชียระหว่างผู้ผลิตอาหารทะเลและแบรนด์อาหารสัตว์เลี้ยงในภูมิภาคกับยักษ์ใหญ่อาหารสัตว์เลี้ยง ญี่ปุ่น คือข้อตกลงเชิงกลยุทธ์ที่ผสานจุดแข็งด้านการผลิต การสร้างแบรนด์ และเครือข่ายจัดจำหน่าย เพื่อเร่งการเติบโตของแบรนด์อาหารสัตว์และอาหารทะเลสู่ตลาดต่างประเทศอย่างเป็นระบบ สะท้อนการมุ่งควบรวมความสามารถภายในภูมิภาคกับทุนข้ามชาติที่ต้องการฐานการผลิตและผู้เล่นที่เข้าใจผู้บริโภคเอเชียอย่างลึกซึ้ง ดีลที่น่าจับตาคือ กลุ่มบริษัทพัทยาฟู้ดเจ้าของแบรนด์ Nautilus Sea Crown Mongkut Talay และแบรนด์อาหารสัตว์เลี้ยง Regalos กับ Remy ประกาศจับมือกับ Umios Corporation จากญี่ปุ่นเพื่อขับเคลื่อนการเติบโตในเอเชีย โดยมีการเข้าลงทุนของ Umios Group ในสัดส่วน 25.1% เพื่อสนับสนุนธุรกิจ Own Brand Manufacturing หรือ OBM ในภูมิภาค ดีลนี้ไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มทุน แต่เป็นการส่งสัญญาณชัดว่าเกมธุรกิจขยายตัวของอาหารสัตว์เลี้ยงกำลังเข้าสู่ยุคการแข่งขันเชิงเครือข่ายระหว่างภูมิภาค

ทำไม Umios เลือก PFG เป็นสะพานสู่ตลาดเอเชีย

มุมมองเชิงยุทธศาสตร์ของ Umios ในการถือหุ้น PFG คือการซื้อเวลาและความเชี่ยวชาญในตลาดเอเชีย แทนการเริ่มต้นจากศูนย์ PFG สั่งสมประสบการณ์ผลิตอาหารทะเลมากกว่า 4 ทศวรรษ และกำลังเปลี่ยนตัวเองสู่บริษัทอาหารครบวงจร ตั้งแต่พัฒนาผลิตภัณฑ์ นวัตกรรม การผลิต ไปจนถึงการจัดจำหน่ายและสร้างแบรนด์ โดยมีพอร์ตแบรนด์ Nautilus Mongkut Talay Sea Crown และแบรนด์อาหารสัตว์เลี้ยง Regalos กับ Remy ที่ฝังรากอยู่ในตลาดมานาน ในทางกลับกัน Umios นำประสบการณ์ธุรกิจประมง การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ และการแปรรูปอาหารที่สั่งสมกว่า 145 ปี มาผนวกกับเครือข่ายที่ครอบคลุมมากกว่า 70 ประเทศทั่วโลก ซึ่งมีกำไรจากการดำเนินงานระดับหลายแสนล้านบาทต่อปี การจับคู่เช่นนี้ทำให้ทั้งสองฝ่ายได้ของที่ต้องการ PFG ได้ทุนและช่องทางระดับโลก ส่วน Umios ได้ฐานผลิตที่เข้าใจผู้บริโภคในเอเชียและมีแบรนด์ที่สามารถต่อยอดสู่ธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง ญี่ปุ่นในเชิงภูมิภาคได้ทันที

เมกะเทรนด์โปรตีนและ Pet Humanization ดันการลงทุนข้ามชาติ

หากมองให้ลึก ดีลนี้เกิดขึ้นเพราะเมกะเทรนด์ด้านอาหารกำลังกดดันให้ผู้เล่นรายใหญ่ต้องหาที่ตั้งหลักใหม่ในเอเชีย ด้านแรกคือการบริโภคโปรตีนทั่วโลกที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยตลาดทูน่าในเอเชียแปซิฟิกคาดว่าจะเติบโตที่อัตรา CAGR 6.07% ในช่วงปี 2568–2573 ขณะที่ข้อมูลจาก AC Nielsen ระบุว่าตลาดทูน่ากระป๋องในประเทศหนึ่งในภูมิภาคเติบโตประมาณ 8.5% เมื่อเทียบกับปีก่อน นี่คือโอกาสที่ผู้ผลิตอาหารทะเลอย่าง PFG จะใช้เป็นฐานขยายไปสู่โปรตีนรูปแบบอื่นและอาหารสัตว์เลี้ยง ด้านที่สองคือกระแส Pet Humanization ผู้บริโภคมองสัตว์เลี้ยงเป็นสมาชิกครอบครัวมากขึ้น ทำให้ยอดใช้จ่ายในอาหารสัตว์เลี้ยงคุณภาพสูงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ข้อมูลจาก Euromonitor International ระบุว่าอุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยงในประเทศฐานการผลิตสำคัญในภูมิภาคมีมูลค่ามากกว่า 48,000 ล้านบาท และตลาดดังกล่าวเติบโต 8–10% ต่อปี ความต้องการอาหารสัตว์เลี้ยงแบบพรีเมียมยังขยายตัวดีตามพฤติกรรมดังกล่าว ทำให้การลงทุนจากต่างชาติในแบรนด์อาหารสัตว์เลี้ยงท้องถิ่นกลายเป็นการตัดสินใจที่สมเหตุสมผลทางธุรกิจ

คู่เทียบ ITC แสดงภาพชัดของการดิ้นรนเพื่อยึดตลาดโลก

เพื่อให้เห็นว่าดีล Umios–PFG ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างโดดเดี่ยว ต้องมองไปที่ผู้เล่นรายอื่นในอาหารสัตว์เลี้ยง ภูมิภาคเดียวกันมีบริษัท ITC ที่เดินเกมต่างออกไป โดยเน้นขยายตัวเองออกนอกภูมิภาคผ่านการบุกยุโรปและสหรัฐ ผู้บริหาร ITC ปรับเป้าหมายการเติบโตของรายได้ในปีหนึ่งจาก 8–11% เป็น 14–17% ต่อปี และตั้งใจรักษาอัตรากำไรขั้นต้นที่ 23–25% โดยได้รับแรงหนุนจากลูกค้าใหม่ในยุโรปอีก 7 ราย และเงินบาทที่อ่อนค่าลง กลยุทธ์ของ ITC ยังรวมถึงการขยายสินค้าอาหารเปียก Chunk และ Pâté ในสหรัฐและการเจาะตลาดออสเตรเลีย พร้อมเปิดช่องสำหรับการควบรวมกิจการหรือ M&A เพื่อเพิ่มขนาดธุรกิจ เมื่อเทียบกับดีล Umios–PFG จะเห็นสองวิธีคิดที่ต่างกัน วิธีแรกคือดึงทุนต่างชาติให้เข้ามาเสริมธุรกิจในภูมิภาค อีกวิธีคือใช้ความแข็งแรงด้านการผลิตผลักดันตัวเองออกไปสู่ตลาดโลก ทั้งสองแนวทางล้วนสะท้อนภาพการแข่งขันที่เข้มข้นขึ้นในตลาดแบรนด์อาหารสัตว์และอาหารสัตว์เลี้ยง

ทิศทางต่อไปของการรวมตัวและขยายธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงเอเชีย

เมื่อดูจากเป้าหมายการเติบโตของทั้ง PFG และ ITC จะเห็นชัดว่าตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงเอเชียกำลังเข้าสู่ช่วงเร่งเครื่อง PFG ตั้งเป้าอัตราการเติบโตเฉลี่ย 10% ต่อปีในสามปีข้างหน้า โดยใช้นวัตกรรมและการขยายตลาดต่างประเทศเป็นแรงผลัก พร้อมโฟกัสไปที่ผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่มสูงอย่างธุรกิจสัตว์เลี้ยงและอาหารเพื่อสุขภาพและโภชนาการเชิงฟังก์ชัน ขณะที่ ITC คงเป้าหมายเติบโตรายได้ปีเดียวกันไว้ที่ 14–17% โดยเชื่อว่าความต้องการอาหารสัตว์เลี้ยงในเกือบทุกภูมิภาคยังแข็งแกร่งและจะช่วยให้บรรลุเป้าหมายทั้งยอดขายและอัตรากำไร คำถามสำคัญคือใครจะเป็นผู้ครองพื้นที่หลักในเอเชีย ดีลระหว่างยักษ์ใหญ่อาหารสัตว์เลี้ยง ญี่ปุ่นกับผู้ผลิตภูมิภาคอย่าง PFG บอกเราว่าการแข่งขันครั้งต่อไปจะไม่ได้อยู่แค่ระดับบริษัท แต่เป็นการแข่งกันของเครือข่ายและพันธมิตร ขณะที่การรุกยุโรปและสหรัฐของ ITC ชี้ให้เห็นว่าบริษัทในภูมิภาคไม่รอให้ทุนต่างชาติเข้ามาอย่างเดียว แต่พร้อมออกไปแย่งส่วนแบ่งด้วยตนเอง สุดท้ายผู้ชนะจะเป็นผู้ที่ผสมผสานความเข้าใจผู้บริโภคเอเชียกับศักยภาพการผลิตและเครือข่ายโลกได้ลงตัวที่สุด

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!