ภาพใหญ่ธุรกิจท่องเที่ยวเอเชีย ครึ่งปีแรกกำไรแต่ไม่ไร้แรงเสียดทาน
ธุรกิจท่องเที่ยวเอเชีย หมายถึงระบบนิเวศของสายการบิน โรงแรม และบริการเกี่ยวเนื่องที่ขับเคลื่อนการเดินทางเพื่อพักผ่อนและธุรกิจในภูมิภาคเอเชีย โดยเชื่อมโยงรายได้จากผู้โดยสาร นักท่องเที่ยว และการจัดประชุมสัมมนาเข้ากับโครงสร้างพื้นฐานการขนส่งและที่พัก ผ่านการบริหารต้นทุน น้ำมัน แรงงาน และสินทรัพย์ระยะยาว เพื่อสร้างกำไรและกระแสเงินสดรองรับการลงทุนต่อเนื่องในตลาดที่แข่งขันสูง ครึ่งปีแรกภาพรวม สายการบินไทย กำไร ยังอยู่ในแดนบวกแม้จะถูกบีบด้วยต้นทุนน้ำมันและความผันผวนด้านภูมิรัฐศาสตร์ ในขณะที่ฝั่ง โรงแรมท่องเที่ยว ครึ่งปีแรก กลับแสดงสมรรถนะสูงกว่า ด้วยการเติบโตทั้งรายได้และกำไรอย่างชัดเจน เอาจริงแล้วนี่ไม่ใช่การฟื้นตัวแบบเส้นตรง หากเป็นการปรับสมดุลใหม่ระหว่างความเสี่ยงโลกและดีมานด์ท่องเที่ยวที่กลับมารุนแรง โดยเฉพาะในช่วงไฮซีซันที่ยังช่วยประคองธุรกิจให้เดินหน้าได้
การบินไทย รายได้โตแต่กำไรหายหมื่นล้านเพราะน้ำมันแพง
กรณีของการบินไทยคือภาพสะท้อนว่ากำไรสายการบินไม่เคยปลอดภัยจากต้นทุนเชื้อเพลิง ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 บริษัทมีรายได้สูงถึง 99,650 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่กำไรสุทธิกระโดดลงแรงเหลือ 11,645 ล้านบาท ลดลงถึง 47% จาก 21,973 ล้านบาท ซึ่งต่างเกือบหมื่นล้านบาท เหตุสำคัญไม่ใช่ดีมานด์ที่หายไป เพราะรายได้ค่าโดยสารเพิ่มขึ้นทั้งที่ปริมาณผู้โดยสารลดลง ส่วนรายได้เฉลี่ยต่อหน่วยเพิ่มขึ้นจากการปรับค่าธรรมเนียมน้ำมันให้สอดคล้องกับตลาด คำตอบอยู่ที่ต้นทุนน้ำมันเครื่องบินที่เพิ่มขึ้นถึง 6,829 ล้านบาท หรือ 28.5% ตามราคาน้ำมันโลกที่สูงขึ้น 49.7% ซึ่งกินพื้นที่กำไรอย่างรุนแรง การบินไทยจึงจำเป็นต้องขยายเพดานทำประกันความเสี่ยงราคาน้ำมันเป็นไม่เกิน 60% และทยอยปรับ Fuel Surcharge พร้อมราคาบัตรโดยสารให้สอดคล้องต้นทุนจริงและการแข่งขัน นี่คือการเลือกกันความเสี่ยงระยะยาวมากกว่าการไล่ตั๋วราคาถูกระยะสั้น
ไทยแอร์เอเชียพลิกขาดทุน บทเรียนของโลว์คอสต์ในยุคน้ำมันผันผวน
ต่างจากการบินไทย ไทยแอร์เอเชียกลับพลิกจากกำไรมาเป็นขาดทุนในครึ่งปีแรก ถือเป็นสัญญาณเตือนว่าโมเดลโลว์คอสต์ที่พึ่งพาปริมาณอาจเปราะบางเมื่อเผชิญต้นทุนผันผวน บริษัทเอเชีย เอวิเอชั่นรายงานรายได้รวม 24,425.4 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยจากปีก่อน แต่แรงกดดันจากราคาน้ำมันอากาศยานที่บางช่วงพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ และการอ่อนค่าของเงินบาททำให้ผลลัพธ์เปลี่ยนจากกำไรสุทธิ 1,601.5 ล้านบาทในปีก่อนมาเป็นขาดทุน 1,485.2 ล้านบาทในปีนี้ แม้สายการบินจะพยายามปรับราคาค่าโดยสารเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 7% มาอยู่ที่ 1,951 บาทเพื่อสะท้อนต้นทุนสูงขึ้น แต่ชัดเจนว่าการขึ้นราคาตั๋วเพียงอย่างเดียวไม่พอ หากไม่มีวินัยการบริหารความเสี่ยงต้นทุนน้ำมันเทียบเท่าสายการบินฟูลเซอร์วิส ไทยแอร์เอเชียกำลังอยู่ในจุดที่ต้องทบทวนกลยุทธ์ทั้งด้านโครงสร้างเส้นทาง เครื่องบิน และนโยบายป้องกันความเสี่ยง เพราะในตลาดที่ผู้โดยสารไวต่อราคา การขึ้นค่าโดยสารต่อเนื่องอาจเปิดทางให้คู่แข่งแย่งส่วนแบ่งได้ง่าย
โรงแรมท่องเที่ยว ครึ่งปีแรก ฟื้นแรงกว่าสายการบินและกระจายความเสี่ยงข้ามภูมิภาค
ในขณะที่สายการบินต้องต่อสู้กับต้นทุน โรงแรมรายใหญ่กลับโกยกำไรและแสดงให้เห็นว่า ธุรกิจท่องเที่ยวเอเชียจะฟื้นได้เร็วหากมีพอร์ตสินทรัพย์กระจายตัวดี ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนลมีกำไร 3,957 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% และรายได้ 82,969 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% โดยพอร์ตโรงแรมในยุโรปและอเมริกาเป็นกลไกหลัก ซึ่งสร้างรายได้เฉลี่ยต่อห้องพักเติบโต 4% ในสกุลเงินยูโร และธุรกิจโรงแรมคิดเป็นถึง 65% ของกำไรจากการดำเนินงานทั้งหมด แอสเสท เวิรด์ คอร์ป มีรายได้ราว 12,000 ล้านบาทแต่ทำกำไรสูงถึง 3,455 ล้านบาท โดยเน้นบริหารพอร์ตสมดุลระหว่างโรงแรมและคอมเมอร์เชียล พร้อมรับรู้รายได้จากการเปิดโรงแรมใหม่ โครงการคอมเมอร์เชียลอย่างเอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ก็ช่วยหนุนจากการเพิ่มประสบการณ์ใหม่ เช่น Jurassic World และ SkyFlyers ที่ดันจำนวนผู้เข้าใช้บริการเพิ่ม 36% ทั้งหมดสะท้อนว่าโรงแรมที่มีรายได้หลายแหล่งและผูกกับแหล่งท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์จะทนทานต่อความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ได้ดีกว่า
| Spec | MINT | AWC |
|---|---|---|
| รายได้รวม | 82,969 ล้านบาท | ประมาณ 12,000 ล้านบาท |
| กำไรสุทธิ | 3,957 ล้านบาท | 3,455 ล้านบาท |

เซ็นทารา ดุสิตธานี และดีมานด์ไฮซีซัน ปูทางรอบใหม่ของกำไรท่องเที่ยว
เมื่อเจาะไปยังแบรนด์โรงแรม เซ็นทาราและดุสิตธานีคือผู้เล่นที่กำไรพุ่งอย่างมีนัยสำคัญ บริษัทโรงแรมเซ็นทรัลพลาซามีกำไรสุทธิ 2,309 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 169% ส่วนหนึ่งจากการรับรู้กำไรพิเศษจากการขายสินทรัพย์โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ โอซาก้า 1,076 ล้านบาท ขณะที่รายได้หลักยังโตอยู่ที่ 12,943 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% โดยโรงแรมในกรุงเทพฯ และแหล่งท่องเที่ยวที่ปรับปรุงเสร็จช่วยหนุน ด้านดุสิตธานีมีรายได้เติบโตอย่างมีนัยสำคัญอยู่ที่ 6,903 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 69.5% จากรายได้การส่งมอบห้องชุดโครงการดุสิต เซ็นทรัล พาร์คควบคู่กับการเติบโตของธุรกิจโรงแรม โดยมีโรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพที่กลับมาเปิดให้บริการเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก ข้างหน้า ผู้ประกอบการคาดหวังดีมานด์ไฮซีซันและอานิสงส์จากการจัดงานระดับโลกในไตรมาส 4 เช่น การประชุม IMF World Bank และเทศกาลดนตรี Tomorrowland ซึ่งจะช่วยกระตุ้นยอดจองห้องพักในกรุงเทพฯ และพัทยาอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อประกอบกับกลยุทธ์ขยายพอร์ต เช่น การเตรียมเปิดโรงแรมแฟร์มอนท์ แบงคอก สุขุมวิทในวันที่ 18 สิงหาคม 2569 และการเดินหน้าเมกะโปรเจกต์ใหม่ การฟื้นตัวของธุรกิจท่องเที่ยวเอเชียจึงมีแนวโน้มยืดต่อไป ไม่ใช่เพียงแฟลชเด้งชั่วคราว






