ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ศูนย์การค้าหรูยุคใหม่: เมื่อค้าปลีกกลายเป็นไลฟ์สไตล์เดสติเนชัน

ศูนย์การค้าหรูยุคใหม่: เมื่อค้าปลีกกลายเป็นไลฟ์สไตล์เดสติเนชัน
ความสนใจ|เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

จากศูนย์การค้าหรูสู่เดสติเนชันไลฟ์สไตล์เต็มรูปแบบ

ศูนย์การค้าหรูยุคใหม่คือโครงการลงทุนจำนวนมหาศาลที่รวมแฟชั่นดิสทริค ร้านอาหาร และฮับเอนเตอร์เทนเมนต์เข้าด้วยกัน เพื่อสร้างไลฟ์สไตล์ช้อปปิ้งแบบเดสติเนชันที่ตอบทั้งความต้องการซื้อสินค้าและการใช้ชีวิตของกลุ่มลูกค้าระดับบนในพื้นที่เดียว ทำให้ศูนย์การค้าไม่ใช่เพียงสถานที่จับจ่าย แต่เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมที่ออกแบบมาเพื่อดึงดูดทั้งผู้พักอาศัย นักท่องเที่ยว และมหาเศรษฐีจากทั่วโลกให้ใช้เวลานานขึ้นและใช้จ่ายมากขึ้นในโครงการเดียวกัน

ทิศทางนี้สะท้อนชัดจากการขยายธุรกิจค้าปลีกของกลุ่มพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ ที่พร้อมทุ่มเงินระดับหลายพันล้านบาทเพื่อรีดีไซน์โมเดลค้าปลีกใหม่ ศูนย์การค้าหรูจึงถูกตีความใหม่เป็นเมืองย่อยที่มีระบบนิเวศธุรกิจครบวงจร ตั้งแต่แหล่งงาน ที่อยู่อาศัย โรงแรม ไปจนถึงแหล่งบันเทิงและพื้นที่สาธารณะ การเคลื่อนตัวครั้งนี้ไม่ใช่การต่อเติมอาคารแบบเดิม ๆ แต่คือการวางตำแหน่งแบรนด์ค้าปลีกให้ยืนอยู่ใจกลางชีวิตคนเมืองและกลุ่มเศรษฐีโลกอย่างเป็นระบบ

ศูนย์การค้าหรูยุคใหม่: เมื่อค้าปลีกกลายเป็นไลฟ์สไตล์เดสติเนชัน

CPN กับเกมยกระดับเกาะท่องเที่ยวให้เป็นศูนย์เศรษฐีโลก

การทุ่มงบลงทุน 7,000 ล้านบาทเพื่อขยายเซ็นทรัล ภูเก็ตให้เป็นเมกะมิกซ์ยูสที่มีมูลค่าโครงการรวม 26,000 ล้านบาท ครอบคลุมพื้นที่ 110 ไร่ และพื้นที่ใช้สอย 500,000 ตารางเมตร ไม่ใช่แค่การโตตามจำนวนลูกค้า แต่คือการปั้นเมืองใหม่ที่ยึดศูนย์การค้าหรูเป็นหัวใจ โครงการนี้มุ่งเปลี่ยนภาพภูเก็ตจากเมืองที่พึ่งพานักท่องเที่ยวระยะสั้น ไปสู่เมืองอยู่อาศัยเต็มรูปแบบที่รวมระบบนิเวศกำลังซื้อของมหาเศรษฐีและชาวต่างชาติที่พำนักระยะยาวไว้ในที่เดียว

สิ่งที่สำคัญคือการมองเห็นกำลังซื้อระดับบนสุด ทั้งกลุ่มมหาเศรษฐีและชาวต่างชาติที่พำนักกว่า 3,000 ราย มีค่าใช้จ่ายต่อปี 5–50 ล้านบาทต่อคน และนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ใช้จ่ายต่อหัวสูงกว่าคนท้องถิ่น 3–4 เท่า การขยายพื้นที่อีก 40% ภายในกรอบปี 2026–2028 พร้อมเปิดเซ็นทรัล ภูเก็ต ฟลอเรสต้าโฉมใหม่ที่เพิ่มโซนความหรูหราราว 10,000 ตารางเมตรในไตรมาส 4 ปี 2026 เพื่อเจาะผู้มีความมั่งคั่งระดับโลก สอดรับกับการเติบโตของโครงการที่อยู่อาศัยแบรนด์หรูกว่า 26 โครงการ โรงแรมหรูใหม่กว่า 20 โครงการ และโครงสร้างพื้นฐานรัฐ เช่น การขยายสนามบินและทางด่วนพิเศษสนามบิน–กะทู้–ป่าตองที่ลดเวลาเดินทางเหลือราว 20 นาที

ศูนย์การค้าหรูยุคใหม่: เมื่อค้าปลีกกลายเป็นไลฟ์สไตล์เดสติเนชัน

The Platinum Square: แพลทินัมดิสทริคและการปั้นฮับแฟชั่นดิสทริคอาเซียน

อีกด้านหนึ่งของเมือง ศูนย์กลางค้าส่งค้าปลีกแฟชั่นกำลังยกระดับตัวเองสู่แฟชั่นดิสทริคเต็มรูปแบบผ่านโครงการลงทุนจำนวนมหาศาล เดอะ แพลทินัม กรุ๊ปประกาศลงทุน 7,800 ล้านบาทสร้างโครงการเดอะ แพลทินัม สแควร์บนทำเลสี่แยกประตูน้ำ เพื่อขยายอาณาจักรให้แข็งแกร่งและตอกย้ำการเป็นฮับแฟชั่นอันดับ 1 ในอาเซียน โครงการมิกซ์ยูสนี้มีพื้นที่รวมประมาณ 100,000 ตารางเมตร บนที่ดิน 7 ไร่ ด้วยอาคาร 48 ชั้น แบ่งเป็นศูนย์การค้า 4 ชั้น โรงแรม 35 ชั้น และอาคารจอดรถ 4 ชั้นที่รองรับรถได้ 613 คัน

แนวคิดหลัก ‘Spectrum of Fashion’ ชัดเจนว่าเป้าหมายไม่ใช่เพียงเติมร้านค้า แต่คือการสร้างย่านแพลทินัมดิสทริคที่รวมศูนย์การค้าเดิม โรงแรม และโครงการใหม่ให้เป็นแลนด์มาร์กแฟชั่นค้าส่ง–ค้าปลีกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาเซียน จุดแข็งที่น่าสนใจคือฐานลูกค้าปัจจุบันที่เป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติถึง 70% จากหลายประเทศในภูมิภาค และลูกค้าภายใน 30% ซึ่งจะยิ่งได้รับประโยชน์จากรถไฟฟ้าสายสีส้มที่เริ่มก่อสร้างและคาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณปี 2573 ทำให้ทำเลประตูน้ำมีศักยภาพสูงขึ้นอีกหลายเท่า ศูนย์การค้าหรูในรูปแบบแฟชั่นดิสทริคนี้จึงถูกวางตัวเป็นทั้งฮับธุรกิจและแม่เหล็กการท่องเที่ยวพร้อมกัน

ศูนย์การค้าหรูยุคใหม่: เมื่อค้าปลีกกลายเป็นไลฟ์สไตล์เดสติเนชัน

The Mall Lifestyle Store: เมื่อความสุขครอบครัวกลายเป็นหัวใจของค้าปลีก

การรีโนเวตเดอะมอลล์ ท่าพระสู่เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ ท่าพระด้วยงบประมาณกว่า 3,000 ล้านบาท บนพื้นที่รวมกว่า 150,000 ตารางเมตร คือการประกาศชัดว่าศูนย์การค้าแบบเดิมหมดเวลาแล้ว โมเดลใหม่ภายใต้แนวคิด “A HAPPY PLACE TO LIVE LIFE : ชีวิตที่มีความสุขทุกครอบครัว” ถูกนิยามเป็น NEW HYBRID RETAIL FOR URBAN LIVING ที่ตั้งเป้าเป็นศูนย์รวมการใช้ชีวิตของทุกคนในครอบครัว ไม่ใช่แค่จุดช้อปปิ้ง การออกแบบคอนเซ็ปต์ “URBAN PLAYGROUND” ทำให้พื้นที่ทุกโซนถูกจัดให้รองรับการกิน ช้อป ชิลล์ และเอนเตอร์เทนเมนต์ในที่เดียว สะท้อนเทรนด์ไลฟ์สไตล์ช้อปปิ้งที่มุ่งเน้นประสบการณ์ก่อนยอดบิล

ผู้บริหารย้ำชัดว่าการปรับโฉมครั้งนี้คือรีโนเวตใหญ่ที่สุดในรอบ 32 ปี ตั้งแต่เปิดให้บริการครั้งแรก โดยพลิกทุกองค์ประกอบใหม่ตั้งแต่ดีไซน์ภายใน–ภายนอก การจัดเรียงร้านค้า ไปจนถึงการใช้วัสดุ UPCYCLE เพื่อยกระดับความคิดสร้างสรรค์ที่ยั่งยืน สิ่งที่น่าสนใจคือการวางลูกค้าเป็นศูนย์กลาง ผ่านการศึกษา Customer Journey และไลฟ์สไตล์ของทุกเจเนอเรชัน เพื่อนำมาออกแบบสโตร์ดีไซน์และเทรนด์สินค้าให้สอดคล้องกับการใช้ชีวิตมากกว่าการเร่งยอดขาย เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ ท่าพระจึงไม่ใช่แค่ศูนย์การค้าหรูฝั่งธนฯ แต่เป็นแลนด์มาร์กไลฟ์สไตล์ที่ตั้งใจจะยกระดับคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจของทั้งย่าน

ศูนย์การค้าหรูยุคใหม่: เมื่อค้าปลีกกลายเป็นไลฟ์สไตล์เดสติเนชัน

บทสรุป: เมื่อค้าปลีกหรูกลายเป็นสถาปัตยกรรมชีวิตคนเมือง

สามกรณีศึกษานี้ชี้ให้เห็นทิศทางเดียวกันอย่างชัดเจน: ผู้พัฒนาค้าปลีกไม่พอใจกับการเป็นแค่ศูนย์การค้าสมัยเก่าอีกต่อไป แต่กำลังผลักดันโครงการของตัวเองให้กลายเป็นเดสติเนชันชีวิตที่ผสมผสานศูนย์การค้าหรู แฟชั่นดิสทริค ร้านอาหาร และเอนเตอร์เทนเมนต์ฮับในพื้นที่เดียว ไลฟ์สไตล์ช้อปปิ้งจึงถูกยกระดับจากกิจกรรมปลายทาง มาเป็นแกนกลางในการออกแบบเมืองใหม่ ทั้งกรณีเมกะมิกซ์ยูสที่เน้นมหาเศรษฐี ไปจนถึงโครงการที่เน้นความสุขครอบครัว ล้วนยืนยันว่าค้าปลีกกำลังใช้สถาปัตยกรรมพื้นที่เพื่อเล่าเรื่องไลฟ์สไตล์มากกว่าการเรียงร้านค้า

มุมมองเชิงกลยุทธ์จึงชัดเจนว่าใครควบคุมเดสติเนชันเหล่านี้ได้ จะมีอำนาจต่อรองสูงในระบบเศรษฐกิจเมือง ทั้งด้านที่ดิน การเดินทาง และกำลังซื้อของลูกค้าระดับบน การเคลื่อนตัวจาก “มอลล์” สู่ “ไลฟ์สไตล์เดสติเนชัน” จึงไม่ใช่แค่การรีแบรนด์ แต่คือการนิยามบทบาทใหม่ของค้าปลีกในฐานะผู้ออกแบบวิถีชีวิตคนเมือง และถ้าแนวโน้มการลงทุนระดับหลายพันล้านยังเดินหน้าต่อไป เมืองในอนาคตอาจถูกกำหนดด้วยภาษาของศูนย์การค้าหรูมากกว่าภาษาของถนนเสียด้วยซ้ำ

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!