The Original Girl คืออะไร และทำไมเดนิมคัสตมไมซ์ถึงสำคัญ
The Original Girl คือคอลเลคชั่นเดนิมคัสตมไมซ์จากความร่วมมือระยะยาวระหว่าง Levi’s และ ROSÉ ที่นำตัวตนศิลปิน K-pop มาผสานกับจิตวิญญาณความเป็น Original ของเดนิมคลาสสิก เปิดพื้นที่ให้แฟนและผู้ใช้ทั่วไปเลือก ปรับ และแต่งรายละเอียดบนซิลูเอตเดนิมพื้นฐาน เพื่อแสดงออกถึงอัตลักษณ์ของตัวเองในรูปแบบที่จับต้องได้ผ่านเสื้อผ้า การสวมใส่จึงไม่ใช่แค่การตามแฟชั่น แต่คือการเล่าเรื่องตัวเองบนผืนผ้ายีนส์
สารหลักของคอลเลคชั่นนี้ชัดเจนตั้งแต่ชื่อ The Original Girl แบรนด์ไม่ได้เพียงหยิบ ROSÉ มาเป็นพรีเซนเตอร์ แต่ให้เธอกลายเป็นกรอบความคิดที่ตีความใหม่คำว่า Original ในยุคที่ทุกคนต้องการความไม่เหมือนใคร Levi’s® สานต่อความร่วมมือระยะเวลาหลายปีกับ ROSÉ ผ่านคอลเลคชั่นพิเศษที่สะท้อนตัวตนของเธอในฐานะ The Original Girl และใช้เดนิมคัสตมไมซ์เป็นเครื่องมือให้ผู้สวมใส่สร้างเอกลักษณ์เฉพาะบุคคล

สองซิลูเอตหลัก เมื่อสไตล์ของ ROSÉ กลายเป็นแพตเทิร์นให้แฟนต่อยอด
หัวใจของลีวายส์ โรเซ่ คอลเลคชั่น คือสองซิลูเอตเดนิมที่ถูกออกแบบให้เป็นเหมือนผืนผ้าว่างให้แฟนแต่งเติม เลือกระหว่าง Slim Zip-Up Trucker Jacket และ Loose Boot Jean ซึ่งทั้งคู่มีให้เลือกสองเฉดสี ความสำคัญคือทั้งสองแบบไม่ใช่ดีไซน์ที่คิดจากศูนย์ แต่เกิดจากรูปทรงที่ ROSÉ ชอบและสวมใส่จริง Loose Boot Jean เคยปรากฏในแคมเปญ Behind Every Original ช่วง Super Bowl ส่วน Trucker Jacket พัฒนาจากทรงที่เธอชื่นชอบและปรับให้เป็นสไตล์ของตัวเอง พร้อมรายละเอียดซิปสองทางและฮาร์ดแวร์โลหะสีเงินที่เพิ่มความดิบแบบเดนิมคลาสสิกแต่ลุคโมเดิร์น
จุดที่น่าสนใจคือซิลูเอตทั้งสองถูกออกแบบให้รองรับการเดนิมคัสตมไมซ์ตั้งแต่ต้น ตัวแจ็กเก็ตสามารถนำไปปรับแต่งต่อที่ Tailor shop ที่ร่วมรายการ ขณะที่โครงหลวมของ Loose Boot Jean เปิดช่องให้ทั้งการพับ ขา ปัก หรือเพิ่มพร็อพต่าง ๆ ได้ง่าย แฟน ROSÉ จึงไม่ได้แค่ใส่กางเกงทรงเดียวกับศิลปินที่ชอบ แต่ได้ใช้ทรงที่เธอออกแบบร่วมกันเป็นฐานในการเล่าความเป็นตัวเอง

เมื่อจิตวิญญาณ Original ของ Levi’s พบตัวตน ROSÉ
สิ่งที่ทำให้ The Original Girl น่าพูดถึงไม่ใช่แค่ความเป็นเดนิมสตาร์คอลแลบ แต่คือการจับคู่สองภาษาของตัวตนอย่างลงตัว Levi’s® ผสานเอกลักษณ์ทางความคิดสร้างสรรค์ของ ROSÉ เข้ากับจิตวิญญาณแห่งความเป็น Original และการแสดงออกถึงตัวตนของแบรนด์ แทนที่จะบังคับให้แฟนต้องเลือกข้างระหว่างความคลาสสิกกับความเป็นศิลปินที่ชอบ คอลเลคชั่นนี้ยืนยันว่าทั้งสองอยู่ร่วมกันได้
รายละเอียดเล็ก ๆ อย่างแพตช์ด้านในแจ็กเก็ตที่เขียนด้วยลายมือของ ROSÉ ว่า Levi Strauss with ROSÉ ซึ่งอยู่บนทุกชิ้นในคอลเลคชั่น ทำให้เสื้อผ้าดูเหมือนของในตู้จริงของเธอมากกว่าของระลึกเชิงการตลาด ROSÉ เองพูดชัดว่าเธออยากให้คอลเลคชั่นนี้สะท้อนสิ่งที่ทำให้แบรนด์เป็นคลาสสิกและยังให้ความรู้สึกเป็นส่วนตัว เหมือนเป็นไอเทมในตู้เสื้อผ้าของเธอ นี่คือการยืนยันว่าความคลาสสิกในยุคนี้ต้องเปิดพื้นที่ให้ความเป็นส่วนตัวเข้ามาอยู่ด้วยกัน

ระบบคัสตมไมซ์ที่ออกแบบมาพร้อมเรื่องเล่าของแฟน
เดนิมคัสตมไมซ์ในคอลเลคชั่นนี้ไม่ได้หยุดแค่การเก็บชายหรือปรับขนาด แต่เพิ่มชุดเครื่องมือให้แฟนเล่าเรื่องร่วมกับ ROSÉ ในระดับดีเทล ทั้งกราฟิกคำว่า The Original Girl คำว่า number one girl ที่อ้างอิงเพลงเปิดจากอัลบั้ม rosie และหมายเลข 11 ที่สื่อถึงวันเกิดของเธอ กลายเป็นรหัสลับทางอารมณ์ที่แฟนเลือกใส่หรือไม่ใส่ก็ได้ ทำให้เดนิมแต่ละตัวบอกได้ว่าเจ้าของอยากเชื่อมกับศิลปินขนาดไหน
นอกจากนี้ยังมี Pins Zipper Charms และ Denim Star Keychains ที่ออกแบบเฉพาะคอลเลคชั่นนี้ เช่น Pins ที่มีคำว่า The Original Girl พร้อมลายดาวและดอกไม้สีดำหรือขาว Zipper Charms ที่มีโลโก้ของทั้ง Levi’s® และ ROSÉ และพวงกุญแจรูปดาวเดนิมปักเลข 11 ด้านหนึ่งและคำว่า rosie อีกด้านหนึ่ง แฟนสามารถปรับแต่งได้ทั้งในร้านและที่ Pop-Up ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กลายเป็นระบบที่ให้แฟนสร้างไอเทมของตัวเองได้อย่างแท้จริง

การวางจำหน่ายและความหมายต่อแฟนในภูมิภาค
การวางจำหน่ายของลีวายส์ โรเซ่ คอลเลคชั่นบอกอะไรบางอย่างเกี่ยวกับทิศทางใหม่ของแฟชั่นเดนิม คอลเลคชั่น Levi’s® x ROSÉ เปิดขายเฉพาะในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกตั้งแต่วันที่ 15 กันยายน เป็นต้นไป ผ่าน Pop-Up ในโตเกียว โซล ปักกิ่ง Levi.com และร้านที่ร่วมรายการ การจำกัดพื้นที่จำหน่ายให้ใกล้กับฐานแฟนหลักอาจดูเหมือนการควบคุมความพิเศษ แต่ในอีกมุมก็ทำให้แฟนในภูมิภาคนี้รู้สึกว่าตัวเองอยู่ศูนย์กลางของคอลเลคชั่น
สำหรับผู้บริโภคในไทย คอลเลคชั่นนี้เริ่มวางจำหน่ายที่สาขา centralwOrld ตั้งแต่วันที่ 18 กันยายน เป็นต้นไป การจับจุดวางขายแบบจำกัดทำให้เดนิมสตาร์คอลแลบนี้มีน้ำหนักเชิงประสบการณ์มากกว่าสินค้าทั่วไป แฟนที่ไปซื้อไม่เพียงได้เสื้อผ้า แต่ยังได้เข้าสู่ระบบคัสตมไมซ์ที่ออกแบบมาให้ต่อยอดตัวตนจากวิสัยทัศน์ของ ROSÉ ในท้ายที่สุด The Original Girl จึงไม่ใช่คำเรียกศิลปินเพียงคนเดียว แต่หมายถึงทุกคนที่กล้าทำเดนิมชิ้นหนึ่งให้เป็นเรื่องเล่าของตัวเอง






