Active Learning ห้องเรียน และ GPAS 5 Steps คิดเป็น คืออะไร และทำไมจึงสำคัญตอนนี้
Active Learning ห้องเรียน คือการออกแบบการเรียนรู้ที่บังคับให้ผู้เรียนต้องลงมือประมวลผลความรู้ด้วยตนเอง ผ่านการคิด อธิบาย เปรียบเทียบ เขียนสรุป แก้ปัญหา ทดลอง สอนเพื่อน และสะท้อนการเรียนรู้ของตัวเอง แทนการนั่งฟังครูบรรยายแบบรับสารฝ่ายเดียว การสอนแบบนี้ไม่ห้ามครูอธิบาย แต่กำหนดให้การฟังไม่ใช่กิจกรรมหลักของทั้งคาบ และต้องมีช่วงที่ผู้เรียนหยุดคิด ใช้ ตรวจ และอธิบายความรู้ให้เชื่อมโยงกับเนื้อหาอย่างมีความหมาย GPAS 5 Steps คือกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบที่เชื่อม Active Learning กับการพัฒนาสมรรถนะศตวรรษที่ 21 โดยเรียงขั้นตั้งแต่การรวบรวมข้อมูล การจัดกระทำและวิเคราะห์ การประยุกต์สร้างความรู้ การสื่อสารนำเสนอ ไปจนถึงการประเมินและกำกับตนเอง เป้าหมายไม่ใช่ให้เด็กรู้มากขึ้น แต่ให้คิด วิเคราะห์ แก้ปัญหา และพัฒนาตนเองได้ต่อเนื่อง จุดเปลี่ยนสำคัญคือการขยับจาก Passive Learning ที่เน้นท่องจำ ไปสู่กระบวนการคิดขั้นสูงที่ตอบโจทย์ทั้งคะแนนสอบและชีวิตจริง

MOU พัฒนาครู 2,500 คนใน 5 จังหวัดชายแดนใต้ สัญญาณว่ารัฐยอมรับว่าต้องเริ่มจากครู
เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2569 สถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการลงนาม MOU กับเครือข่ายโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ เพื่อยกระดับคุณภาพการจัดการเรียนรู้และพัฒนาสมรรถนะครูผ่าน Active Learning และ GPAS 5 Steps โดยกำหนดพัฒนาครู 2,500 คนใน 5 จังหวัด จังหวัดละ 500 คน นี่ไม่ใช่แค่โครงการอบรมอีกชุดหนึ่ง แต่คือการยอมรับว่า “เด็กเก่งได้ ครูต้องเก่งก่อน” และต้องเก่งในเรื่องการออกแบบกระบวนการคิดของเด็ก ไม่ใช่แค่การถ่ายทอดเนื้อหา การเลือกเริ่มต้นในพื้นที่ชายแดนใต้สะท้อนความเหลื่อมล้ำที่ยืดเยื้อมานาน ทั้งเรื่องโอกาส ภาษา ความปลอดภัย และคุณภาพโรงเรียน โดยใน 5 จังหวัดนั้น ผู้เรียนกว่า 70 เปอร์เซ็นต์อยู่ในระบบเอกชน และมีโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาราว 300 แห่ง ถ้าครูกลุ่มนี้เปลี่ยนบทบาทจากผู้บรรยายไปเป็นผู้ออกแบบการเรียนรู้ การลดเหลื่อมล้ำจะเริ่มต้นจากในห้องเรียน ไม่ใช่แค่บนกระดาษนโยบาย

จากอ่านไม่ออกสู่คิดเป็น: เมื่อ Active Learning กลายเป็นยุทธศาสตร์ยกระดับการอ่านนักเรียน
ประธานเครือข่ายโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ยอมรับตรงไปตรงมาว่า เด็กในโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาราวหนึ่งในสามมีปัญหาการอ่านภาษาไทย นี่คือสัญญาณชัดว่าระบบการสอนแบบท่องจำที่บังคับให้เด็กอ่านตามก่อนเข้าใจ กำลังทำร้ายทักษะพื้นฐานที่สุดของการเรียนรู้ ดร.ศักดิ์สิน ชี้ว่า สาเหตุที่เด็ก “อ่านไม่ออก เขียนไม่ได้” อยู่ที่การยึดติดกับการท่องจำก่อนเข้าใจความหมาย และยืนยันว่า GPAS 5 Steps ซึ่งเป็นกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบจะช่วยแก้ปัญหานี้ได้อย่างยั่งยืน เพราะเด็กต้องรวบรวม วิเคราะห์ ทดลอง สื่อสาร และประเมินความคิดของตัวเองทุกขั้น ผลเชิงระบบจึงไม่ใช่แค่คะแนน PISA หรือ O NET ที่สูงขึ้นโดยไม่ต้องกวดวิชา แต่คือการยกระดับการอ่านนักเรียนให้การอ่านเชื่อมกับการคิด การตั้งคำถาม และการใช้ความรู้ในชีวิตจริง การยอมรับว่าความหลากหลายทางภาษาเป็น “กำไรและอัตลักษณ์” ไม่ใช่อุปสรรค ยิ่งตอกย้ำว่ากุญแจอยู่ที่การสอนแบบ Active Learning ไม่ใช่การบังคับให้เด็กปรับตัวฝ่ายเดียว
ตัวอย่างโรงเรียนและเครือข่ายที่ใช้ Active Learning ห้องเรียน เป็นโมเดลลดเหลื่อมล้ำ
การเปลี่ยนผ่านไม่ได้เกิดเฉพาะในพื้นที่ชายแดนใต้ โรงเรียนดรุณาราชบุรีเปิดบ้านให้ผู้บริหารและครูกว่า 7 โรงเรียนจากเครือข่ายคณะรักกางเขนแห่งจันทบุรีเข้าศึกษาดูงานการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning ผ่าน GPAS 5 Steps ตั้งแต่ระดับปฐมวัยถึงมัธยม เพื่อถอดบทเรียนและนำไปขยายผลในโรงเรียนของตนเอง จุดสนใจไม่ใช่แค่ห้องเรียนต้นแบบ แต่คือการเปลี่ยนทั้ง Mindset ครู ระบบคิดของเด็ก และวิธีบริหารโรงเรียน พระสังฆราชซิลวีโอเน้นว่า Active Learning ต้องเปิดโอกาสให้นักเรียนคิด วางแผน ลงมือทำ และติดตามผล ขณะที่ครูเปลี่ยนบทบาทจาก “ผู้สอน” เป็น “โค้ช” ที่คอยชี้แนะ ผู้อำนวยการโรงเรียนดรุณาราชบุรีก็ย้ำว่าเบื้องหลังความสำเร็จในช่วง 3 ถึง 4 ปีไม่ได้มาจากเทคนิคใหม่อย่างเดียว แต่จากการทำให้ครูเข้าใจว่าเปลี่ยนเพื่ออะไร เพื่อให้เด็กเรียนรู้ได้ดีขึ้น เมื่อเห็นเป้าหมายชัดเจน ครูก็พร้อมเปลี่ยนทั้งกระบวนการสอนและวิธีคิด การที่เครือข่ายโรงเรียนและระบบการศึกษาเทศบาลในหลายพื้นที่เริ่มใช้ Active Learning ห้องเรียน เป็นโมเดลกลาง จึงสะท้อนว่าการลดเหลื่อมล้ำกำลังย้ายฐานจากการแจกทรัพยากร ไปสู่การยกระดับกระบวนการคิดของเด็ก

พัฒนาครูแบบเหลื่อมล้ำต้องเลิกอบรมเชิงทฤษฎี แล้วลงมือเปลี่ยนเทคนิคในห้องจริง
คำว่า พัฒนาครูแบบเหลื่อมล้ำ จะหมดความหมายทันทีถ้าเรายังพึ่งการอบรมเชิงทฤษฎีที่ไม่แตะห้องเรียนจริง ความร่วมมือระหว่างสถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการกับเครือข่ายโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาชายแดนใต้ชี้ให้เห็นว่า ครูต้องได้รับทั้งแนวคิด เครื่องมือ และตัวอย่างกิจกรรม Active Learning ที่ใช้ได้ทันที ตั้งแต่แบบเรียน คู่มือ แผนการจัดการเรียนรู้ สื่อ ระบบประเมินผล ไปจนถึงแพลตฟอร์มและแอปพลิเคชันที่รวบรวมกระบวนการ Active Learning Backward Design และ GPAS 5 Steps เพื่อให้ครูนำไปใช้ตรงในห้องเรียน บทความแนวทาง Active Learning ยังสรุปเทคนิคสิบแบบที่ครูหยิบใช้ได้จริงพร้อมตัวอย่างรายวิชา เวลาประมาณการ และข้อควรระวัง เพื่อให้การเปลี่ยนแปลงวัดได้จากผลลัพธ์ของนักเรียน ไม่ใช่จำนวนชั่วโมงอบรม เมื่อครูในพื้นที่ชายขอบได้เข้าถึงเทคนิคแบบเดียวกับโรงเรียนคุณภาพ การพัฒนาครูแบบเหลื่อมล้ำก็เริ่มถูกท้าทายอย่างจริงจัง






