ศูนย์การค้าไทยกำลังเปลี่ยนสมรภูมิ จากพื้นที่ขายสู่เวทีชีวิต
ศูนย์การค้าไทยกำลังเคลื่อนจากบทบาท “อาคารรวมร้านค้า” ไปสู่การเป็นระบบนิเวศค้าปลีกและพื้นที่ชีวิตที่เชื่อมการจับจ่าย การพักผ่อน และประสบการณ์ดิจิทัลเข้าด้วยกัน โดยผู้เล่นรายใหญ่ปรับรูปแบบมอลล์ให้ตอบโจทย์ทั้งการท่องเที่ยว แฟชั่น ไลฟ์สไตล์ครอบครัว และชุมชนท้องถิ่นในโครงการเดียว เพื่อดึงผู้คนกลับมาหน้าร้านและสร้างความผูกพันระยะยาวกับแบรนด์ค้าปลีกผ่านประสบการณ์ที่ออนไลน์อย่างเดียวให้ไม่ได้
การขยายโครงการค้าปลีกรอบใหม่ของสามกลุ่มใหญ่ในธุรกิจศูนย์การค้า ไม่ใช่แค่การเพิ่มพื้นที่เช่า แต่คือสงครามนิยามใหม่ของคำว่า “มอลล์” ที่จะกำหนดว่าผู้บริโภคยุคหลังออนไลน์บูมอยากเดินห้างแบบไหน เดอะ แพลทินัม กรุ๊ป ทุ่มสร้างแพลทินัม สแควร์เพื่อย้ำภาพฮับแฟชั่นค้าส่งค้าปลีกอันดับหนึ่งในอาเซียน เดอะ มอลล์ กรุ๊ปรีแบรนด์เป็นไลฟ์สโตร์เน้นความสุขของครอบครัว ขณะที่ ซีพี แอ็กซ์ตร้า ปูพรมโมเดล Happy & Healthy Mall ทั่วประเทศ

แพลทินัม สแควร์: จากศูนย์การค้าแฟชั่นสู่แพลทินัมดิสทริค
เดอะ แพลทินัม กรุ๊ปกำลังขยายอาณาจักรย่านประตูน้ำให้เป็น “แพลทินัมดิสทริค” อย่างเต็มตัว ด้วยการลงทุน 7,800 ล้านบาทในโครงการเดอะ แพลทินัม สแควร์ บนทำเลการค้าประตูน้ำ แนวคิดคือการเสริมความแข็งแรงของฮับแฟชั่นค้าส่งค้าปลีกที่มีแพลทินัม แฟชั่น มอลล์อยู่แล้ว ให้กลายเป็นปลายทางสำคัญของนักช้อปจากทั่วโลก ไม่ใช่แค่แหล่งซื้อเสื้อผ้าแต่เป็นอีโคซิสเต็มที่รวมผู้ผลิต ผู้ค้าส่งค้าปลีก โรงแรม ภัตตาคาร และบริการท่องเที่ยวไว้ในพื้นที่เดียวกัน
แพลทินัม สแควร์ถูกออกแบบเป็นโครงการมิกซ์ยูสภายใต้แนวคิด ‘Spectrum of Fashion’ มีอาคารสูง 48 ชั้น แบ่งเป็นศูนย์การค้าสี่ชั้น โรงแรม 35 ชั้น และอาคารจอดรถสี่ชั้น รองรับรถได้ 613 คัน พื้นที่ใช้สอยรวมประมาณ 100,000 ตารางเมตร โดยค่าก่อสร้างเฉพาะตัวอาคารอยู่ที่ราว 3,950 ล้านบาท ข้อความที่น่าจดจำคือ “เมื่อรวมกับศูนย์การค้าแพลทินัม แฟชั่น มอลล์ จะมีส่วนช่วยปลุกพลังย่านธุรกิจค้าส่งค้าปลีกแฟชั่นระดับประเทศ ตอกย้ำการเป็นฮับแฟชั่นอันดับ 1 แห่งอาเซียน”

เดอะมอลล์ ไลฟ์สโตร์ท่าพระ: มอลล์สายครอบครัวในฐานะ Urban Playground
ขณะที่แพลทินัมเดินหน้าเสริมภาพแฟชั่น เดอะ มอลล์ กรุ๊ปเลือกวางตัวเป็น “บ้านหลังที่สอง” ของครอบครัวเมือง ด้วยการทุ่มงบประมาณ 3,000 ล้านบาท รีโนเวตเดอะมอลล์ ท่าพระครั้งใหญ่ในรอบกว่า 30 ปี พลิกเป็น “เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ ท่าพระ” ภายใต้แนวคิด “A HAPPY PLACE TO LIVE LIFE : ชีวิตที่มีความสุขทุกครอบครัว” และนิยามตนเองว่าเป็น NEW HYBRID RETAIL FOR URBAN LIVING
มอลล์ใหม่บนพื้นที่รวมกว่า 150,000 ตารางเมตรถูกออกแบบให้เป็น URBAN PLAYGROUND พื้นที่แห่งความสนุกที่รวมกิน ช้อป ชิลล์ และความบันเทิงไว้ในที่เดียว เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของทุกเจเนอเรชันให้ “LIVE A PLAYFUL LIFE ท่าพระ ท่าใหม่ ไลฟ์สไตล์สนุก” การออกแบบเน้น Customer Journey และ Customer Centric ตั้งแต่สโตร์ดีไซน์ การจัดเรียงสินค้าแบบใหม่ ไปจนถึงงานตกแต่งสไตล์ Eclectic Modern ที่ใช้สีสันและงานศิลป์หลากหลาย พร้อมใส่องค์ประกอบด้านความยั่งยืนอย่างการใช้วัสดุ upcycle ทิศทางนี้สะท้อนว่าศูนย์การค้าไทยไม่ได้ขายสินค้าเพียงอย่างเดียว แต่ขายความหมายของการใช้ชีวิตร่วมกันในเมืองด้วย

Happy & Healthy Mall: มอลล์สายชุมชนและสุขภาพจากซีพี แอ็กซ์ตร้า
ด้านซีพี แอ็กซ์ตร้า ผู้ดูแลธุรกิจค้าส่งค้าปลีก “แม็คโคร–โลตัส” เลือกเดินเกมต่างออกไป ด้วยการพัฒนา Happy & Healthy Mall ในฐานะศูนย์การค้าที่เชื่อมออฟไลน์ ออนไลน์ และพื้นที่มอลล์เข้าด้วยกันเป็น Retail Ecosystem เป้าหมายคือยกระดับประสบการณ์ลูกค้าอย่างไร้รอยต่อ พร้อมสร้างการเติบโตระยะยาว และวางตำแหน่งเป็นผู้นำค้าส่งค้าปลีกอันดับหนึ่งของอาเซียนที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี
บริษัทมีแผนพัฒนาและปรับปรุง 60 โครงการใน 29 จังหวัดทั่วประเทศ ระหว่างปี 2569-2570 แบ่งเป็น 10 โครงการในปี 2569 และอีก 50 โครงการในปี 2570 เป้าหมายคือยกระดับพื้นที่มอลล์และพื้นที่เช่ารวมสู่กว่า 1.13 ล้านตารางเมตร ถือเป็นหนึ่งในแผนปรับปรุงศูนย์การค้าครั้งใหญ่ที่สุดของบริษัทในรอบหลายปี แนวคิดสำคัญที่ผู้บริหารย้ำคือ “อนาคตของค้าปลีกไม่ได้ถูกสร้างจากพื้นที่ขายที่ใหญ่ขึ้น แต่สร้างจากพื้นที่ที่ผู้คนอยากใช้ชีวิตมากขึ้น” และออกแบบให้รองรับผู้บริโภคครบห้าช่วงวัย รวมถึง expat และ digital nomad โดยผูกกับบริบทของแต่ละพื้นที่อย่างใกล้ชิด

จากห้างแบบเดิมสู่มอลล์แบบประสบการณ์และชุมชน: ใครได้ ใครเสีย
เมื่อมองภาพรวม การขยายโครงการค้าปลีกของทั้งสามกลุ่มชี้ชัดว่าธุรกิจศูนย์การค้าไม่อาจอยู่ในรูปแบบ “กล่องคอนกรีตรวมร้านค้า” ได้อีกต่อไป แพลทินัมผลักตัวเองขึ้นเป็นฮับแฟชั่นระดับอาเซียนด้วยแพลทินัม สแควร์ เดอะมอลล์ ไลฟ์สโตร์ ท่าพระเลือกทางสายครอบครัวและไลฟ์สไตล์ที่สนุกและยั่งยืน ส่วนซีพี แอ็กซ์ตร้า ใช้ Happy & Healthy Mall เป็นฐานสร้างมอลล์สายชุมชนและสุขภาพที่เชื่อมทุกช่องทาง ทั้งหมดสะท้อนการเปลี่ยนจากศูนย์การค้าแบบดั้งเดิมไปสู่พื้นที่ประสบการณ์และขับเคลื่อนโดยชุมชน
สำหรับผู้บริโภค การเปลี่ยนแปลงนี้แปลว่าความคาดหวังจะสูงขึ้น ศูนย์การค้าไทยต้องให้ได้ทั้งความสะดวก ความสนุก และความหมายต่อชีวิตจริง ไม่ว่าจะเป็นนักท่องเที่ยวที่มองหาฮับแฟชั่นกลางเมือง ช่องว่างของครอบครัวเมืองที่อยากมีพื้นที่ใช้เวลาร่วมกัน หรือชุมชนต่างจังหวัดที่ต้องการศูนย์รวมบริการและสุขภาพใกล้บ้าน ฝั่งผู้ประกอบการรายย่อย แม้จะได้อานิสงส์จากทราฟฟิกและโครงสร้างพื้นฐาน แต่ก็ต้องลงทุนพัฒนาประสบการณ์หน้าร้านให้สอดคล้องกับภาษาของแต่ละมอลล์ บทสรุปคือ ใครเข้าใจว่ามอลล์ยุคใหม่คือ “สถานที่ใช้ชีวิต” มากกว่าสถานที่ขายของ คนนั้นจะยืนระยะได้ในสนามค้าปลีกที่กำลังเข้มข้นที่สุดรอบใหม่







