เอเชียตะวันออกเฉียงใต้จากตลาดเกิดใหม่ สู่เวทีหลักของแบรนด์หรู
แบรนด์หรูเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หมายถึงกลุ่มแบรนด์ลักชัวรีระดับโลกที่มองภูมิภาคนี้เป็นฐานยุทธศาสตร์ในการขยายธุรกิจ ทั้งผ่านร้านค้าแฟล็กชิปลักชัวรี สโตร์ป๊อปอัพหรู และประสบการณ์ไลฟ์สไตล์ที่เชื่อมกับการท่องเที่ยวและการใช้ชีวิตของกลุ่มผู้มีรายได้สูง จุดร่วมคือการจับกลุ่มนักเดินทางและผู้บริโภคท้องถิ่นที่มีกำลังซื้อสูงในศูนย์การค้าพรีเมียมและจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวสำคัญ เพื่อสร้างความผูกพันกับแบรนด์ในระยะยาวมากกว่าการขายสินค้าแบบครั้งต่อครั้ง ภาพใหญ่ที่กำลังเกิดขึ้นคือเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไม่ได้เป็นแค่ตลาดเสริมอีกต่อไป แต่กลายเป็นเวทีทดสอบโมเดลรีเทลใหม่ของโลกลักชัวรี ทั้งแฟล็กชิปขนาดใหญ่และประสบการณ์เฉพาะพื้นที่ เมื่อดูการเคลื่อนไหวของแบรนด์อย่าง DAVIDOFF MELAND และ Lacoste จะเห็นว่าทุกแบรนด์กำลังแข่งขันกันที่ “คุณภาพของประสบการณ์” มากกว่าจำนวนสาขา การเปลี่ยนจากเคาน์เตอร์ในห้างสู่พื้นที่มีธีมชัดเจน สะท้อนว่าใครครองใจผู้บริโภคได้มากกว่า ใครคนนั้นครองส่วนแบ่งตลาดพรีเมียม
DAVIDOFF และ MELAND แฟล็กชิปสโตร์เปลี่ยนห้างหรูให้เป็นเมืองประสบการณ์
ฝั่งแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ DAVIDOFF เลือกปักหมุดเปิดสโตร์ป๊อปอัพหรูสำหรับเครื่องหนังสุดลักชัวรีครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ศูนย์การค้าพรีเมียมแห่งหนึ่งใจกลางเมือง โดยตั้งอยู่ที่ชั้น 1 และออกแบบให้ผู้มาเยือนดื่มด่ำกับโลกของ DAVIDOFF ที่ผสานมรดกสวิสเข้ากับดีไซน์ร่วมสมัยผ่านคอลเลกชัน MOTION และ COMPACT ที่เน้นความเรียบหรูและการใช้งานประจำวัน จุดยืนที่ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ZINO DAVIDOFF SA ระบุว่าพื้นที่นี้รวบรวมนักเดินทางจากทั่วโลก จึงเหมาะสำหรับการทำให้คอลเลกชันเครื่องหนังผู้ชายของแบรนด์เป็นที่รู้จักมากขึ้น บอกชัดว่าแบรนด์ตั้งใจใช้โฟลว์นักท่องเที่ยวพรีเมียมเป็นแรงขับเคลื่อนยอดขาย ด้านรีเทลเชิงประสบการณ์ MELAND แบรนด์สวนสนุกจากจีนเลือกเปิด Global Flagship นอกประเทศครั้งแรกบนพื้นที่กว่า 5,000 ตารางเมตรในศูนย์การค้าพรีเมียมระดับแลนด์มาร์ก ซึ่งถูกออกแบบเป็นเมืองเทพนิยายล้ำสมัย มี 7 โซนธีมแฟนตาซีและ 500 กิจกรรมอินเทอร์แอ็กทีฟให้เด็กได้เรียนรู้และเล่นพร้อมกัน โปรเจ็กต์นี้ลงทุนกว่า 400 ล้านบาท และร่วมมือกับผู้พัฒนาศูนย์การค้าที่ประกาศเป้าหมายให้สถานที่นี้เป็น World-Class Attraction ครบสมบูรณ์ที่สุดในประเทศ การที่ MELAND เลือกเปิดแฟล็กชิปแรกนอกจีนที่นี่จึงเป็นสัญญาณความเชื่อมั่นในตลาดรีเทลเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างชัดเจน

Lacoste Club Bali และการผสานกีฬาเข้ากับไลฟ์สไตล์รีสอร์ตหรู
ฝั่งแบรนด์แฟชั่นสปอร์ต Lacoste กำลังใช้กีฬาเป็นสะพานเชื่อมสู่ตลาดหรูเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างแหลมคม ด้วยการเปิด Club Lacoste Bali ในโรงแรม W Bali – Seminyak รีสอร์ตริมทะเลยอดนิยมระดับโลก พื้นที่นี้ไม่ใช่แค่สนาม Padel สองสนามที่ออกแบบอย่างโดดเด่น แต่ถูกยกระดับให้เป็นคอมมูนิตี้กีฬาและไลฟ์สไตล์ครบวงจร มีบูติกให้ช้อปสินค้า พื้นที่กลางแจ้งตกแต่งด้วยแรงบันดาลใจจากโลโก้จระเข้ และห้องล็อกเกอร์ที่ออกแบบอย่างพิถีพิถันพร้อมจัดแสดงคอลเลกชันน้ำหอมล่าสุดของแบรนด์ Club Lacoste Bali เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่ 06.00 ถึง 21.00 น. ต้อนรับทั้งผู้เข้าพักรีสอร์ตและผู้ที่ชื่นชอบกีฬา Padel จากทั่วโลก การเปิดตัวมาพร้อมกิจกรรม Padel Clinic สุดเอ็กซ์คลูซีฟ รวมคนดังจากหลายประเทศในภูมิภาคมาร่วมฝึกซ้อมและแข่งขันแบบเป็นกันเอง นี่คือการตลาดที่ใช้กีฬา Padel ซึ่งกำลังเติบโตเร็วมาเป็น “ภาษากลาง” เชื่อมต่อผู้เล่น แฟนกีฬา และนักท่องเที่ยวเข้ากับแบรนด์ ในมุมธุรกิจ จึงไม่ต่างจากการเปิดร้านค้าแฟล็กชิปลักชัวรีบนสนามกีฬา ที่เน้นประสบการณ์มากกว่าระยะทางจากเคาน์เตอร์ขายของแบบเดิม
ศูนย์การค้าพรีเมียมกับบทบาทใหม่ในฐานะ Luxury Destination
การมาบรรจบกันของ DAVIDOFF MELAND และแบรนด์ระดับโลกอื่นในศูนย์การค้าพรีเมียมไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เกิดจากการที่ผู้พัฒนาศูนย์การค้าในภูมิภาคนี้เดินหน้าปรับภาพจากพื้นที่ค้าปลีกไปสู่เมืองประสบการณ์อย่างจริงจัง มีกรณีศึกษาที่สำคัญคือการนำ SEA LIFE Bangkok อควาเรียมขนาด 10,500 ตารางเมตรซึ่งเป็นหนึ่งในอควาเรียมที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เข้าไปตั้งในศูนย์การค้า เพื่อให้ผู้คนมาชมสัตว์น้ำและใช้เวลาร่วมกับครอบครัวแทนการเดินช้อปปิ้งอย่างเดียว ตลอด 20 ปี ศูนย์การค้าแห่งนี้ดึงดูดนักท่องเที่ยวกว่า 100 ล้านคนต่อปีมาสัมผัสประสบการณ์หลายมิติ ทั้งช้อปปิ้ง ร้านค้าแบรนด์ระดับโลก และอาหารการกิน โครงสร้างนี้เปิดทางให้โครงการใหม่อย่าง MELAND ซึ่งตั้งใจเป็นโกลบอลแลนด์มาร์กดึงนักท่องเที่ยวทั่วโลกและผลักดันให้เมืองเป็น Family Destination ชั้นนำ เมื่อผู้พัฒนาศูนย์การค้าบุกเบิกต้นแบบ Luxury Destination ด้วยการยกระดับประสบการณ์ลักชัวรีให้ทุกคนเข้าถึงได้ แบรนด์เนมระดับโลกจึงมีพื้นที่เหมาะสมในการทดสอบรูปแบบร้านค้าแฟล็กชิปลักชัวรีและสโตร์ป๊อปอัพหรูที่เน้นการมีส่วนร่วมมากกว่าการวางสินค้า
จากเคาน์เตอร์สู่คอมมูนิตี้ ประสบการณ์คือสนามรบใหม่ของแบรนด์ลักชัวรี
เมื่อมองภาพรวม การขยายธุรกิจแบรนด์เนมระดับโลกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังเดินหน้าไปในทิศทางเดียวกันคือ “ประสบการณ์มาก่อนสินค้า” DAVIDOFF ใช้สโตร์ป๊อปอัพเครื่องหนังในพื้นที่ที่นักเดินทางพรีเมียมมารวมตัว เพื่อสร้างความใกล้ชิดและให้ลูกค้าได้สัมผัสวัสดุและดีไซน์ในบรรยากาศเป็นมิตร ก่อนตัดสินใจซื้อ MELAND เปลี่ยนชั้นบนสุดของศูนย์การค้าพรีเมียมให้เป็นสวนสนุกอินเทอร์แอ็กทีฟสำหรับครอบครัว ที่พร้อมจะจัดปาร์ตี้เฉลิมฉลองทุกโอกาสและมี Activity เสริมอย่างเวิร์กช็อปศิลปะที่เตรียมเปิดตามมา ขณะที่ Lacoste ใช้สนาม Padel ขอบทะเลและกิจกรรมคลินิกกีฬาเชื่อมผู้เล่นและคนดังให้กลายเป็นคอมมูนิตี้กีฬานานาชาติ แนวโน้มนี้สะท้อนชัดว่าการอยู่ในแผนกเสื้อผ้าเดิมในห้างไม่พออีกต่อไป แบรนด์ลักชัวรีต้องแทรกตัวเข้าไปในช่วงเวลาสำคัญของชีวิตผู้บริโภค ไม่ว่าจะเป็นทริปท่องเที่ยววันหยุด การออกไปเล่นกีฬา หรือการพาลูกไปสวนสนุก แบรนด์ที่เข้าใจบริบทไลฟ์สไตล์และออกแบบประสบการณ์ให้สอดรับกับพื้นที่อย่างแหลมคม จะเป็นผู้ชนะในศึกแย่งส่วนแบ่งตลาดพรีเมียมของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในยุคที่สินค้าหรูหาซื้อออนไลน์ได้ แต่ความทรงจำและอารมณ์ร่วมยังต้องการพื้นที่จริงในการเกิดขึ้น







