ยุคใหม่การตลาดท่องเที่ยว: จากโบรชัวร์สู่แพลตฟอร์มและไอคอนระดับโลก
แนวโน้มใหม่ของการตลาดท่องเที่ยวคือการผสานพลัง “แอมบาสซาเดอร์คนดัง” กับ “แพลตฟอร์มดิจิทัล” เพื่อเปลี่ยนจากการโฆษณาผ่านสื่อดั้งเดิม มาเป็นการเข้าถึงนักท่องเที่ยวผ่านคนที่เขาติดตามและแอปที่เขาใช้จริงในทุกวัน ด้วยเป้าหมายไม่ใช่แค่ดึงให้เดินทางมาเยือน แต่ทำให้เขาใช้จ่าย ยืดระยะเวลาพัก และกลับมาเที่ยวซ้ำผ่านประสบการณ์ที่เชื่อมต่อกันตั้งแต่จองรถ ร้านอาหาร ไปจนถึงกิจกรรมในจุดหมายปลายทาง
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเดินเกมเชิงรุกในทิศทางนี้อย่างชัดเจน ผ่านสองหมากสำคัญที่เกิดขึ้นควบคู่กัน หนึ่งคือการแต่งตั้ง “ลิซ่า ลลิษา มโนบาล” เป็น Amazing Thailand Ambassador เพื่อสะท้อนเสน่ห์และความหลากหลายของการท่องเที่ยวในมุมใหม่ สองคือการผนึกกำลังกับแพลตฟอร์มเรียกรถและสั่งอาหาร เปิดตัวแพ็กเกจ “Amazing Thailand Grab Travel Pass” เพื่อให้การเดินทาง กิน เที่ยว ในประเทศคุ้มค่าและสะดวกยิ่งขึ้นผ่านแอปเดียว ทั้งคู่สะท้อนภาพการรีเซ็ตกลยุทธ์ จากการขายสถานที่สู่การขายประสบการณ์และระบบนิเวศดิจิทัลครบวงจร
ลิซ่าในบทบาท Amazing Thailand Ambassador: พลังซอฟต์พาวเวอร์ที่เล่าเรื่องใหม่
การดึงไอคอนระดับโลกอย่างลิซ่ามารับบทท่องเที่ยวไทย ambassador ไม่ใช่เพียงการใช้ชื่อเสียงเพื่อเรียกยอดไลก์ แต่คือการวางตำแหน่งประเทศในฐานะ Quality Leisure Destination ที่เน้นประสบการณ์และคุณค่าของการเดินทางมากกว่าการนับจำนวนคนเข้าเมือง ททท.ประกาศชัดว่าบทบาท Amazing Thailand Ambassador ของลิซ่าคือการ “นำเสนอเสน่ห์ ความหลากหลายและความมหัศจรรย์ของเมืองไทยในมุมมองใหม่” ที่ทั้งคนในประเทศและนักท่องเที่ยวต่างชาติจะค้นพบไปพร้อมกัน
ภายใต้แคมเปญ Amazing Thailand ชุด “Feel All the Feelings” การตลาดถูกยกระดับจากการขายภาพแลนด์มาร์กไปสู่การขายอารมณ์ ความทรงจำ และเรื่องเล่าของผู้เดินทาง จุดแข็งของลิซ่าอยู่ที่การเป็นคนท้องถิ่นที่กลายเป็นศิลปินโลก สะท้อนความร่วมสมัยที่ยังเชื่อมโยงกับรากวัฒนธรรม ซึ่งเข้ากับเป้าหมายการรีเฟรมภาพลักษณ์ประเทศให้ผสานทั้งมรดกและความโมเดิร์น ททท.ไม่ได้หวังแค่แรงดึงดูดเชิงภาพลักษณ์ แต่ยังใช้โอกาสนี้เชิญชวนให้คนในประเทศออกเดินทางและเป็นเจ้าบ้านที่ดี เพื่อส่งต่อความเป็นไทยเคียงข้างลิซ่าในฐานะแอมบาสซาเดอร์ร่วมกัน
Amazing Thailand Grab Travel Pass: เมื่อแอปกลายเป็นคู่มือเที่ยวเต็มรูปแบบ
อีกฟากหนึ่งของยุทธศาสตร์ ททท.เลือกจับมือกับแพลตฟอร์มเรียกรถและสั่งอาหาร เพื่อเปลี่ยนสมาร์ตโฟนของนักท่องเที่ยวให้กลายเป็นรีเซปชันและคูปองส่วนลดแบบครบวงจร แพ็กเกจ “Amazing Thailand Grab Travel Pass” ถูกออกแบบมาสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่ม Digital Savvy ที่คุ้นกับการใช้เทคโนโลยีในทุกขั้นตอนของการเดินทาง และเน้นเจาะตลาดจีนซึ่งเป็นตลาดหลักสำคัญ ททท.มองสิ่งนี้เป็นการขับเคลื่อนแนวคิด Platform Economy เชื่อม Ecosystem การท่องเที่ยวแบบไร้รอยต่อ ภายใต้กลยุทธ์ “Amazing 5 Economy” เพื่อให้เกิดการเดินทางได้ตลอดทั้งปีและกระจายรายได้สู่ทุกมิติของอุตสาหกรรม
ในแง่ข้อเสนอ แพ็กเกจนี้ให้สิทธิพิเศษมูลค่ารวมกว่า 3,000 บาท ครอบคลุมบริการเดินทาง สั่งอาหาร และสั่งซื้อของใช้ผ่านแอปในราคาเพียง 30 บาท และใช้ได้นาน 4 สัปดาห์ นั่นหมายความว่าหนึ่งครั้งที่นักท่องเที่ยวเปิดแอป เขาสามารถเรียกรถไปแลนด์มาร์กยอดนิยม รับส่วนลด GrabFood เพื่อชิมอาหาร และสั่งของฝากผ่าน GrabMart ได้ในดีลเดียว แพลตฟอร์มยังรายงานว่ายอดสมัคร Grab Travel Pass เติบโตสูงถึงร้อยละ 95 ในประเทศ ซึ่งสะท้อนการตอบรับที่ดีจากนักท่องเที่ยว โดยกว่า 60% ใช้สิทธิในบริการเดินทาง และมากกว่าหนึ่งในสี่ใช้สิทธิมากกว่า 1 ประเภทบริการ

ยุทธศาสตร์แพลตฟอร์มและฟินเทค: แข่งแย่งค่าใช้จ่ายนักท่องเที่ยวต่างชาติแบบเนียน ๆ
สิ่งที่น่าสนใจคือทิศทางการตลาดนี้ไม่ได้ "เน้นโฆษณา" เท่าไร แต่มุ่ง "ออกแบบเส้นทางใช้จ่าย" ของนักท่องเที่ยวต่างชาติบนแพลตฟอร์มที่เขาคุ้นเคยมากกว่า การให้ส่วนลดเรียกรถสูงสุด 30% ส่วนลดอาหาร 10% และส่วนลด GrabMart 15% ผ่าน Grab Travel Pass คือการกระตุ้นให้เขาออกจากโรงแรมไปสัมผัสย่านใหม่ ร้านท้องถิ่น ร้านของฝาก และกิจกรรมต่าง ๆ มากขึ้น ยิ่งใช้แอปมาก เม็ดเงินยิ่งไหลลงสู่ผู้ประกอบการรายย่อยในโลคัลอีโคโนมีโดยตรง
เบื้องหลังแพ็กเกจนี้คือการใช้บิ๊กดาต้าและเทคโนโลยีดิจิทัลในการวิเคราะห์และออกแบบกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เมื่อรวมกับความร่วมมือกับโซลูชันฟินเทคและข้อเสนอเฉพาะทาง เช่นดีลพิเศษผ่านบัตร MasterCard ที่มอบประสบการณ์การท่องเที่ยวแบบไร้รอยต่อ ภาพที่ชัดคือการแข่งแย่งส่วนแบ่งค่าใช้จ่ายของนักเดินทางผ่านดีลในมือถือ แทนการแข่งกันที่โปสเตอร์หน้าสนามบิน ททท.และพันธมิตรยังต่อยอดด้วยโค้ด “GRABFEST” ให้ส่วนลดการเดินทาง 15% ในงานเทศกาลเชิงวัฒนธรรม เช่น มหาสงกรานต์ ทำให้แพลตฟอร์มนี้ฝังตัวอยู่ในทุกจังหวะของทริป ตั้งแต่มาถึงสนามบินจนกลับขึ้นเครื่อง

จากแคมเปญสู่ระบบนิเวศ: โอกาสและความเสี่ยงของการพึ่งดิจิทัล
เมื่อมองภาพรวม การใช้ลิซ่าในบทบาทท่องเที่ยวไทย ambassador ควบคู่กับ Amazing Thailand campaign และแพ็กเกจ Grab Travel Pass คือการขยับจาก “แคมเปญสวย ๆ” สู่ “ระบบนิเวศการเดินทางดิจิทัล” ที่จับต้องได้ นักท่องเที่ยวมองเห็นภาพเมืองน่าเที่ยวผ่านคอนเทนต์ของลิซ่า จากนั้นได้ข้อเสนอเดินทาง กิน ช้อปผ่านแอปเดียว พอถึงปลายทริปก็มีความทรงจำและความสะดวกที่โน้มน้าวให้กลับมาเที่ยวซ้ำ นี่คือวงจรคุณค่าที่หลายปลายทางท่องเที่ยวใฝ่หาแต่มักติดอยู่แค่ระดับโฆษณา
อย่างไรก็ตาม การพึ่งพาแพลตฟอร์มใหญ่ย่อมมาพร้อมความเสี่ยง ทั้งในมิติข้อมูล ค่าธรรมเนียม และโอกาสที่ผู้ประกอบการรายเล็กอาจตามไม่ทัน การตลาดท่องเที่ยวยุคใหม่จึงต้องไม่หยุดแค่การจับมือกับยักษ์ดิจิทัล แต่ต้องลงทุนพัฒนาทักษะดิจิทัลของธุรกิจท้องถิ่น และออกแบบกติกาที่เป็นธรรม ในระยะสั้น นักท่องเที่ยวได้ประสบการณ์ที่สะดวก คุ้มค่า และปลอดภัยยิ่งขึ้น แต่ในระยะยาว ความสำเร็จจะวัดจากว่าใครได้ส่วนแบ่งจากเม็ดเงินที่ไหลผ่านแพลตฟอร์มเหล่านี้มากน้อยเพียงใด และวัฒนธรรมในพื้นที่ยังได้รับการเคารพและเล่าเรื่องอย่างสมดุลหรือไม่






