Vietnamese Week คืออะไร และทำไมจึงสำคัญต่อสินค้าเวียดนามในไทย
งาน Vietnamese Week in Thailand คือโครงการความร่วมมือระหว่างเซ็นทรัล รีเทล กลุ่มเซ็นทรัล และหน่วยงานรัฐเวียดนาม ที่ใช้พื้นที่ค้าปลีกในเมืองหลวงเป็นเวทีให้ผู้ประกอบการเวียดนามนำสินค้า อาหาร เครื่องดื่ม และวัฒนธรรมมาพบผู้บริโภคและคู่ค้ารายใหม่ ช่วยเชื่อมการค้าระหว่างประเทศด้วยการจับคู่ธุรกิจและทดสอบตลาดจริง ก่อนขยายเข้าสู่ระบบค้าปลีกสมัยใหม่ในภูมิภาค
หัวใจของงานปีนี้คือการประกาศตัวอย่างชัดเจนว่าห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ไม่ได้เป็นเพียงที่ช้อปปิง แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานการค้าในภูมิภาคที่เปิดทางให้แบรนด์เล็กจากตลาดเวียดนามก้าวเข้าสู่สายตาผู้บริโภคและผู้นำเข้าในวงกว้าง กลุ่มเซ็นทรัล และเซ็นทรัล รีเทล ร่วมกับกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าเวียดนาม เปิดงานภายใต้แนวคิด Discover the Charm of Vietnam เพื่อเฉลิมฉลอง 50 ปีความสัมพันธ์ทางการทูต พร้อมส่งสัญญาณทางการค้าว่า คู่ค้าทั้งสองฝั่งกำลังมองเกมยาว ไม่ใช่แค่จัดอีเวนต์ให้จบไปในสี่วัน

มากกว่า 60 แบรนด์เวียดนาม ใช้ห้างเป็นทางด่วนเข้าสู่ระบบค้าปลีก
งาน Vietnamese Week ครั้งนี้รวบรวมผู้ประกอบการเวียดนามมากกว่า 60 รายจากหลากหลายอุตสาหกรรม ตั้งแต่กาแฟ ชา บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ผักผลไม้แปรรูป คราฟต์ช็อกโกแลต น้ำปลา เครื่องปรุง ไปจนถึงสิ่งทอและสินค้าไลฟ์สไตล์ ขึ้นมาจัดบูธโดยไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อเปิดประตูให้แบรนด์เหล่านี้เข้าถึงผู้บริโภคและผู้นำเข้าโดยตรง และได้ฟังเสียงตอบรับจากตลาดแบบสดใหม่ในสถานที่เดียว
จุดที่น่าสนใจคือไม่ได้จบแค่การขายหน้าบูธ เพราะมีการจัด Business Matching ระหว่างผู้ประกอบการเวียดนามกับหน่วยธุรกิจในกลุ่มเซ็นทรัล เพื่อพูดคุยเรื่องการส่งออกและการนำสินค้าเข้าระบบค้าปลีกและค้าส่งสมัยใหม่ทั้งในภูมิภาค โครงการนี้จัดต่อเนื่องภายใต้วิสัยทัศน์ Better for Vietnam ตั้งแต่ปี 2559 และตลอดเวลาที่ผ่านมา มีผู้ประกอบการเวียดนามเข้าร่วมแล้วกว่า 1,000 ราย ต้อนรับผู้เข้าชมมากกว่า 1 ล้านคน และมีการจับคู่ธุรกิจสำเร็จมากกว่า 50 ครั้ง การลงทุนในแพลตฟอร์มแบบนี้คือการสร้างโครงข่ายทางการค้าถาวร ไม่ใช่แค่เวทีชั่วคราว

เมื่อฮานอยใช้บูธ 44 ตารางเมตรเป็นประตูสู่ภูมิภาค
ในมุมของภาครัฐเวียดนาม ฮานอยใช้โครงการนี้เป็นเครื่องมือยุทธศาสตร์เพื่อผลักดันสินค้าเมืองหลวงเข้าสู่ระบบการจัดจำหน่ายระหว่างประเทศ บูธของฮานอยในงานสัปดาห์สินค้าเวียดนามครั้งนี้มีพื้นที่ 44 ตารางเมตร ในงานที่รวมพื้นที่จัดแสดงราว 520 ตารางเมตร และคาดว่าจะมีผู้เข้าชมมากกว่า 20,000 คน ภายในบูธเดียวมีธุรกิจจากฮานอยราว 10 แห่งหมุนเวียนนำอาหาร เครื่องดื่ม กาแฟ โกโก้ ผลิตภัณฑ์เกษตร อาหารทะเลแปรรูป งานหัตถกรรม และสินค้าอุปโภคบริโภคมานำเสนอแก่ผู้นำเข้าและระบบจัดจำหน่ายในภูมิภาคโดยตรง
ตัวเลขการส่งออกของฮานอยไปยังตลาดนี้สะท้อนว่าการเข้าร่วมงานลักษณะนี้ไม่ได้เป็นแค่กิจกรรมประชาสัมพันธ์ จากข้อมูลล่าสุด มูลค่าการส่งออกของฮานอยไปยังตลาดนี้ในปี 2025 อยู่ที่ 2.6 ของการส่งออกทั้งหมดของเมือง และในช่วงแปดเดือนแรกของปี 2026 เพิ่มเป็น 3.1 ซึ่งเป็นสัญญาณว่าสินค้าเวียดนามในไทยกำลังขยายบทบาทมากขึ้นในภาพรวมการค้าของเมืองหลวง การใช้ห้างค้าปลีกขนาดใหญ่เป็นสนามทดลองสินค้า จึงเป็นกลยุทธ์ที่ผสมทั้งงานแสดงสินค้า การวิจัยตลาด และการเจรจาเข้าระบบค้าปลีกของกลุ่มเซ็นทรัลในคราวเดียว

จากชิมกาแฟสู่ดีลเที่ยว การค้าปลีกเชื่อมอาหาร สินค้า และการท่องเที่ยว
สิ่งที่ทำให้งาน Vietnamese Week แตกต่างจากงานสินค้าเวียดนามทั่วไป คือการผูกสินค้าอุปโภคบริโภคเข้ากับประสบการณ์ท่องเที่ยวอย่างเป็นระบบ ผู้บริโภคสามารถชิมเมนูยอดฮิตอย่างเฝอ บั๋นหมี่ ปอเปี๊ยะสด กาแฟเวียดนามในโซนอาหารและป็อปอัพคาเฟ่ พร้อมเวิร์กช็อปการชงชาและกิจกรรมศิลปวัฒนธรรมที่ทำให้ภาพของตลาดเวียดนามชัดขึ้นในใจผู้เข้าชม จากนั้นปิดท้ายด้วยดีลตั๋วเครื่องบินและแพ็กเกจท่องเที่ยวสุดคุ้มจากสายการบินและบริษัททัวร์พันธมิตรที่ถูกยกมาไว้ในงานเดียวกัน
ในมุมยุทธศาสตร์ นี่คือการออกแบบอีโคซิสเต็มการค้าปลีกให้โยงกับการท่องเที่ยวและการลงทุนข้ามพรมแดนอย่างชัดเจน เซ็นทรัล รีเทลไม่ได้ทำเพียงอีเวนต์ในห้าง แต่ลงทุนสร้างธุรกิจค้าปลีกในเวียดนามหลากหลายรูปแบบ ขยายจากกลุ่มฟู้ดไปสู่ร้านไลฟ์สไตล์และศูนย์การค้าขนาดใหญ่ ควบคู่กับการจ้างงานกว่าหมื่นตำแหน่งในประเทศเวียดนาม และการทำงานร่วมกับซัพพลายเออร์ท้องถิ่นมากกว่า 2,000 ราย สินค้าที่ขายในร้านค้ากลุ่มนี้มากกว่า 90 เป็นสินค้าเวียดนาม แปลว่าการผลักดันสินค้าเวียดนามในไทยผ่านงานนี้ เชื่อมโยงโดยตรงกับการเติบโตของผู้ผลิตในประเทศต้นทางด้วย

สะพานการค้าจากห้างสู่ภูมิภาค ใครได้ประโยชน์มากที่สุด
เมื่อมองภาพรวม งาน Vietnamese Week in Thailand คือตัวอย่างชัดเจนของการใช้ห้างค้าปลีกเป็นสะพานเชื่อมผู้ผลิตท้องถิ่นเข้าสู่เครือข่ายการจัดจำหน่ายระดับภูมิภาค แทนที่จะรอให้แบรนด์เวียดนามเติบโตจนใหญ่พอเข้าแข่งขันเอง เซ็นทรัล รีเทลดึงแบรนด์เหล่านี้เข้าระบบตั้งแต่ยังเป็นผู้ประกอบการขนาดเล็ก แล้วค่อยขยายโอกาสผ่านเครือข่ายค้าปลีกและค้าส่งของตน ซึ่งกระจายอยู่ทั้งฝั่งตลาดเวียดนามและภูมิภาค
ผู้บริโภคได้ทดลองสินค้าใหม่จากตลาดเวียดนามในไทยแบบไม่ต้องเดินทางไกล ขณะที่ผู้ประกอบการเวียดนามได้พื้นที่ทดสอบผลิตภัณฑ์กับผู้ซื้อจริง รวมถึงเวทีเจรจาธุรกิจกับเครือข่ายค้าปลีกใหญ่ ภาครัฐเวียดนามใช้เวทีนี้เสริมยุทธศาสตร์การส่งออกและยกระดับภาพลักษณ์เมืองหลวงผ่านการนำเสนอสินค้า วัฒนธรรม และโอกาสลงทุน ในบริบทที่มิตรภาพระหว่างสองประเทศเดินทางมาถึงวาระ 50 ปี งานนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงเทศกาลกินเที่ยว แต่เป็นโมเดลการค้าปลีกแบบใหม่ที่ใช้ห้างเป็นโครงสร้างพื้นฐานการค้าระหว่างประเทศอย่างเต็มตัว







