จากหาดสวยสู่ทำเลเงินล้าน: นิยามใหม่ของภูเก็ตในฐานะตลาดลงทุนอสังหาฯ
ภูเก็ต ลงทุนอสังหาฯ หมายถึงการที่เกาะภูเก็ตกำลังเปลี่ยนบทบาทจากเมืองท่องเที่ยวที่พึ่งรายได้จากนักเดินทางระยะสั้น ไปสู่การเป็นศูนย์กลางการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมียม ที่มีทั้งคอนโดมิเนียม โครงการมิกซ์ยูส โรงแรม และวิลล่าหรู โดยมีผู้ซื้อที่อยู่อาศัยทั้งคนท้องถิ่นและนักลงทุนต่างชาติไหลเข้ามาเป็นเจ้าของสินทรัพย์ระยะยาวแทนการเป็นเพียงนักท่องเที่ยวชั่วคราวเท่านั้น
แก่นของการเปลี่ยนผ่านนี้คือ เม็ดเงินลงทุนขนาดใหญ่และโครงสร้างเศรษฐกิจที่หันมารองรับการอยู่อาศัยถาวรควบคู่การท่องเที่ยว รายงานด้านการท่องเที่ยวชี้ว่าภูเก็ตมีรายได้ท่องเที่ยวคาดแตะ 5 แสนล้านบาทในปีหนึ่ง และถูกมองว่าเป็นช่วง Always High Season จากจำนวนนักท่องเที่ยวที่เติบโตต่อเนื่อง นั่นคือฐานกำลังซื้อที่ผู้พัฒนาอสังหาฯเริ่มตีความใหม่ ไม่ใช่แค่ให้พักโรงแรม แต่ชวนให้ซื้อที่อยู่อาศัย จับจังหวะที่เมืองเริ่มมีโครงสร้างพื้นฐานและบริการระดับโลกครบถ้วนจนใกล้เคียงรีสอร์ตระดับตำนานหลายแห่งของโลก ภาพภูเก็ต โครงการหรู จึงไม่ใช่คำโฆษณา แต่คือทิศทางเมืองทั้งเกาะ

เซ็นทรัล ภูเก็ต ขยาย: เมื่อห้างหรูกลายเป็นแม่เหล็กดึงทุนอสังหาฯ
หากจะหาหัวใจใหม่ของเมืองภูเก็ตวันนี้ ต้องมองไปที่การขยายตัวของเซ็นทรัล ภูเก็ต ขนาดใหญ่เดิมที่ลงทุนสะสมจนแตะมูลค่าโครงการ 26,000 ล้านบาท พื้นที่ 110 ไร่ และพื้นที่ใช้สอยรวม 500,000 ตารางเมตร ล่าสุดยังเดินหน้าลงทุนต่ออีก 7,000 ล้านบาท ระหว่างปี 2026–2028 เพื่อขยายโครงการอีก 40% และยกระดับโซนหรูให้เด่นชัดขึ้น นี่ไม่ใช่การขยายห้างธรรมดา แต่คือการสร้างศูนย์กลางเศรษฐกิจเมืองใหม่ ที่ดึงทั้งนักท่องเที่ยว นักธุรกิจ และผู้พักอาศัยระยะยาวให้หมุนเวียนใช้ชีวิตในย่านเดียวกัน
ที่เห็นชัดที่สุดคือการทุ่มงบ 1,000 ล้านบาทเพื่อขยาย Luxury Zone รองรับดีมานด์ระดับบน แผนคาดหวังทราฟฟิก 100,000 คนต่อวัน แบ่งเป็นลูกค้าต่างชาติถึง 70% หลังโซนใหม่แล้วเสร็จ จากปัจจุบันเฉลี่ย 80,000 คนต่อวัน โซนหรูที่รวบรวมแบรนด์ระดับโลกและประสบการณ์กิน-ช้อปแบบไฮเอนด์ ทำหน้าที่มากกว่าพื้นที่จับจ่าย แต่เป็นการส่งสัญญาณให้ตลาดรู้ว่าภูเก็ตพร้อมรองรับวิถีชีวิตของเศรษฐีโลกที่ต้องการบ้านหลังที่สองและไลฟ์สไตล์เมืองใหญ่ การที่เซ็นทรัล ภูเก็ต ขยาย อย่างต่อเนื่องจึงผลักให้ที่ดินรอบข้างกลายเป็นเป้าใหม่ของนักพัฒนาและผู้ที่มองหา ภูเก็ต ลงทุนอสังหาฯ อย่างเต็มตัว

Origin Group และคลื่นทุนอสังหาฯใหม่: จากคอนโดสู่รีสอร์ตซูเปอร์ลักชัวรี
ขณะห้างใหญ่ทำหน้าที่สร้างดีมานด์ไลฟ์สไตล์ ผู้พัฒนาอสังหาฯรายใหญ่ก็แห่เข้ามาปักหมุด หนึ่งในตัวอย่างชัดคือ Origin Group ที่บุกตลาดภูเก็ตภายใต้วิสัยทัศน์ “Origin Infinity” ตั้งแต่ปี 2566 จนถึงสิ้นไตรมาส 2 ปี 2569 มียอดลงทุนรวมแล้ว 18,350 ล้านบาท ครอบคลุม 8 โครงการที่อยู่อาศัยทั้งคอนโดและวิลล่าจำนวน 3,937 ยูนิต ด้วยมูลค่าลงทุน 15,650 ล้านบาท และยอดขายเฉลี่ยเกิน 60% พร้อมสร้างมิกซ์ยูสขนาดใหญ่ในทำเลรีสอร์ตสำคัญ
ที่สำคัญกว่านั้นคือแผนระยะสามปีถัดไป (2569–2571) ที่บริษัทตั้งเป้าลงทุนโครงการใหม่อีก 11,650 ล้านบาท ดันพอร์ตภูเก็ตจาก 18,350 เป็น 30,000 ล้านบาทในปี 2571 ทิศทางนี้ไม่ได้หยุดที่คอนโด แต่ขยายไปยังบ้านแนวราบ วิลล่า และโรงแรมแบบ recurring income รวมถึงการเปิดแบรนด์ซูเปอร์ลักชัวรี “Balco” ที่บางเทา บีช มูลค่าโครงการ 1,350 ล้านบาท เพื่อเจาะตลาดลูกค้าต่างชาติฐานะสูงโดยเฉพาะ นี่คือสัญญาณชัดเจนว่าภูเก็ต โครงการหรู ไม่ได้จำกัดอยู่แค่โรงแรมริมทะเล แต่กำลังกลายเป็นสนามแข่งขันของแบรนด์อสังหาฯรายใหญ่ที่มองเมืองนี้เป็นฐานธุรกิจระยะยาว

คอนโด ภูเก็ต ปี 2568 และแรงซื้อจากต่างชาติ: เมืองท่องเที่ยวที่กลายเป็นเมืองลงทุน
เบื้องหลังความคึกคักของดีเวลลอปเปอร์คือการเปลี่ยนพฤติกรรมของนักเดินทาง คอนโด ภูเก็ต ปี 2568 ถูกบันทึกว่ายอดขายทำสถิติสูงสุด ขณะที่งานวิจัยตลาดชี้ว่าการเปิดตัวคอนโดใหม่ในครึ่งหลังของปี 2568 ลดลง 16.5% เมื่อเทียบกับครึ่งปีแรก ภาพรวมนี้หมายความว่าอุปทานเริ่มถูกดูดซึม ในขณะที่ความต้องการโดยเฉพาะจากผู้ซื้อกำลังซื้อสูงยังเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง นักลงทุนต่างชาติ ภูเก็ต เริ่มมองสินทรัพย์เหล่านี้เป็นทั้งบ้านพักตากอากาศและเครื่องมือสร้างกระแสเงินสดจากการปล่อยเช่าในช่วงที่ไม่ได้เข้าพัก
รายงานวิจัยระบุว่าตลาดต่างชาติของภูเก็ตไม่ได้พึ่งผู้ซื้อจากประเทศเดียว แต่กระจายไปยังหลายกลุ่ม ทั้งรัสเซีย ยุโรป อินเดีย ไต้หวัน และภูมิภาคอื่น ซึ่งบางตลาดมีการเติบโตของมูลค่าธุรกรรมเฉลี่ยระดับสองหลักต่อปีในช่วง 2566–2568 ขณะเดียวกัน คอนโดหลายโครงการให้ผลตอบแทนค่าเช่าขั้นต้นประมาณ 6–11% ตามทำเลและคุณภาพโครงการ ทำให้ภูเก็ต ลงทุนอสังหาฯ ถูกมองว่าเป็นโอกาสสำหรับผู้ที่ต้องการกระจายพอร์ตไปสู่สินทรัพย์จับต้องได้ในเมืองท่องเที่ยวระดับโลก ไม่ใช่แค่เก็บเงินสดหรือสินทรัพย์การเงินเพียงอย่างเดียว

ผังเมืองใหม่กับตึก 20 ชั้น: ฐานโครงสร้างเมืองที่เปิดทางฮับอสังหาฯพรีเมียม
สิ่งที่ทำให้การเปลี่ยนผ่านของภูเก็ตมีน้ำหนักมากกว่าคำโปรโมต คือการยกเครื่องผังเมืองที่จะกำหนดโครงสร้างการเติบโตในระยะยาว ร่างผังเมืองรวมฉบับใหม่เตรียมเปิดทางให้บางพื้นที่ เช่น ป่าตอง บางส่วนของอำเภอถลาง และเขตเมืองภูเก็ต สามารถสร้างอาคารสูง 45–60 เมตร หรือราว 15–20 ชั้น จากเดิมที่ส่วนใหญ่จำกัดความสูงประมาณ 7 ชั้นเท่านั้น การยกระดับความสูงเช่นนี้ทำให้การพัฒนาโครงการแนวตั้ง ทั้งคอนโด โรงแรม และมิกซ์ยูส มีความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์มากขึ้น และเอื้อต่อโครงการระดับบนที่ต้องการสิ่งอำนวยความสะดวกครบในพื้นที่ดินจำกัด
อย่างไรก็ตาม ผังเมืองใหม่ก็ไม่ใช่การเปิดเสรีแบบไร้ขีดจำกัด ยังมีการกำหนด FAR และข้อจำกัดตามระดับความสูง ทำให้บางทำเลอาจสร้างพื้นที่ใช้สอยรวมได้น้อยลง 15–40% เมื่อเทียบกับกฎเดิม และต้องปฏิบัติตามกฎหมายอาคารและสาธารณูปโภคอย่างเข้มงวด ความเข้มข้นด้านกฎระเบียบผสานกับโอกาสสร้างตึกสูง ทำให้ผู้ประกอบการเร่งยื่นขออนุญาตโครงการคอนโดเกือบ 100 โครงการก่อนกฎหมายใหม่มีผล สำหรับนักลงทุน นี่คือช่วงเวลาที่ต้องมองให้ไกลกว่าคอนโด ภูเก็ต ปี 2568 แล้ววิเคราะห์ว่าแนวตึกสูง โครงสร้างพื้นฐาน และย่านธุรกิจใหม่จะหลอมรวมกันอย่างไรในอีกสิบปีข้างหน้า

ข้อสรุป: ภูเก็ตกำลังถูกออกแบบใหม่ให้เป็นสินทรัพย์ระยะยาว ไม่ใช่แค่สถานที่เที่ยว
เมื่อพิจารณาภาพรวม ทั้งการที่เซ็นทรัล ภูเก็ต ขยาย Luxury Zone และลงทุนเมกะมิกซ์ยูสเพิ่มอีกหลายพันล้านบาท การรุกหนักของ Origin Group ที่ตั้งเป้าพอร์ตภูเก็ตแตะ 30,000 ล้านบาทในไม่กี่ปี การเติบโตของคอนโด ภูเก็ต ปี 2568 และเม็ดเงินจากนักลงทุนต่างชาติ รวมถึงผังเมืองใหม่ที่เปิดให้สร้างอาคารสูง 15–20 ชั้น ทุกชิ้นส่วนกำลังประกอบกันเป็นภาพเดียว คือภูเก็ตในฐานะเมืองลงทุนอสังหาฯระดับพรีเมียมมากกว่าเมืองท่องเที่ยวตามฤดูกาล
สำหรับผู้ที่มองหาโอกาส ภูเก็ต ลงทุนอสังหาฯ วันนี้จึงไม่ควรถูกมองแค่ในมุมซื้อคอนโดปล่อยเช่าระยะสั้น แต่ต้องมองให้เห็นโครงเรื่องเมืองใหม่ทั้งหมด ตั้งแต่ศูนย์การค้าหรู ย่านมิกซ์ยูส รีสอร์ตระดับบน ไปจนถึงโครงสร้างพื้นฐานและข้อกำหนดผังเมือง ใครอ่านเกมเมืองออกก่อน มองเห็นว่าทุนใหญ่กำลังพาเมืองไปทิศไหน และกล้าจับทำเลที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตของเศรษฐีโลกในอนาคต จะมีโอกาสเปลี่ยนความสวยงามของทะเลภูเก็ตให้กลายเป็นผลตอบแทนระยะยาวที่จับต้องได้








