ยุคสัมมนา AI ไม่ได้มีไว้ดูเท่ แต่มีไว้ลงมือทำ
สัมมนา AI ประเทศไทย คือเวทีรวมกิจกรรมการเรียนรู้ การลงมือปฏิบัติ และความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ที่มุ่งให้คนทำงาน องค์กร และผู้ประกอบการเข้าใจและใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ในงานจริง ไม่ใช่แค่ฟังแนวโน้มหรือคำศัพท์ใหม่ แต่คือการออกแบบโปรแกรม อัปสกิล ทักษะ AI และโครงการพัฒนาบุคลากรให้คนสามารถนำเครื่องมือ AI มาปรับวิธีทำงาน เพิ่มประสิทธิภาพ สร้างโอกาสทางธุรกิจ และเตรียมพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกการทำงานยุคดิจิทัล ประเด็นสำคัญของปีนี้คือ การเลิกมอง AI เป็นเรื่องของผู้เชี่ยวชาญเทคโนโลยีเท่านั้น แต่ดึงให้ SMEs บุคลากรองค์กร และคนทำงานสายต่างๆ เข้ามาเรียนรู้ในบริบทของตัวเอง ผ่านทั้งสัมมนา AI ประเทศไทย เวิร์กช็อป และหลักสูตรแบบลงมือทำจริง หากคุณยังคิดว่า AI เป็นเรื่องไกลตัว ปีนี้คือหลักฐานชัดเจนว่าความคิดนั้นเริ่มล้าสมัยแล้ว
AIS Academy For THAIs: เมื่อเวทีสัมมนา AI เปลี่ยนจากความรู้สู่ผลลัพธ์
งาน AIS ACADEMY For THAIs 2026 ภายใต้แนวคิด “MASTERING AI BEYOND BORDERS” เป็นตัวอย่างชัดเจนของสัมมนา AI ประเทศไทยที่ไม่ได้จัดขึ้นเพื่อพูดให้ดูทันสมัย แต่เพื่อผลักดันให้คนและองค์กรใช้ AI สร้างผลลัพธ์จริง งานนี้รวบรวม Speaker ชั้นนำกว่า 30 ท่าน ถ่ายทอดทั้งมุมมองและแนวทางการใช้ AI ผ่านสามมิติสำคัญ ตั้งแต่การยกระดับองค์กร การพัฒนาทักษะคน ไปจนถึงการสร้างระบบนิเวศ AI ระดับประเทศ สิ่งที่ทำให้งานนี้โดดเด่นคือการเน้นลงมือทำ ผู้เข้าร่วมสามารถเรียนรู้และทดลองผ่าน Workshop และ Masterclass มากกว่า 20 เซสชัน พร้อมประสบการณ์ AI Interactive Experience จากพันธมิตรชั้นนำ เพื่อให้ความรู้ไม่หยุดอยู่ที่สไลด์บนเวที แต่ต่อยอดเป็น Use Case ที่นำกลับไปใช้ในงานและธุรกิจได้ทันที โครงการพัฒนาบุคลากรลักษณะนี้ต่างจากสัมมนาแบบเดิมตรงที่ย้ำว่า การตาม AI ให้ทันไม่พอ ต้องใช้ AI ให้เกิดผลงานด้วย
จุดที่สะท้อนความจริงจังของงาน คือการเปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่แสดงฝีมือผ่าน JUMP Thailand Hackathon 2026 รอบ Final Innovation Pitching กับโจทย์ “AI for the Future of Thai Education” ที่มีผู้สมัครมากถึง 603 ทีม รวม 2,504 คน จาก 67 สถาบันการศึกษา นี่ไม่ใช่แค่เวทีแข่ง แต่คือการพิสูจน์ว่าหากให้โจทย์ชัดและพื้นที่ลงมือทำ คนไทยสามารถใช้ AI เพื่อแก้ปัญหาจริง เช่น Wathasin AI Speech Coach จากทีม MAMO ที่คว้ารางวัลชนะเลิศ ตอกย้ำว่าการพัฒนาทักษะ AI ต้องผูกกับปัญหาในชีวิตและการศึกษา ไม่ใช่สอนเครื่องมือแบบลอยๆ ที่สำคัญ งานนี้เปิดให้เข้าร่วมฟรีตลอดสองวัน ระหว่างวันที่ 11–12 กันยายน 2569 เวลา 09.30–18.00 น. ณ สามย่านมิตรทาวน์ ฮอลล์ ชั้น 5 แสดงให้เห็นว่าองค์กรเทคโนโลยีขนาดใหญ่เริ่มมองบทบาทตัวเองกว้างกว่าผลกำไรของบริษัท และลงทุนกับโครงสร้างการเรียนรู้ของทั้งสังคม
SMEs AI-Boost: ปัญญาประดิษฐ์ในภาษาและโจทย์ของผู้ประกอบการตัวจริง
หากงานใหญ่ระดับประเทศเน้นภาพรวมและทิศทาง SMEs AI-Boost คือบทต่อมาที่ลงรายละเอียดถึงชีวิตจริงของผู้ประกอบการรายเล็ก โครงการนี้ชื่อเต็มว่า “SMEs AI-Boost : ก้าวไวด้วยปัญญาประดิษฐ์” ดำเนินการโดยกองพัฒนาดิจิทัลอุตสาหกรรม กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม และบริษัท นิว คอมพิวเตอร์ เทคโนโลยี คอนซัลติ้ง จำกัด แนวคิดที่ชัดเจนมากของโครงการ คือการบอกเสียงดังว่า AI ไม่ได้มีไว้สำหรับคนเก่งเทคโนโลยีเท่านั้น แต่เป็นเครื่องมือที่ SMEs และทุกคนเริ่มใช้ได้ โปรแกรมถูกออกแบบให้รองรับทั้งผู้เริ่มต้นและคนที่มีพื้นฐานแล้ว โดยเปิดรับสมัครจำนวนจำกัด 180 คนทั่วประเทศ แบ่งเป็น Beginner 100 คน และ Intermediate 80 คน พร้อมเส้นทางการเรียนรู้ตั้งแต่ “เริ่มรู้จัก AI” → “ใช้ AI เป็น” → “ใช้ AI เพื่อสร้างโอกาสให้ธุรกิจ” นี่คือโครงการพัฒนาบุคลากรที่กล้าพูดภาษาธุรกิจมากกว่าภาษาเทคนิค เน้นตอบคำถามว่า AI จะช่วยลดเวลา ลดต้นทุน และเพิ่มความสามารถในการแข่งขันอย่างไร สำหรับคนที่แบกรับร้านเล็ก กิจการครอบครัว หรือแบรนด์ที่กำลังโต
สิ่งที่น่าสนใจคือการแบ่งระดับชัดเจน Beginner เน้นให้รู้จักเครื่องมือ ทดลองใช้จริง และมองหางานที่ AI เข้ามาช่วยได้ ส่วน Intermediate เน้นการประยุกต์ใช้ AI กับกระบวนการทำงานและธุรกิจ เพื่อเปลี่ยนจาก “ใช้เครื่องมือเป็น” ไปสู่ “วางระบบงานใหม่ให้ใช้ AI ได้อย่างมีเป้าหมาย” นี่คือการอัปสกิล ทักษะ AI ที่ผูกกับโจทย์รายวันของ SMEs ปัญญาประดิษฐ์จึงไม่ใช่คำหรู แต่เป็นสิ่งที่เจ้าของกิจการสามารถหยิบไปทำทันที เช่น ทำคอนเทนต์อัตโนมัติ วิเคราะห์ยอดขาย หรือช่วยออกแบบแคมเปญ คำเชิญชวนของโครงการที่ว่า “อย่ารอให้ AI เปลี่ยนธุรกิจของคุณก่อน…มาเรียนรู้และใช้ AI เพื่อเปลี่ยนธุรกิจของคุณกัน” สะท้อนท่าทีที่ถูกต้องต่อยุคนี้ คือไม่รอให้เทคโนโลยีบังคับเราเปลี่ยน แต่เลือกใช้มันเป็นเครื่องมือเปลี่ยนทิศทางธุรกิจด้วยตัวเอง
จากสัมมนาสู่การลงมือ: คนทำงานควรเตรียมตัวอย่างไรต่อไป
เมื่อมองภาพรวมของสัมมนา AI ประเทศไทย และโครงการพัฒนาบุคลากรที่เกิดขึ้นในปีนี้ เราจะเห็นแนวโน้มร่วมกันคือ การขยับโฟกัสจากการ “สอนใช้เครื่องมือ” ไปสู่การ “สร้างทักษะและผลลัพธ์” ทั้งงาน AIS ACADEMY For THAIs 2026 ที่เน้น AI Ready Business และ AI Ready Skills และ SMEs AI-Boost ที่ออกแบบเส้นทางเรียนรู้ตั้งแต่ระดับเริ่มต้นจนถึงการใช้ AI สร้างโอกาสทางธุรกิจ คำถามจึงไม่ใช่ว่าเราจะไปงานไหน แต่คือเราจะทำอะไรหลังจากออกจากห้องสัมมนา หากคุณเป็นพนักงานออฟฟิศ ควรเริ่มจากการตั้งโจทย์งานของตัวเอง ให้ชัดว่าต้องการให้ AI ช่วยเรื่องอะไร แล้วลองเครื่องมือหนึ่งสองตัวจากที่เรียนมา หากคุณเป็นเจ้าของ SMEs ให้หยิบอย่างน้อยหนึ่งไอเดียจากเวิร์กช็อปไปทดลองจริงในกระบวนการ เช่น การออกใบเสนอราคาอัตโนมัติ หรือการตอบแชทลูกค้าด้วย AI สรุปแล้ว สัมมนาและเวิร์กช็อป AI กำลังกลายเป็นโครงสร้างใหม่ของการพัฒนาคนทำงานยุคดิจิทัล แต่ค่าจริงของมันจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อเราไม่หยุดอยู่ที่การฟัง และเลือกลงมือเปลี่ยนวิธีทำงานของตัวเองตั้งแต่วันนี้






