ทำไมสัมมนา AI ฟรีครั้งนี้ไม่ใช่งานอีเวนต์ธรรมดา
สัมมนา AI ฟรีคือกิจกรรมเรียนรู้ด้านปัญญาประดิษฐ์ที่เปิดให้ประชาชนเข้าร่วมโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย มีทั้งการบรรยาย เวิร์กช็อปปฏิบัติจริง และการสาธิตเทคโนโลยี เพื่อช่วยให้คนทำงาน เยาวชน และผู้สนใจทั่วไปอัปสกิล ปัญญาประดิษฐ์อย่างเป็นระบบ นำไปใช้ต่อยอดงานและธุรกิจได้จริง ไม่ใช่แค่ฟังทฤษฎีแล้วจบ
AIS Academy ภายใต้บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) กำลังจัดมหกรรมสัมมนาและนิทรรศการด้าน AI ครั้งใหญ่ในชื่อ AIS ACADEMY For THAIs 2026 ระหว่างวันที่ 11–12 กันยายน 2569 ณ สามย่านมิตรทาวน์ ฮอลล์ ภายใต้แนวคิด “MASTERING AI BEYOND BORDERS” งานนี้เปิดให้เข้าร่วมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย พร้อมชูตัวเองเป็นแพลตฟอร์มแห่งโอกาสที่เชื่อมองค์ความรู้ เทคโนโลยี และผู้เชี่ยวชาญจากทั่วโลกเข้าด้วยกัน จุดสำคัญจึงไม่ใช่แค่ขนาดงาน แต่คือการตั้งใจปิดช่องว่างความรู้ AI ให้คนทำงานและคนรุ่นใหม่เข้าถึงทักษะที่ก่อนนี้มักจำกัดอยู่ในองค์กรใหญ่เท่านั้น
ในมุมความคิดเห็น งานนี้สะท้อนความจริงข้อหนึ่งว่า “เครื่องมือไม่ใช่คำตอบ ถ้าคนไม่พร้อม” องค์กรจำนวนมากซื้อระบบ AI แล้วกลับใช้ไม่เต็มศักยภาพ เพราะขาดคนที่เข้าใจวิธีคิด วิธีตั้งโจทย์ และวิธีผสาน AI เข้ากับงานประจำวัน การจัดมหกรรมอัปสกิล ปัญญาประดิษฐ์ในรูปแบบฟรีสาธารณะ จึงไม่ใช่แค่กิจกรรมสร้างภาพ แต่เป็นกลยุทธ์สร้างทุนมนุษย์ระยะยาว

MASTERING AI BEYOND BORDERS: ยก workshop AI มาตรฐานโลกมาไว้ตรงหน้า
หัวใจของแนวคิด “MASTERING AI BEYOND BORDERS” คือการดึงองค์ความรู้ระดับโลกให้เข้ามาอยู่ในห้องเรียนเดียวกับคนทำงานและเยาวชนในประเทศ โดย AIS Academy รวบรวม Speaker และผู้เชี่ยวชาญจากพันธมิตรเทคโนโลยีระดับโลกกว่า 11 องค์กร เช่น AWS, BytePlus, Canva, Google, Huawei, Meta, Microsoft, NVIDIA, Pearson, Samsung และ ZTE พร้อมผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายอุตสาหกรรมกว่า 30 คน นี่คือ workshop AI มาตรฐานโลกในความหมายที่แท้จริง เพราะคนเรียนได้คุยกับคนลงมือใช้ AI ในธุรกิจจริง ไม่ใช่เพียงอาจารย์ที่พูดจากตำรา
กิจกรรมในงานออกแบบให้ “ลงมือทำ” มากกว่าฟัง ผ่าน Workshop และ Masterclass มากกว่า 20 เซสชัน ที่เน้นเรียนรู้จาก Use Case จริง เพื่อให้ผู้เข้าร่วมเห็นขั้นตอนการนำ AI ไปประยุกต์กับงาน ธุรกิจ และชีวิตประจำวันได้อย่างเป็นขั้นเป็นตอน เนื้อหาครอบคลุมตั้งแต่วิวัฒนาการสู่ Artificial General Intelligence (AGI) การใช้ข้อมูลสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจ ไปจนถึงมิติ Creative Economy อย่างงานออกแบบ แอนิเมชัน คอนเทนต์ครีเอเตอร์ และความปลอดภัยไซเบอร์
ถ้ามองในเชิงทัศนะ การเปิดให้คนทั่วไปเข้าถึง workshop ระดับนี้เหมือนเปิด “ห้องทดลอง” ให้ผู้เข้าร่วมลองใช้ AI กับโจทย์จริงของตัวเอง ซึ่งมีค่ามากกว่าคอร์สออนไลน์ที่ดูจบแล้วไม่เคยลองทำ การเรียนรู้แบบจับต้องได้ ทำให้คำว่าอัปสกิล ปัญญาประดิษฐ์ไม่ใช่แค่คำฮิต แต่กลายเป็นทักษะที่ใช้ได้ในที่ทำงานวันรุ่งขึ้น

จาก AI Ready ประเทศ สู่ AI Ready คนทำงาน
AIS Academy ออกแบบเนื้อหาผ่าน 3 แกนหลัก คือ AI Ready Thailand, AI Ready Business และ AI Ready Skills เพื่อเชื่อมภาพใหญ่ของประเทศ ภาคธุรกิจ และระดับทักษะรายบุคคลเข้าด้วยกัน แนวคิดนี้ตอบโจทย์ความจริงในองค์กรยุคใหม่ ที่การมีเครื่องมือ AI ไม่ได้แปลว่าทุกคนใช้เป็นหรือใช้ได้อย่างรับผิดชอบ
ในแกน AI Ready Thailand เนื้อหามุ่งไปที่การยกระดับความพร้อมของทุกอุตสาหกรรมและอนาคตของ AI ในระดับโครงสร้างเศรษฐกิจ ส่วน AI Ready Business เน้นการปรับตัวขององค์กร การจัดโครงสร้างงาน และการใช้ AI เพิ่มผลิตภาพ ขณะที่ AI Ready Skills มองไปที่การสร้าง AI Capability ให้คนเรียนรู้ ปรับตัว ทำงานร่วมกับ AI และต่อยอดผลิตภาพของตัวเองอย่างมีความรับผิดชอบ
คำกล่าวของกานติมา เลอเลิศยุติธรรม ที่ว่า “สิ่งที่ต้องเตรียมไม่ใช่การเรียนรู้เครื่องมือตัวใดตัวหนึ่ง แต่คือการสร้าง AI Capability ให้คนสามารถเรียนรู้ ปรับตัว ทำงานร่วมกับ AI และนำไปสร้าง Productivity ได้อย่างเข้าใจและรับผิดชอบ” สะท้อนชัดว่างานนี้ไม่ได้มอง AI แค่เป็น gadget ใหม่ แต่เป็นโครงสร้างทักษะใหม่ของแรงงานในอนาคต

เปิดแพลตฟอร์มแห่งโอกาส: ฟรีและเชื่อมโยงคนทุกกลุ่ม
อีกจุดที่ทำให้งานนี้ต่างจากสัมมนา AI ฟรีทั่วไป คือการออกแบบให้เป็น “แพลตฟอร์มแห่งโอกาส” ที่เชื่อมความรู้ เทคโนโลยี และเครือข่ายจากทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรพันธมิตรหลายภาคส่วน เพื่อสร้างทั้ง Learning Ecosystem และ Innovation Ecosystem ร่วมกัน มีการลงนามความร่วมมือกับสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA และสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) หรือ OKMD เพื่อเชื่อมการเรียนรู้สู่การลงมือทำและการสร้างนวัตกรรมในระยะยาว
งานยังเปิดให้ผู้สนใจเข้าร่วมได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ระหว่างวันที่ 11–12 กันยายน 2569 เวลา 10.00–18.00 น. ณ สามย่านมิตรทาวน์ ฮอลล์ และเปิดให้ลงทะเบียนล่วงหน้าผ่านระบบออนไลน์ ความฟรีในครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องค่าใช้จ่าย แต่คือการลดกำแพงของการเข้าถึงความรู้ด้าน AI ให้ทั้งเยาวชน คนทำงาน และประชาชนทั่วไปได้เรียนรู้ในระดับเดียวกับองค์กรใหญ่
ในงานยังมีโซน AI Interactive Experience ให้ผู้เข้าร่วมได้สัมผัสเทคโนโลยีจริงจากพันธมิตร รวมถึงรอบ Final Pitching ของโครงการ JUMP Thailand Hackathon 2026 ที่ 10 ทีมสุดท้ายจะนำเสนอแนวคิดและโซลูชันบนเวที นี่คือการเชื่อมตั้งแต่การเรียนรู้พื้นฐาน ไปจนถึงการลงสนามแข่งขันนวัตกรรม AI ในงานเดียวกัน ทำให้คำว่า ฝึกอบรม AI ออนไลน์ หรือออฟไลน์ ไม่ได้จบแค่การอบรม แต่ต่อไปถึงโอกาสในการสร้างผลงานจริง
บทสรุป: ถ้า AI มาเร็ว เราต้องตัดสินใจว่าจะตามทันหรือยอมถูกทิ้งไว้ข้างหลัง
เมื่อคลื่น AI กำลังกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานใหม่ของเศรษฐกิจ การรอให้ระบบการศึกษาและองค์กรจัดการให้ทั้งหมดคงไม่พออีกต่อไป AIS ACADEMY For THAIs 2026 จึงเป็นเหมือนบททดสอบร่วมกันของทั้งคนทำงาน เยาวชน และภาคธุรกิจ ว่าเราจะใช้โอกาสจากสัมมนา AI ฟรีครั้งนี้เพื่อยกระดับตัวเองหรือไม่
ในเชิงความคิดเห็น งานนี้แสดงให้เห็นแบบเป็นรูปธรรมว่า ถ้าจะพูดเรื่องอัปสกิล ปัญญาประดิษฐ์ให้มีความหมาย ต้องทำสามอย่างพร้อมกัน คือ เปิดโอกาสให้กว้างที่สุด นำองค์ความรู้ระดับโลกมาวางไว้ตรงหน้า และบังคับให้คนเรียนลงมือทำผ่าน workshop AI มาตรฐานโลก ไม่ใช่แค่ฟังบรรยาย เมื่อทั้งสามอย่างมาบรรจบกันแบบไม่เก็บค่าใช้จ่าย การไม่เดินเข้าไปเรียนรู้ ก็เท่ากับยอมปล่อยให้โอกาสผ่านไปต่อหน้าต่อตา
สุดท้าย AI อาจแทนที่คนบางกลุ่มได้ แต่คนที่เลือกเรียนรู้ ต่อยอด และสร้างคุณค่าร่วมกับเทคโนโลยีใหม่ จะกลายเป็นแรงงานกลุ่มที่ขาดไม่ได้ งานนี้จึงไม่ได้ชวนแค่ไปงานอีเวนต์ แต่ชวนให้เราตัดสินใจว่าอยากอยู่ฝั่งไหนของอนาคตการทำงาน






