Happitat พลิกโฉมรีเทลด้วยจอดิจิทัลใหญ่ที่สุดและ Mixed Reality

Happitat พลิกโฉมรีเทลด้วยจอดิจิทัลใหญ่ที่สุดและ Mixed Reality
ความสนใจ|เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

จอดิจิทัลใหญ่ที่สุดในภูมิภาคที่ตั้งใจสร้างความสุข ไม่ใช่แค่ความตื่นตา

Happitat ประสบการณ์ดิจิทัลภายใต้การดำเนินงานของ Axtra Happitat ในเครือ CP AXTRA คือโครงการรีเทลใหม่ที่ผสานเทคโนโลยีดิจิทัล Immersive Experience และแนวคิดความสุขแบบ Happy-Healthy-Sustainable เข้ากับพื้นที่ใช้ชีวิตและการช้อปปิง เพื่อยกระดับศูนย์รีเทลใหม่ให้กลายเป็นจุดหมายปลายทางแห่งการใช้เวลาร่วมกันของทุกเจเนอเรชัน มากกว่าการเป็นพื้นที่ทำธุรกรรมระหว่างร้านค้าและผู้บริโภค.

หัวใจของการเปิดตัวครั้งนี้คือจอดิจิทัลใหญ่ที่สุดภายในอาคารในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ขนาด 385 ตารางเมตร พร้อมความละเอียดระดับ P1.8 ซึ่งถูกออกแบบให้เป็น Magical Canvas มากกว่าจอแสดงผลทั่วไป. จุดยืนของ Happitat ชัดเจนว่าต้องการเปลี่ยนการชมภาพบนจอให้กลายเป็นการก้าวเข้าไปอยู่ในเรื่องราว ผ่าน Immersive Storytelling ที่ผสานเทคโนโลยีดิจิทัล คอนเทนต์อินเทอร์แอ็กทีฟ และการมีส่วนร่วมของผู้ชมอย่างไร้รอยต่อ. หากรีเทลยุคก่อนวนเวียนอยู่กับส่วนลดและดีล จอใหม่นี้คือการประกาศว่าประสบการณ์คือสินค้าหลักยุคต่อไป.

Happitat พลิกโฉมรีเทลด้วยจอดิจิทัลใหญ่ที่สุดและ Mixed Reality

The Butterfly Trail: Mixed Reality ศิลปะที่ยกระดับรีเทลสู่ Immersive Destination

การเลือกเปิดฉากด้วย The Butterfly Trail ไม่ใช่แค่การนำงานศิลปะ Mixed Reality ศิลปะระดับโลกจาก Pixel Artworks มาจัดแสดงครั้งแรกในภูมิภาค แต่คือการวางหมากให้ Happitat กลายเป็นจุดหมายด้าน Immersive Experience ในระดับสากล. ผลงานนี้เคยสร้างการมีส่วนร่วมกว่า 4.1 ล้านครั้งภายในหนึ่งเดือนที่ Outernet London จนผลักให้สถานที่นั้นกลายเป็นแลนด์มาร์กสื่อดิจิทัลและความบันเทิงที่ได้รับความนิยมสูงสุดแห่งหนึ่งในสหราชอาณาจักร. การดึงงานที่มีสถิติจริงเช่นนี้มาเป็นผลงานเปิดตัว สื่อว่า Happitat ไม่ต้องการเป็นเพียงผู้ตามเทรนด์เทคโนโลยี แต่ตั้งใจเป็นผู้กำหนดมาตรฐานใหม่ของ Immersive Retail.

The Butterfly Trail จะพาผู้ชมเข้าสู่เรือนกระจกของศาสตราจารย์เพลลิกริน นักธรรมชาติวิทยาผู้หลงใหลในผีเสื้อมหัศจรรย์ และร่วมออกเดินทางตามหาเหล่าผีเสื้อหายากที่รอการปลดปล่อยจากดักแด้ ด้วยการใช้สมาร์ทโฟนโต้ตอบกับโลกดิจิทัลแบบเรียลไทม์. สำหรับเวอร์ชันใน Happitat ทีมสร้างสรรค์ต่อยอดให้ผลงานเชื่อมโยงกับพื้นที่จริง โดยหยิบผีเสื้อสายพันธุ์ไทยที่พบได้ในบริเวณนั้นเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวในโลก Mixed Reality เปิดโอกาสให้ผู้ชมสำรวจ ปลดปล่อย และมีปฏิสัมพันธ์กับผลงานผ่านเทคโนโลยี AR อย่างไร้รอยต่อ. นี่ไม่ใช่แค่ศิลปะดิจิทัล แต่มันคือสะพานระหว่างระบบนิเวศจริงกับโลกเสมือนในกรอบรีเทลยุคใหม่.

Happitat พลิกโฉมรีเทลด้วยจอดิจิทัลใหญ่ที่สุดและ Mixed Reality

Grand Stairs และ Forest of Time: พื้นที่เชื่อมโลกจริง-ดิจิทัลที่ออกแบบบนแกน "ความสุข"

Grand Stairs คือหัวใจของ Happitat ประสบการณ์ดิจิทัลที่แสดงให้เห็นว่าเมื่อรีเทลกล้าลงทุนกับประสบการณ์ ผลลัพธ์จะไปไกลกว่าการเดินห้างแล้วกลับบ้านเฉยๆ. พื้นที่บันไดขนาดใหญ่ถูกออกแบบให้เป็นแพลตฟอร์มสำหรับประสบการณ์ดิจิทัลรูปแบบใหม่ ผ่าน Phygital Layer ที่เชื่อมโลกจริงและโลกดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง. ระบบแสดงผลแบบ Real-time บนจอ LED ความละเอียด P1.8 เปิดทางสู่ Real-time Storytelling และ Interactive Content ที่เปลี่ยนการสื่อสารจากทางเดียว ให้กลายเป็นการโต้ตอบร่วมกันระหว่างแบรนด์และผู้คน. ตามคำอธิบายของผู้บริหาร Axtra Happitat ความมหัศจรรย์ไม่ได้เกิดบนจอภาพ แต่เกิดในช่วงเวลาที่ผู้คนได้สัมผัส เรียนรู้ และแบ่งปันประสบการณ์ร่วมกัน. นี่คือการออกแบบรีเทลจากมุมมองความสัมพันธ์ ไม่ใช่แค่ยอดขาย.

อีกผลงานที่สะท้อนแกน "ความสุข" ที่ผูกกับธรรมชาติและการเรียนรู้คือ Forest of Time จาก BoraBora Studios ซึ่งชวนผู้ชมออกเดินทางสู่ "ป่าแห่งกาลเวลา" ภารกิจฟื้นคืนผืนป่าที่หลับใหลด้วยพลังจากสมาร์ทโฟนของผู้เข้าร่วม. ผู้ชมช่วยกันปลุก Ancient Guardian สัตว์ป่าที่สูญพันธุ์ไปแล้วในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ให้กลับมามีชีวิต ผ่านการมีส่วนร่วมในกิจกรรมและบันทึกการค้นพบลงใน Forest Codex คลังบันทึกดิจิทัลที่ทุกคนร่วมกันสร้าง. แนวคิดนี้ชี้ให้เห็นว่า Happitat ไม่ได้มอง Immersive Experience เป็นเพียงความตื่นตา แต่เป็นเครื่องมือสื่อสารคุณค่าของระบบนิเวศและการอนุรักษ์ ผ่านประสบการณ์ที่สนุกและมีความหมาย.

Happitat พลิกโฉมรีเทลด้วยจอดิจิทัลใหญ่ที่สุดและ Mixed Reality

New Global Landmark of Happiness: รีเทลในฐานะพื้นที่ใช้ชีวิตทั้งวัน

โมเดล New Global Landmark of Happiness ของ CP AXTRA เปลี่ยนคำนิยามศูนย์รีเทลใหม่ให้กลายเป็น Happy-Healthy Lifestyle Destination อย่างแท้จริง. แทนที่จะออกแบบห้างจากตรรกะสัญจรของผู้บริโภคเพียงอย่างเดียว โครงการนี้เริ่มจากแนวคิดว่าความสุขสามารถ "ออกแบบให้จับต้องได้" ผ่านการผสาน Happy-Healthy-Sustainable ในทุกองค์ประกอบ. พื้นที่กว่า 200,000 ตารางเมตรถูกวางให้รองรับทั้งร้านค้าชั้นนำ ร้านอาหารระดับแนวหน้า สินค้าพรีเมียมจากทั่วโลก พื้นที่เรียนรู้ ความบันเทิง และกิจกรรมเพื่อสุขภาพ ที่ดึงดูดให้ผู้คนใช้เวลาตลอดทั้งวัน. เมื่อผนวกเข้ากับจอดิจิทัลใหญ่ที่สุดและ Immersive Experience หมุนเวียนตลอดปี โมเดลนี้กำลังผลักรีเทลออกจากบทบาท "สถานที่แวะ" ไปสู่ความเป็น "สถานที่อยู่".

ความกล้าของ CP AXTRA คือการใช้คำว่า "โลกแห่งความสุข" เป็นแกนกลางทั้งด้าน Design และ Experience Design แทนคำคุ้นหูอย่าง "คอมมูนิตี้มอลล์" หรือ "ไลฟ์สไตล์เซ็นเตอร์". การเปิดให้ครีเอเตอร์ ศิลปิน และแบรนด์จากทั่วโลกมาหมุนเวียนสร้าง Immersive Experience ใหม่ๆ ตลอดทั้งปี ยิ่งทำให้ Happitat มีชีวิต ไม่ใช่โครงสร้างคอนกรีตที่นิ่งเฉย. สำหรับผู้ใช้งานทั่วไป ผลลัพธ์คือพื้นที่ที่รองรับเด็ก วัยทำงาน และผู้สูงอายุในแบบ Multi-generation Lifestyle ในวันที่ผู้บริโภคเริ่มถามหาความหมายและคุณภาพชีวิตควบคู่กับการช้อปปิง โมเดลนี้อาจกลายเป็นต้นแบบที่รีเทลอื่นต้องเร่งตามให้ทัน.

Happitat พลิกโฉมรีเทลด้วยจอดิจิทัลใหญ่ที่สุดและ Mixed Reality

ก้าวต่อไปของ Happitat: Immersive Retail ที่เปลี่ยนการมาเยือนให้ไม่เหมือนเดิมสักครั้ง

Happitat เปิดตัวจอดิจิทัลและประสบการณ์ Immersive ครั้งแรกอย่างเป็นทางการในวันอังคารที่ 11 สิงหาคม 2569 และจะเปิดให้บริการพร้อม The Butterfly Trail และ Forest of Time ตั้งแต่วันที่ 21 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป. แต่จุดเปลี่ยนสำคัญไม่ได้อยู่แค่วันเปิด หากอยู่ที่คำสัญญาว่าจะต่อยอดด้วยไลน์อัป Immersive Experience จากพันธมิตรทั้งไทยและต่างประเทศ ที่ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนตลอดทั้งปี. นั่นหมายความว่าทุกครั้งที่กลับมาเยือน ผู้ชมจะพบประสบการณ์ใหม่ที่พาให้รู้สึกและเรียนรู้ต่างไปจากครั้งก่อน ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดว่า "ความสุขไม่ใช่จุดหมายปลายทาง แต่คือประสบการณ์ที่ถูกสร้างขึ้นใหม่ได้ในทุกการมาเยือน" ตามคำกล่าวของผู้บริหารโครงการ.

สำหรับผู้ใช้ทั่วไป ผลกระทบเชิงปฏิบัติชัดเจนมาก: การไปศูนย์รีเทลใหม่แห่งนี้จะไม่ได้หมายถึงการเดินดูร้านแล้วกลับบ้านอีกต่อไป แต่หมายถึงการได้ทดลอง Mixed Reality ศิลปะ ผ่านสมาร์ทโฟน การมีส่วนร่วมในภารกิจดิจิทัลที่เชื่อมกับธรรมชาติ และการใช้เวลาบน Grand Stairs ที่ออกแบบมาเพื่อให้ผู้คนได้อยู่ร่วมกัน ไม่ใช่เดินผ่านไป. แบรนด์ที่เข้าไปใช้พื้นที่จะต้องคิดใหม่ว่าการสื่อสารไม่ใช่แค่ป้ายและโปรโมชั่น แต่คือการเล่าเรื่องแบบ Interactive ที่เปิดให้ผู้ชมเข้ามามีส่วนร่วม. หาก Happitat รักษาแนวทางนี้อย่างต่อเนื่อง มันมีโอกาสสูงที่จะกลายเป็นต้นแบบของ Immersive Retail ที่กำหนดมาตรฐานภูมิภาคในระยะยาว.

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม บทความนี้สร้างขึ้นด้วย AI จากแหล่งข้อมูลที่เผยแพร่และข้อมูลสินค้า

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!