ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ตลาดไวน์ทะยานสู่เซ็กเมนต์พรีเมียม เมื่อภาษีลด ผู้เล่นใหญ่ลงทุน และแบรนด์ท้องถิ่นคว้ารางวัลสากล

ตลาดไวน์ทะยานสู่เซ็กเมนต์พรีเมียม เมื่อภาษีลด ผู้เล่นใหญ่ลงทุน และแบรนด์ท้องถิ่นคว้ารางวัลสากล
ความสนใจ|เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ตลาดไวน์ไทยวันนี้ ไม่ใช่แค่เครื่องดื่มแต่คือเศรษฐกิจไลฟ์สไตล์พรีเมียม

ตลาดไวน์ไทยคือภาพรวมการบริโภค การนำเข้า การผลิต และโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับไวน์ในประเทศ ซึ่งกำลังเติบโตจากทั้งมาตรการภาษีที่ผ่อนคลาย การเพิ่มขึ้นของไวน์นำเข้า และการพัฒนาคุณภาพไวน์ท้องถิ่นให้ได้มาตรฐานไวน์สากล ส่งผลให้ไวน์กลายเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์พรีเมียมและระบบนิเวศด้านบันเทิงและการท่องเที่ยวของคนเมืองและนักเดินทาง ประเด็นสำคัญคือ ตลาดไวน์ไทยไม่ได้โตแบบฉาบฉวย แต่มีฐานโครงสร้างที่ชัดเจน ทั้งข้อมูลที่ระบุว่าตลาดนี้มีขนาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอาเซียนและถูกจัดอยู่ในอันดับที่ 16 ของตลาดไวน์ที่น่าดึงดูดที่สุดในโลก ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่าไวน์กำลังขยับจากสินค้าฟุ่มเฟือยไปเป็นหมุดหมายใหม่ของเศรษฐกิจบริการ เมื่อผู้บริโภคมองไวน์เป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์การกินดื่มและการใช้ชีวิต มากกว่าจะเป็นเครื่องดื่มเฉพาะกลุ่มเหมือนในอดีต

ภาษีไวน์ลด จุดเปลี่ยนที่ทำให้ไวน์นำเข้ากลายเป็นตัวขับเคลื่อนตลาด

การปรับลดภาษีไวน์ตั้งแต่ปี 2567 คือจุดเปลี่ยนเชิงนโยบายที่ทำให้ตลาดไวน์ไทยเดินหน้าอย่างเห็นผล ไม่ใช่เพียงช่วยลดต้นทุนของผู้ประกอบการ แต่ยังดึงดูดการซื้อไวน์จากนักท่องเที่ยว ส่งผลให้มีผู้นำเข้าไวน์เพิ่มขึ้นและผลักดันมูลค่าการนำเข้าไวน์ในปี 2568 เติบโตกว่า 6% เป็น 4.72 พันล้านบาท ตัวเลขนี้บอกชัดว่าไวน์นำเข้ากำลังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของตลาด เมื่อภาษีลด ราคาขายปลายทางมีโอกาสปรับลง ผู้บริโภคจึงกล้าลองไวน์หลากหลายสไตล์มากขึ้น ร้านอาหารและโรงแรมก็มีพื้นที่ทดลองเมนูจับคู่ไวน์กับอาหารในระดับราคาที่เข้าถึงได้มากกว่าเดิม ขณะเดียวกัน ผู้นำเข้าเริ่มมองเห็นโอกาสในการนำแบรนด์ไวน์สากลเข้ามาทำตลาดเชิงประสบการณ์ เช่น ดินเนอร์จับคู่ไวน์ เวิร์กช็อปชิมไวน์ หรือการจัดงานไวน์แฟร์ ซึ่งทั้งหมดช่วยยกระดับภาพลักษณ์ตลาดไวน์ไทยให้ดูมีชีวิตชีวาและทันสมัย

SJWD ขยายคลังไวน์ 7 หมื่นขวด สัญญาณความเชื่อมั่นในดีมานด์ระยะยาว

เมื่อดีมานด์ไวน์เพิ่มขึ้น สิ่งที่ตามมาไม่ใช่แค่ยอดขาย แต่คือการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่ทำให้ระบบนิเวศตลาดไวน์ไทยแข็งแรงขึ้น นายบรรณ เกษมทรัพย์ ผู้บริหารร่วมของบริษัทโลจิสติกส์รายใหญ่ในอาเซียน ระบุว่าตลาดไวน์ในประเทศมีศักยภาพและแนวโน้มเติบโตดี จึงเดินหน้าขยายการลงทุนพื้นที่จัดเก็บไวน์ Wine Storage ให้สอดคล้องกับการเติบโตของตลาดและความต้องการของนักสะสมไวน์ ผู้รักการดื่มไวน์ รวมถึงผู้ประกอบการโรงแรมและร้านอาหาร เฟสแรกของคลังไวน์รองรับการจัดเก็บได้ 36,000 ขวดและมีผู้เช่าเต็ม 100% แล้ว ขณะที่เฟส 2 เพิ่มพื้นที่จัดเก็บอีก 34,000 ขวด ทำให้ความจุรวมแตะ 70,000 ขวด พร้อมตั้งเป้าให้อัตราการเช่าเต็มภายใน 2 ปีนับจากเปิดบริการ นี่ไม่ใช่การลงทุนแบบทดลอง แต่สะท้อนความเชื่อมั่นว่าตลาดไวน์ไทยจะเติบโตต่อเนื่อง ทั้งในกลุ่มลูกค้า B2B และ B2C โดยค่าบริการเช่าพื้นที่เริ่มต้นที่เดือนละ 3,500 บาทสำหรับตู้ขนาดเล็กสุด ทำให้การเก็บไวน์อย่างมืออาชีพไม่ใช่เรื่องไกลตัวของคนเมืองอีกต่อไป

มอนซูนแวลลีย์กับภารกิจผลักดันไวน์สากลจากไร่องุ่นเขตร้อนสู่เวทีโลก

ในอีกด้านหนึ่งของตลาดไวน์ไทย แบรนด์ท้องถิ่นกำลังพิสูจน์ว่าคุณภาพไม่แพ้ไวน์สากล มอนซูนแวลลีย์ แบรนด์ไวน์ภายใต้บริษัท สยาม ไวเนอรี่ ประกาศความสำเร็จสะสมรางวัลจากการแข่งขันไวน์ทั้งในประเทศและต่างประเทศครบ 500 รางวัล ความสำเร็จล่าสุดคือการคว้า 4 เหรียญทองจากเวที AWC Vienna 2026 และได้รับการยกย่องเป็น 3-Star Winery นี่คือคำตอบชัดเจนต่อคำถามว่าไวน์ที่ผลิตในภูมิอากาศเขตร้อนสามารถยืนบนเวทีโลกได้หรือไม่ ไร่องุ่นมอนซูนแวลลีย์ที่หัวหินมีพื้นที่รวม 1,000 ไร่ โดยใช้ปลูกองุ่น 300 ไร่ เป็นฐานสำคัญในการพัฒนาไวน์ที่สะท้อนเอกลักษณ์ของพื้นที่ ทั้งลมทะเล อากาศเย็นตอนกลางคืน และดินร่วนปนทรายที่มีเปลือกหอยและซากฟอสซิล ปัจจุบันแบรนด์มีตลาดในต่างประเทศ เช่น อังกฤษ สวิตเซอร์แลนด์ ญี่ปุ่น มัลดีฟส์ และฮ่องกง พร้อมเดินหน้าภายใต้แนวคิด “500 & Beyond” เพื่อให้ผู้บริโภคทั่วโลกรู้จักไวน์ไทยมากขึ้น การสะสมรางวัลครบ 500 รางวัลจึงไม่ใช่แค่เหรียญบนฉลาก แต่เป็นเครื่องยืนยันคุณภาพที่ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคและพันธมิตรทางธุรกิจ

ตลาดไวน์ทะยานสู่เซ็กเมนต์พรีเมียม เมื่อภาษีลด ผู้เล่นใหญ่ลงทุน และแบรนด์ท้องถิ่นคว้ารางวัลสากล

ไวน์ในฐานะเซ็กเมนต์ไลฟ์สไตล์พรีเมียม เชื่อมเศรษฐกิจบันเทิง การท่องเที่ยว และภาพลักษณ์ประเทศ

เมื่อมองภาพรวม จะเห็นว่าไวน์กำลังกลายเป็นหัวใจของเซ็กเมนต์ไลฟ์สไตล์พรีเมียมในประเทศมากกว่าจะเป็นสินค้าฟุ่มเฟือยเฉพาะกลุ่ม ผู้ให้บริการคลังไวน์ตั้งใจเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศตลาดไวน์ในประเทศที่กำลังขยายตัวและมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องในอนาคต โดยรองรับทั้งโรงแรม ร้านอาหาร และนักสะสมไวน์ที่ต้องการมาตรฐานการเก็บรักษาระดับมืออาชีพ ในขณะเดียวกัน มอนซูนแวลลีย์กำลังผลักดันไวน์ที่ผลิตในประเทศให้เป็นไวน์สากล ผ่านการเข้าร่วมการแข่งขันระดับนานาชาติอย่างต่อเนื่องและการขยายตลาดไปยังหลายประเทศ เมื่อไวน์ท้องถิ่นได้รับการยอมรับบนเวทีโลก ภาพลักษณ์ประเทศในสายตานักท่องเที่ยวและนักชิมก็ถูกยกระดับตามไปด้วย ร้านอาหารและโรงแรมมีโอกาสสร้างเมนูและประสบการณ์ที่ใช้ไวน์เป็นพระเอก ขณะที่ผู้บริโภคในประเทศได้สัมผัสทั้งไวน์นำเข้าและไวน์ท้องถิ่นคุณภาพสูงในบริบทเดียวกัน ข้อสรุปคือ ตลาดไวน์ไทยกำลังเดินเข้าสู่ช่วงเวลาสำคัญ ภาษีที่ผ่อนคลายดันไวน์นำเข้าให้โต โครงสร้างพื้นฐานอย่างคลังไวน์มืออาชีพช่วยรองรับดีมานด์ และผู้ผลิตท้องถิ่นอย่างมอนซูนแวลลีย์กำลังสร้างมาตรฐานใหม่ให้ไวน์ไทยบนเวทีสากล หากนโยบายและการลงทุนยังเดินไปในทิศทางเดียวกันต่อเนื่อง ตลาดไวน์ไทยมีศักยภาพจะกลายเป็นหนึ่งในเสาหลักของเศรษฐกิจบริการและไลฟ์สไตล์พรีเมียมในอนาคต

ตลาดไวน์ทะยานสู่เซ็กเมนต์พรีเมียม เมื่อภาษีลด ผู้เล่นใหญ่ลงทุน และแบรนด์ท้องถิ่นคว้ารางวัลสากล

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!