AI ใช้แล้วแต่ยังไม่มั่นใจทักษะ วิกฤตเงียบในที่ทำงาน
ช่องว่างความเชื่อมั่น AI คือภาวะที่พนักงานและองค์กรใช้เทคโนโลยี AI ในงานประจำวันอย่างแพร่หลาย แต่กลับไม่มั่นใจว่าทักษะที่มีอยู่และระบบรองรับเพียงพอสำหรับความเสี่ยง ผลลัพธ์ และความรับผิดชอบที่ตามมา ภาวะนี้ไม่ได้เกิดจากการไม่รู้จัก AI แต่เกิดจากการที่การยอมรับ AI เติบโตเร็วกว่า AI ทักษะพนักงานและกรอบธรรมาภิบาล ทำให้การใช้ AI กลายเป็นการลองของมากกว่าการสร้างคุณค่าอย่างมีเป้าหมาย จุดตั้งต้นของวิกฤตนี้ชัดมาก ผลสำรวจจากกลุ่มพนักงานและองค์กรกว่า 5,000 รายในเอเชียผ่านรายงาน The Jobs of tomorrow: How AI is reshaping work across Asia พบว่าพนักงานในไทยใช้ AI ทำงานสูงถึง 94% แต่มีเพียงครึ่งหนึ่งที่รู้สึกว่าทักษะของตนยังสอดคล้องกับความต้องการปัจจุบัน นั่นแปลว่าเกือบทุกคนใช้ AI แต่ครึ่งหนึ่งกำลังทำงานไปพร้อมความกังวลเรื่องการตามไม่ทันเครื่องมือที่ตัวเองใช้ ในชีวิตการทำงานจริง AI ไม่ได้ถูกใช้ในงานล้ำสมัยอย่างเดียว แต่เข้าไปอยู่ในงานพื้นฐาน เช่น การค้นคว้าและรวบรวมข้อมูล 53% การสนับสนุนด้านการสื่อสาร 44% และการวิเคราะห์ข้อมูลพร้อมสร้างข้อมูลเชิงลึก 43% ของพนักงานที่ตอบแบบสำรวจ การใช้ในระดับนี้ทำให้ AI กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานใหม่ของการทำงาน แต่เมื่อทักษะและความเชื่อมั่นไม่เติบโตตาม การทำงานประจำวันจึงเต็มไปด้วยการลองผิดลองถูกและการตัดสินใจที่พนักงานไม่มั่นใจว่าตัวเองทำถูก

องค์กรใช้ AI พุ่งสามเท่า แต่ความพร้อมดิ่ง วิกฤตธรรมาภิบาลกำลังคุมเกม
ขณะที่ฝั่งพนักงานเต็มไปด้วยความกังวล ฝั่งองค์กรกลับมีภาพอีกแบบที่น่าห่วงไม่แพ้กัน ผลประเมินจากองค์กรภาครัฐและเอกชน 574 แห่งสะท้อนว่า AI กำลังเข้าสู่กระแสหลักอย่างรวดเร็ว สัดส่วนองค์กรที่ใช้ AI แล้วเพิ่มจาก 17.8% เป็น 53.7% ภายในสองปี หรือเพิ่มมากกว่า 3 เท่า นี่คือการยอมรับ AI องค์กรในระดับที่แทบเรียกได้ว่าใครไม่ใช้ถือว่าตามไม่ทัน แต่ตัวเลขที่น่ากังวลกลับอยู่ฝั่งความพร้อม ดัชนีความพร้อมเฉลี่ยขององค์กรลดจาก 55.1% เหลือ 40.0% ถูกจัดอยู่เพียงระดับ AI Aware ซึ่งหมายถึงรู้จักและเริ่มใช้ แต่ระบบรองรับยังห่างไกลจากการใช้งานเต็มรูปแบบ ยิ่งน่าห่วงเมื่อดูตามมิติ เทคโนโลยีได้คะแนน 32.2% ส่วนธรรมาภิบาลเพียง 28.9% ต่ำที่สุดในทุกด้าน แปลตรงตัวว่าองค์กรใช้เครื่องมือที่ซับซ้อนมากขึ้นเรื่อย ๆ แต่กรอบกำกับดูแลยังแทบไม่มี ที่รุนแรงกว่านั้นคือการละเลย AI Ethics ถึง 73.4% ขององค์กรยังไม่ได้ประยุกต์ใช้หลักจริยธรรม AI และ 46.2% ไม่มีการประเมินความเสี่ยงหรือการกำกับดูแลจากการใช้ AI เลย เมื่อรวมกับคำกล่าวของผู้อำนวยการเนคเทคที่ชี้ว่า Generative AI และ Agentic AI กำลังเปลี่ยนรูปแบบการทำงานขององค์กรอย่างรวดเร็ว เรากำลังอยู่ในจุดที่เทคโนโลยีวิ่งนำหน้า ในขณะที่กติกาและวัฒนธรรมการใช้ยังตามไม่ทันอย่างอันตราย

ใช้ AI เยอะ แต่ตอบไม่ได้ว่าคุ้ม ช่องว่าง ROI ทำให้ AI กลายเป็นค่าใช้จ่าย ไม่ใช่สินทรัพย์
อีกด้านหนึ่งที่สะท้อนวิกฤตความเชื่อมั่น AI คือคำถามว่าใช้แล้วได้อะไร ผลสำรวจชี้ชัดว่า 86.4% ขององค์กรที่ใช้ AI แล้ว ยังตอบไม่ได้ว่าได้รับผลลัพธ์อะไรจากการใช้งาน แบ่งเป็น 49.4% ที่ยังไม่เคยวัดผล และ 37.0% ที่อยู่ระหว่างเก็บข้อมูล หรือพูดในภาษาผู้บริหารคือ 8 ใน 10 องค์กรลงทุนเวลาและทรัพยากรไปกับ AI โดยไม่มีตัวชี้วัดว่าคุ้มค่าหรือไม่ มีเพียง 13.6% ที่วัดผลแล้วและพบผลลัพธ์เชิงบวก โดยพิสูจน์คุณค่าได้ชัดเจนในด้านการลดต้นทุนและลดระยะเวลาทำงาน แต่ยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่า AI ช่วยเพิ่มรายได้หรือส่วนแบ่งตลาด นี่เป็นสัญญาณสำคัญว่าการใช้ AI ยังติดอยู่ในมิติการเพิ่มประสิทธิภาพภายใน ไม่ได้ถูกผูกเข้ากับกลยุทธ์การเติบโตหรือการสร้างข้อได้เปรียบเชิงการแข่งขัน เมื่อผูบริหาร 89.3% ให้ความสำคัญกับ AI แต่มีเพียง 23.4% ที่ลงทุนงบประมาณจริง แค่ 8.4% ผนวก AI ไว้ในยุทธศาสตร์ทุกระดับ และแค่ 2.9% ที่ผูกทักษะ AI เข้ากับ Competency ของพนักงานอย่างเป็นระบบ ภาพรวมจึงเหมือนองค์กรที่อยากใช้ AI เพราะกลัวตกเทรนด์ แต่ไม่กล้าลงลึก ไม่กล้าวัดผล และไม่กล้าเปลี่ยนโครงสร้างงานให้รองรับ AI อย่างจริงจัง ช่องว่างความเชื่อมั่น AI จึงไม่ได้อยู่แค่ในใจพนักงาน แต่อยู่ในระดับบอร์ดและผู้บริหารที่ยังไม่มั่นใจว่า AI จะให้คำตอบเชิงธุรกิจที่ชัดเจน

จากวิกฤตความเชื่อมั่นสู่แผนปฏิบัติ ทำอย่างไรให้ AI ทักษะพนักงานและธรรมาภิบาลเดินทันการใช้
เมื่อการยอมรับ AI พุ่งเร็วในขณะที่ความพร้อมและความเชื่อมั่นตามไม่ทัน เราไม่ได้อยู่แค่ในภาวะสับสน แต่กำลังเสี่ยงต่อการสร้างหนี้อนาคต ทั้งในมิติข้อมูล ทักษะ และความน่าเชื่อถือ การฝึกอบรม AI ไทยจึงต้องเปลี่ยนจากการสอนใช้เครื่องมือเฉพาะกิจ ไปสู่การบูรณาการ AI เข้ากับ Competency และเส้นทางอาชีพอย่างเป็นระบบ ไม่ใช่ปล่อยให้พนักงานเรียนเองจากคู่มือออนไลน์แล้วหวังว่าจะใช้เป็น ในเชิงนโยบาย เนคเทคเสนอ 3 มาตรการเร่ง ได้แก่ การจัดทำ National AI Governance Pack เพื่อให้ทุกองค์กรมีชุดมาตรฐานพื้นฐานด้าน AI Policy การจัดระดับความเสี่ยง Data และ Model Governance การกำกับดูแลโดยมนุษย์ และการรายงานเหตุการณ์ ตามด้วย Sectoral AI Readiness Clinics ที่ลงไปช่วยอุตสาหกรรมที่มีความพร้อมต่ำ ผ่าน Playbook ที่ชัดเจนเรื่อง Use case การเตรียมข้อมูล และการวัด ROI และมาตรการ AI Value Enabler ที่สนับสนุน SME และองค์กรขนาดกลางด้วย Sandbox Cloud/Compute Credits Shared Datasets และหลักสูตร Upskilling เชื่อมกับงานจริง แก่นสำคัญคือเราต้องยอมรับว่าเทคโนโลยี AI เดินหน้าไปแล้ว การหยุดใช้ไม่ใช่ทางออก สิ่งที่ต้องทำคือยกระดับ AI ทักษะพนักงานให้ทันกรอบธรรมาภิบาล และยกระดับกรอบธรรมาภิบาลให้ทันความเร็วของเทคโนโลยี เมื่อทั้งสองด้านเดินคู่กัน การยอมรับ AI องค์กรจึงจะเปลี่ยนจากการลองใช้งาน สู่การใช้ที่วัดผลได้ โปร่งใส และสร้างความเชื่อมั่นต่อทั้งพนักงาน ลูกค้า และสังคม







