ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

การเงินดิจิทัลเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พลิกเกมการชำระเงินข้ามพรมแดน

การเงินดิจิทัลเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พลิกเกมการชำระเงินข้ามพรมแดน
ความสนใจ|เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

การเงินดิจิทัลเอเชียตะวันออกเฉียงใต้คืออะไร และทำไมต้องสนใจตอนนี้

การเงินดิจิทัลเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หมายถึงการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ระบบสินทรัพย์ดิจิทัล และแพลตฟอร์มฟินเทคภูมิภาค เพื่อรองรับเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยมือถือ การชำระเงินออนไลน์ และการลงทุนข้ามพรมแดน ภายใต้โครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินใหม่ที่พยายามเชื่อมโยงสกุลเงินท้องถิ่นหลากหลายเข้ากับโลกการเงินดิจิทัลที่โปรแกรมได้ เพื่อให้การโอน การลงทุน และการปกป้องมูลค่าเงินเป็นไปอย่างไร้รอยต่อสำหรับทั้งผู้บริโภคและสถาบัน

รายงาน Powering Southeast Asia's Digital Future จาก SCBX และ Hashed Open Research ไม่ใช่แค่ภาพรวม แต่เป็นโรดแมปกล้าๆ ที่บอกว่าถึงเวลาเปลี่ยนภูมิภาคนี้จากผู้ใช้แอปชำระเงิน ให้กลายเป็นศูนย์กลางโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินดิจิทัลระดับโลก รายงานชี้ว่าเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีประชากรเกือบ 700 ล้านคนที่ข้ามจากเงินสดสู่การชำระเงินผ่านมือถือ และการชำระเงินกว่า 60 เปอร์เซ็นต์เป็นรูปแบบดิจิทัลแล้ว ซึ่งพลิกกลับจากฐานการใช้เงินสดในช่วงไม่กี่ปีก่อน นั่นหมายความว่าใครสร้างระบบรองรับคลื่นนี้ได้ก่อน จะครองเกมทั้งการชำระเงินข้ามพรมแดนและการลงทุนดิจิทัลในระยะยาว

จากกฎเกณฑ์สู่คอขวดการชำระราคา ทำไมโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินจึงเป็นสนามรบใหม่

สิ่งที่น่าสนใจในรายงาน SCBX และ Hashed คือมุมมองว่าปัญหาหลักของสินทรัพย์ดิจิทัลไม่ได้อยู่ที่กฎหมายอีกต่อไป ตลาดได้เรียนรู้แล้วว่าความไม่ชัดเจนด้านกฎเกณฑ์ไม่ใช่ข้อจำกัดหลัก และการชำระราคาบนระบบบัญชีพื้นฐานส่วนใหญ่แก้โจทย์ได้แล้ว คอขวดตัวจริงตอนนี้จึงย้ายมาอยู่ที่โครงสร้างพื้นฐานการชำระเงิน ตั้งแต่การประสานงานในระดับธนาคารพาณิชย์ การจ่ายเงินปลายทางท่ามกลางสกุลเงินท้องถิ่นที่กระจัดกระจาย ไปจนถึงการสร้างสภาพคล่องตลาดรองสำหรับสินทรัพย์จริงที่ถูกโทเคนไนซ์

บนเวทีโลกเสียงจากผู้เล่นเทคโนโลยีดิจิทัลอย่าง Haider Rafique ก็สะท้อนตรงกันว่า “ช่องว่างสำคัญสำหรับผู้คนและสถาบันคือการชำระราคา” เขายกตัวอย่างธุรกิจขนาดเล็กที่ไม่ควรต้องรอธนาคารเคลียร์เงินหลายวัน หรือผู้เดินทางที่วงเงินบัตรเครดิตถูกแขวนเพราะเงินมัดจำโรงแรมค้างอยู่ ปัญหาเหล่านี้คือรอยต่อระหว่างโลกดิจิทัลที่ทำธุรกรรมได้แทบจะทันที กับระบบธนาคารเดิมที่ช้าและค่าใช้จ่ายสูง หากภูมิภาคนี้แก้คอขวดนี้ได้ก่อน จะเปลี่ยนการชำระเงินข้ามพรมแดนจากภาระ ให้กลายเป็นข้อได้เปรียบเชิงยุทธศาสตร์

สเตเบิลคอยน์อาเซียนและแพลตฟอร์มหลายสกุลเงิน ทางออกใหม่ของการแปลงสกุลเงินและสภาพคล่อง

ในเกมการเงินดิจิทัลยุคใหม่ ใครคุมสเตเบิลคอยน์และแพลตฟอร์มหลายสกุลเงินได้ ก็มีสิทธิ์กำหนดมาตรฐานการชำระเงินข้ามพรมแดน ปัจจุบันมูลค่าตลาดสเตเบิลคอยน์ทั่วโลกประมาณ 97 เปอร์เซ็นต์ผูกกับดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้การเข้าถึงดอลลาร์ผ่านสินทรัพย์ดิจิทัลกลายเป็นเส้นทางหลักในการปกป้องมูลค่าสำหรับผู้ลงทุนในตลาดเกิดใหม่ แต่คำถามเชิงยุทธศาสตร์สำหรับการเงินดิจิทัลเอเชียตะวันออกเฉียงใต้คือ เมื่อภูมิภาคนี้มีขนาดเศรษฐกิจดิจิทัลที่ใหญ่และการใช้คริปโตสูง จะยอมเป็นเพียงผู้ใช้สเตเบิลคอยน์ดอลลาร์ หรือจะลุกขึ้นมาสร้างสเตเบิลคอยน์อาเซียนของตัวเอง

ตัวอย่างที่สะท้อนทิศทางนี้คือการเปิดตัวแอปสแตนด์อโลนที่ให้ผู้ใช้แปลงมากกว่า 50 สกุลเงินท้องถิ่นเป็นสเตเบิลคอยน์ที่มีดอลลาร์หนุนหลัง พร้อมถือเหรียญอย่าง USDG USDC และ USDT และใช้บัตรเสมือนและบัตรจริงที่ไม่มีค่าแปลงสกุลเงิน แพลตฟอร์มแบบนี้โชว์ให้เห็นว่าโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินแบบใหม่สามารถแก้ทั้งเรื่องค่าธรรมเนียมการแลกเปลี่ยน ความผันผวนของค่าเงิน และการใช้จ่ายทั่วโลกได้ในที่เดียว จน Rafique เองถึงกับบอกว่า หากมีสเตเบิลคอยน์ที่อิงเงินตราฟากเอเชียและมีเสถียรภาพ ผู้คนก็พร้อมเชื่อถือ นี่คือโอกาสทองของสเตเบิลคอยน์อาเซียนที่จะก้าวขึ้นมาเป็นคู่แข่งและทางเลือก

ฟินเทคภูมิภาคกำลังเร่งเครื่อง โครงสร้างพื้นฐานต้องทันกับพฤติกรรมโมบายและการลงทุนใหม่

รายงาน Powering Southeast Asia's Digital Future แสดงภาพภูมิภาคที่อยู่ในจุดเปลี่ยนสำคัญ เศรษฐกิจถูกขับเคลื่อนด้วยมือถือ และมูลค่าเศรษฐกิจดิจิทัลอยู่ที่ระดับสูงมาก ขณะที่การใช้คริปโตแพร่หลายจนสี่ในสิบประเทศที่ใช้คริปโตมากที่สุดในโลกอยู่ในภูมิภาคนี้ นั่นทำให้ฟินเทคภูมิภาคไม่ได้มีบทบาทแค่เป็นผู้ให้บริการชำระเงินรายย่อย แต่กำลังกลายเป็นผู้สร้างโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินและการลงทุนใหม่ วางตั้งแต่ระบบนิเวศรองรับผู้บริโภคในบางตลาด ไปจนถึงโครงสร้างพื้นฐานที่ได้รับใบอนุญาตและผูกกับสกุลเงินท้องถิ่นในอีกหลายตลาด พร้อมแรงหนุนจากสถาบันการเงิน

ทิศทางนี้สอดคล้องกับการขยับของแพลตฟอร์มต่างชาติที่เริ่มพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อเจาะตลาดเกิดใหม่โดยตรง ทั้งแอปแปลงสกุลเงินท้องถิ่นเป็นสเตเบิลคอยน์ และการยื่นขอเปิดแพลตฟอร์มซื้อขายหุ้นสหรัฐที่ถูกโทเคนตลอดเวลา ขณะเดียวกันผู้เล่นเหล่านี้ยังลงทุนในโปรแกรมปกป้องบัญชีและการชดเชยกรณีถูกโจมตีทางไซเบอร์ สะท้อนว่าฟินเทคภูมิภาคมองเกมยาว ไม่ใช่แค่แย่งผู้ใช้ แต่คือการสร้างความเชื่อมั่นและมาตรฐานใหม่ให้กับโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินที่รองรับการใช้งานระดับมวลชนและการลงทุนสถาบัน

บทสรุป เชื่อมรายงาน SCBX-Hashed กับโอกาสต่อไปของโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินภูมิภาค

เมื่อเชื่อมรายงานจาก SCBX และ Hashed เข้ากับตัวอย่างจากแพลตฟอร์มสเตเบิลคอยน์ระดับโลก ภาพที่ชัดเจนคือภูมิภาคนี้ไม่ได้ขาดผู้ใช้หรือเทคโนโลยี แต่ขาดโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินที่ทำให้การเงินดิจิทัลเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก้าวจากการทดลองไปสู่ระบบหลัก รายงานย้ำว่ามูลค่าธุรกรรมบนเชนในเอเชียแปซิฟิกเติบโตเร็วที่สุดในโลก และงานสำคัญต่อจากนี้คือการสร้างโครงข่ายความร่วมมือระยะยาวระหว่างหน่วยงานกำกับดูแล ธนาคาร ผู้พัฒนาในท้องถิ่น และนักลงทุนระดับโลก

ในทางปฏิบัติ นั่นหมายถึงการลงทุนลงแรงในสเตเบิลคอยน์อาเซียน แพลตฟอร์มหลายสกุลเงิน และระบบการชำระราคาที่พร้อมเชื่อมต่อทั้งโลกคริปโตและโลกการเงินดั้งเดิม เพื่อให้ธุรกิจรายย่อยไม่ต้องรอเงินเคลียร์หลายวัน และผู้ลงทุนสามารถเคลื่อนย้ายเงินทุนและเข้าถึงสินทรัพย์ต่างประเทศได้อย่างราบรื่น จุดเปลี่ยนของอุตสาหกรรมคริปโตที่ผู้เล่นระดับโลกมองเห็น จะเป็นทั้งโอกาสและบททดสอบว่าใครในภูมิภาคพร้อมขยับจากการตามให้ทัน ไปสู่การกำหนดกติกาใหม่ของโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินและการลงทุนในยุคฟินเทคภูมิภาค

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!