ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

เมืองการบินอู่ตะเภาและสนามบินภูมิภาคใหม่ พลิกโฉมโครงสร้างพื้นฐานการบิน

เมืองการบินอู่ตะเภาและสนามบินภูมิภาคใหม่ พลิกโฉมโครงสร้างพื้นฐานการบิน
ความสนใจ|เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

เมืองการบินอู่ตะเภา คืออะไร และทำไมต้องเริ่มจากแรงจูงใจ 1.3 ล้านล้าน

เมืองการบินอู่ตะเภา คือโครงการพัฒนาพื้นที่รอบสนามบินอู่ตะเภาให้กลายเป็นศูนย์กลางคมนาคมและเศรษฐกิจครบวงจร มีทั้งสนามบิน พื้นที่โลจิสติกส์ ศูนย์ซ่อมบำรุง และกิจกรรมบริการต่อเนื่อง เป้าหมายคือยกระดับสนามบินอู่ตะเภาให้เป็นเมืองการบินที่ดึงดูดการลงทุน เชื่อมอุตสาหกรรมเป้าหมายและการท่องเที่ยว พร้อมสร้างเครือข่ายโครงสร้างพื้นฐานด้านการบินที่รองรับการเดินทางและการค้าระหว่างประเทศในระยะยาว

หัวใจของการปลดล็อกเมืองการบินครั้งนี้คือการยอมรับว่าหากไม่มีแรงจูงใจใหม่ การลงทุนสนามบินขนาดใหญ่จะไม่เกิดในจังหวะที่โลกการบินกำลังแข่งขันสูง คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2569 รับทราบมาตรการสนับสนุนเร่งด่วนเพื่อเดินหน้าโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก เป้าหมายชัดเจนคือดึงเงินลงทุนเอกชน 1.3 ล้านล้านบาท สร้างงานกว่า 63,700 ตำแหน่ง และผลักดันให้ปีแรกที่เปิดให้บริการเพิ่มผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศกว่า 37,000 ล้านบาท นี่ไม่ใช่โครงการสนามบินธรรมดา แต่เป็นเครื่องมือกระตุ้นเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่รัฐบาลเลือกจะใช้ภาคการบินเป็นตัวนำ

หักภาษีสองเท่าและ EECa Visa อาวุธลับดึงทุนสู่สนามบินอู่ตะเภา

ถ้าคิดว่าแค่สร้างสนามบินแล้วนักลงทุนจะยกขบวนเข้ามาเอง นั่นคือความคิดแบบเดิมที่ไม่สอดคล้องกับโลกการลงทุนปัจจุบัน สิ่งที่ทำให้โครงการสนามบินอู่ตะเภาแตกต่างคือชุดสิทธิประโยชน์เชิงรุกที่ออกแบบมาเฉพาะเพื่อเมืองการบินภาคตะวันออก รัฐบาลเปิดทางให้ผู้ประกอบการนำรายจ่ายลงทุนในสินทรัพย์หรือ CAPEX และรายจ่ายดำเนินงานหรือ OPEX มาหักภาษีเงินได้นิติบุคคลได้ 2 เท่า นี่คือชนวนสำคัญที่ทำให้การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานการบินกลายเป็นดีลที่คุ้มกว่าโครงการทั่วไปอย่างชัดเจน

นอกจากแรงจูงใจด้านภาษี รัฐยังเตรียมใช้ EECa Visa เป็นประตูให้ผู้เชี่ยวชาญต่างชาติและนักลงทุนเข้ามาทำงานหรือประกอบกิจการในเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษเมืองการบินภาคตะวันออกได้ง่ายขึ้น โดยเป็นการตรวจลงตราประเภทคนอยู่ชั่วคราวเป็นกรณีพิเศษ พร้อมลดภาษีเงินได้นิติบุคคลให้ผู้ประกอบการขนส่งทางอากาศบางส่วน และศึกษาแนวทางต่อยอดกิจกรรมเศรษฐกิจ เช่น การพัฒนาท่าเรือสำราญ ท่าเรือยอร์ช และระบบขนส่งขนาดรอง เพื่อเชื่อมสนามบินกับธุรกิจท่องเที่ยวและอสังหาริมทรัพย์โดยรอบ ทิศทางนี้ชัดเจนว่าเมืองการบินถูกออกแบบให้เป็นระบบเศรษฐกิจครบวงจร ไม่ใช่แค่สนามบินที่รอเครื่องบินลงจอด

ตัวเลขเศรษฐกิจที่พูดได้: งานใหม่ รายได้ใหม่ จากเมืองการบิน

การลงทุนสนามบินอู่ตะเภาในระดับ 1.3 ล้านล้านบาทไม่ได้เป็นเพียงตัวเลขใหญ่ในเอกสารราชการ แต่สะท้อนเดิมพันทางเศรษฐกิจว่ารัฐยอมแลกการลดภาษีวันนี้เพื่อหวังฐานรายได้และการจ้างงานในอนาคต สกพอ. ประเมินว่ามาตรการเหล่านี้จะกระตุ้นการลงทุนของเอกชนในโครงการรวมประมาณ 1.3 ล้านล้านบาทตลอดอายุโครงการ สร้างการจ้างงานกว่า 63,701 ตำแหน่ง เพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติประมาณ 400,000 คนต่อปี และเพิ่มการจับจ่ายในพื้นที่ประมาณ 20,000 ล้านบาทเมื่อเริ่มเปิดให้บริการ ตัวเลขเหล่านี้ชี้ชัดว่ารัฐกำลังใช้สนามบินอู่ตะเภาเป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจตัวใหม่

คำกล่าวที่สะท้อนทิศทางนี้ได้ชัดเจนคือ "โครงการเมืองการบินอู่ตะเภาจะสร้างผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศมากกว่า 37,000 ล้านบาทในปีแรกที่เปิดให้บริการ" เมื่อมองผ่านเลนส์เชิงนโยบาย เมืองการบินจึงไม่ใช่เพียงการขยายรันเวย์ แต่คือการสร้างแพลตฟอร์มให้ธุรกิจการบิน ซ่อมบำรุง โลจิสติกส์ และบริการต่อเนื่องมีที่ตั้งและระบบภาษีที่เอื้อต่อการเติบโต ข้อถกเถียงที่ตามมาคือรัฐจะบริหารความเสี่ยงของการให้สิทธิประโยชน์มากเพียงใด และจะทำให้ผลลัพธ์กระจายถึงผู้ประกอบการรายกลางและแรงงานในพื้นที่รอบสนามบินได้จริงหรือไม่

อุดรธานีสู่สนามบินสากล บินตรงคุนหมิงและบทบาทใหม่ของสนามบินภูมิภาค

ในขณะที่สนามบินอู่ตะเภาถูกปั้นให้เป็นเมืองการบินระดับใหญ่ สนามบินภูมิภาคก็เริ่มขยับบทบาทของตนเองเช่นกัน ท่าอากาศยานอุดรธานีเตรียมเข้ารับใบรับรองการดำเนินงานสนามบินสาธารณะหรือ Public Aerodrome Operating Certificate จากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยในวันที่ 2 กันยายน 2569 การยกระดับมาตรฐานนี้คือเงื่อนไขสำคัญที่ทำให้สนามบินภูมิภาครองรับเที่ยวบินระหว่างประเทศได้อย่างมั่นใจ และช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือของสนามบินต่อสายการบินต่างชาติ

เมื่อมาตรฐานพร้อม เส้นทางบินใหม่ก็ตามมา รัฐบาลระบุว่าท่าอากาศยานอุดรธานีจะรองรับเที่ยวบินตรงแบบเช่าเหมาลำของสายการบิน Lucky Air เส้นทางคุนหมิง–อุดรธานี–คุนหมิง หรือที่ผู้โดยสารคุ้นหูว่าเป็นเส้นทางบินตรงคุนหมิง เริ่มให้บริการวันที่ 8 กันยายน 2569 ถึง 22 ตุลาคม 2569 สัปดาห์ละ 2 เที่ยวบิน ในวันอังคารและวันพฤหัสบดี ใช้อากาศยาน Boeing 737-800 ความจุ 189 ที่นั่ง เส้นทางนี้ไม่ได้มีความหมายแค่เพิ่มตัวเลือกการเดินทาง แต่เป็นสัญญาณชัดว่าการท่องเที่ยวภูมิภาคกำลังได้ประตูอากาศยานของตนเอง ไม่ต้องพึ่งสนามบินใหญ่เพียงไม่กี่แห่งอีกต่อไป

เมืองการบินอู่ตะเภาและสนามบินภูมิภาคใหม่ พลิกโฉมโครงสร้างพื้นฐานการบิน

จากสนามบินอู่ตะเภาถึงเครือข่ายสนามบินภูมิภาค ภาพใหญ่ของการเชื่อมต่อข้ามแดน

การผลักดันเมืองการบินอู่ตะเภาควบคู่กับการยกระดับสนามบินอุดรธานีสะท้อนวิธีคิดใหม่ของนโยบายการบินที่มองสนามบินเป็นโครงสร้างพื้นฐานเชื่อมการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว ไม่ใช่เพียงจุดขึ้นลงของเครื่องบิน รัฐบาลขับเคลื่อนแนวคิด Airport for Regional Development เพื่อยกระดับความปลอดภัยและสิ่งอำนวยความสะดวกของสนามบินภูมิภาคให้เทียบมาตรฐานสากล และเพิ่มการเชื่อมโยงเส้นทางบินระหว่างประเทศ ภายใต้ภาพนี้ สนามบินอู่ตะเภาจะเป็นศูนย์กลางเมืองการบิน ขณะที่สนามบินอย่างอุดรธานีทำหน้าที่เป็นประตูเชื่อมทางอากาศจากต่างประเทศเข้าสู่พื้นที่เศรษฐกิจภูมิภาค

อย่างไรก็ตาม การลงทุนสนามบินขนาดใหญ่และการเปิดเส้นทางบินใหม่จะสร้างประโยชน์จริงก็ต่อเมื่อมีการวางแผนต่อเชื่อมระบบขนส่งและกิจกรรมเศรษฐกิจรอบสนามบินอย่างเป็นระบบ รัฐได้พูดถึงการลดค่าจดทะเบียนอสังหาริมทรัพย์ การศึกษาท่าเรือสำราญ ท่าเรือยอร์ช และระบบขนส่งขนาดรองเพื่อเชื่อมเมืองการบินกับพื้นที่ใกล้เคียง ขณะเดียวกัน การเปิดเส้นทางบินตรงคุนหมิง–อุดรธานีถูกออกแบบควบคู่กับการบูรณาการงานของด่านตรวจคนเข้าเมือง ศุลกากร และระบบขนส่งสาธารณะเพื่อรองรับผู้โดยสาร บทสรุปคือ หากนโยบายเหล่านี้เดินหน้าตามแผน สนามบินอู่ตะเภาและสนามบินภูมิภาคต่างๆ จะกลายเป็นเครือข่ายสำคัญที่ยกระดับการท่องเที่ยวภูมิภาคและโอกาสทางเศรษฐกิจข้ามแดนในระยะยาว

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!