จุดเปลี่ยนของปรีชา กรุ๊ป: จากการพลิกฟื้นสู่เป้ารายได้ 1,000 ล้านบาท
การทรานส์ฟอร์มองค์กรของปรีชา กรุ๊ปคือการปรับโครงสร้างการบริหารและกลยุทธ์ธุรกิจแบบครบวงจร เพื่อพลิกจากบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่เคยเติบโตจำกัด ไปสู่การตั้งเป้ารายได้ 1,000 ล้านบาทภายในสามปี ด้วยการผสมระหว่างโครงการแนวราบ แบรนด์ใหม่ และทรัพย์สินสร้างรายได้ประจำที่มีศักยภาพสูง โดยอาศัยทีมผู้บริหารชุดใหม่ที่มีประสบการณ์ยาวนานในธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ แนวคิดหลักคือสร้างการเติบโตที่ก้าวกระโดดแต่ยังรักษาความมั่นคงของกระแสเงินสดและการบริหารความเสี่ยงของพอร์ตโฟลิโอให้สมดุล
หัวใจของเรื่องนี้อยู่ที่การกล้าตั้งเป้าใหญ่บนฐานข้อมูลจริงและผลงานที่เริ่มพิสูจน์ได้แล้ว ปรีชา กรุ๊ปประกาศทรานส์ฟอร์มองค์กรครั้งสำคัญภายใต้ทีมผู้บริหารชุดใหม่ แต่งตั้งนายรองฤทธิ์ ธรรมสถิตขึ้นเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เพื่อขับเคลื่อนโรดแมปพลิกฟื้นธุรกิจสู่เป้าหมายรายได้ 1,000 ล้านบาทภายในปี 2571 การตั้งเป้าไม่ได้มาจากความคาดหวังลอย ๆ แต่ยึดโยงกับผลการดำเนินงานครึ่งแรกปี 2569 ที่ทำรายได้รวม 122.92 ล้านบาท เติบโตถึง 720 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบปีต่อปี ซึ่งสะท้อนว่าการปรับโครงสร้างและกลยุทธ์เริ่มส่งผลจริงแล้ว

กลยุทธ์ที่ 1: แบรนด์ PRESENSE และการรุกอสังหาฯ แนวราบด้วย Real Demand
เมื่อมองให้ลึก กลยุทธ์แรกของปรีชา กรุ๊ปไม่ได้เป็นแค่การเปิดโครงการอสังหาริมทรัพย์ใหม่ แต่เป็นการประกาศจุดยืนว่าบริษัทเลือกจับตลาด Real Demand อย่างชัดเจน การสร้างแบรนด์ PRESENSE ขึ้นมาเป็นแบรนด์ที่อยู่อาศัยใหม่ของกลุ่ม คือการยอมรับว่าเกมแนวราบยังไปต่อได้ หากเข้าใจคนซื้อที่ต้องการอยู่จริงมากกว่าการเก็งกำไร ปรีชา กรุ๊ปจึงโฟกัสทำเลที่มีศักยภาพสูงและดีมานด์ชัด เพื่อให้ทุกยูนิตมีโอกาสปิดการขายและโอนกรรมสิทธิ์ได้เร็ว สร้างกระแสรายได้ที่จับต้องได้ ไม่ใช่ยอดจองชั่วคราว
ภายใต้แบรนด์ PRESENSE บริษัทนำร่องสองโครงการหลัก คือ PRESENSE รัตนาธิเบศร์–เวสต์เกต บ้านเดี่ยวและทาวน์โฮมที่พัฒนาแล้ว 12 ยูนิตพร้อมคลับเฮ้าส์ คาดแล้วเสร็จเดือนพฤศจิกายน 2569 และเริ่มโอนกรรมสิทธิ์ต้นเดือนธันวาคม อีกโครงการคือ PRESENSE ลาดกระบัง–สุวินทวงศ์ ทาวน์โฮมบนทำเลใกล้สนามบินสุวรรณภูมิและนิคมอุตสาหกรรม เจาะกลุ่มผู้ประกอบการและพนักงานในพื้นที่ กลยุทธ์นี้ไม่ได้หยุดที่สองโครงการ เพราะบริษัทยังมีทำเลศักยภาพรอเปิดตัวภายใต้แบรนด์ PRESENSE อีกหลายโครงการ เพื่อปูทางสู่เป้าหมายรายได้ 1,000 ล้านบาทในสามปี นี่คือการใช้แบรนด์เดียวสร้างรากฐานรายได้ระยะกลางต่อเนื่อง

กลยุทธ์ที่ 2–3: Recurring Income จากปรีชาคอมเพล็กซ์และโรงแรม The Palazzo Bangkok
จุดแข็งที่ทำให้เป้ารายได้ 1,000 ล้านบาทดูมีน้ำหนัก ไม่ใช่เพียงโครงการแนวราบ แต่คือการเสริมฐาน Recurring Income อย่างตั้งใจ กลยุทธ์ที่สองคือการปรับปรุงอาคารสำนักงาน 15 ชั้น ปรีชาคอมเพล็กซ์ บนทำเลติดสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินสุทธิสาร เพื่อยกระดับมาตรฐานและอัตราการเช่า บริษัทตั้งเป้าอัตราการเช่าไม่ต่ำกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งคาดว่าจะสร้างกระแสเงินสดค่าเช่าประมาณ 30 ล้านบาทต่อปี นี่เป็นรายได้ประจำที่ช่วยกันความผันผวนจากยอดโอนโครงการ จับตลาดเชิงพาณิชย์ที่มีความต้องการสำนักงานใกล้ระบบขนส่งมวลชน
กลยุทธ์ที่สามคือการขยายพอร์ตธุรกิจโรงแรมเพื่อสร้างรายได้ประจำระยะยาว บริษัทเตรียมลงนามสัญญาบริหารโรงแรม The Palazzo Bangkok โรงแรมระดับพรีเมียม 230 ห้องบนทำเลติดสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินห้วยขวาง ถือเป็นการเปิดธุรกิจใหม่ที่เติมความแข็งแรงให้ฐาน Recurring Income และกระจายความเสี่ยงสู่ภาคท่องเที่ยวและบริการที่กำลังฟื้นตัว พร้อมกันนี้ ปรีชา กรุ๊ปยังอยู่ระหว่างศึกษาการเข้าลงทุนและบริหารโรงแรมเพิ่มเติมในทำเลใจกลางเมือง โดยมุ่งเน้นโรงแรมศักยภาพสูง เพื่อเสริมพอร์ต Recurring Income ให้เติบโตมั่นคง เมื่อรวมกับยอดรับรู้รายได้จากแบรนด์ PRESENSE โครงสร้างรายได้ของบริษัทจึงเริ่มมีสมดุลระหว่างยอดโอนและกระแสเงินสดประจำอย่างชัดเจน

ทำไมกลยุทธ์ของปรีชา กรุ๊ปจึงมีโอกาสไปถึงเส้นชัย
หากมองจากภายนอก เป้าหมายรายได้ 1,000 ล้านบาทในสามปีอาจดูทะเยอทะยาน แต่เมื่อพิจารณาโครงสร้างแผน จะเห็นว่าปรีชา กรุ๊ปไม่ได้เดินเกมแบบเสี่ยงข้างเดียว บริษัทตั้งเป้ารายได้รวมปี 2569 ไม่ต่ำกว่า 250 ล้านบาท พร้อมวางโรดแมปพลิกฟื้นธุรกิจด้วยสามกลยุทธ์หลัก ทั้งโครงการแนวราบแบรนด์ PRESENSE การสร้าง Recurring Income จากปรีชาคอมเพล็กซ์ และการขยายสู่ธุรกิจโรงแรม ขณะเดียวกัน ผลการดำเนินงานครึ่งปีแรก 2569 ที่ทำรายได้ 122.92 ล้านบาท เติบโต 720 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับปีก่อน คือหลักฐานว่าการปรับโครงสร้างเริ่มทำงานแล้ว ไม่ใช่แค่แผนบนกระดาษ
มุมที่น่าสนใจคือท่าทีของผู้บริหาร นายรองฤทธิ์ ธรรมสถิตระบุว่า การก้าวสู่เป้าหมาย 1,000 ล้านบาทภายในสามปีเป็นเป้าที่มีแผนรองรับอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งความพร้อมด้านเงินทุน แบ็กล็อกที่จะทยอยรับรู้รายได้เต็มปีตั้งแต่ปี 2570 เป็นต้นไป และการบริหารความเสี่ยงที่รัดกุม นั่นหมายความว่าบริษัทไม่ได้หวังพึ่งดีมานด์เฉพาะหน้าของตลาดอสังหาริมทรัพย์ แต่สร้างฐานรายได้ให้รับมือกับภาวะเศรษฐกิจมหภาคที่ผันผวนได้ดีกว่าเดิม สำหรับนักลงทุน เป้าหมายใหญ่ครั้งนี้จึงน่าจับตา เพราะหากสามกลยุทธ์เดินตามโรดแมปอย่างต่อเนื่อง ปรีชา กรุ๊ปมีโอกาสเปลี่ยนภาพจากผู้เล่นรองสู่กลุ่มอสังหาฯ ที่มีโครงสร้างรายได้มั่นคงและเติบโตเร็วในเวลาเดียวกัน







