ศูนย์กลางเศรษฐกิจเชื่อถือได้คืออะไร และทำไมต้องเกิดขึ้นตอนนี้
ศูนย์กลางเศรษฐกิจเชื่อถือได้ คือแนวคิดการวางตำแหน่งเศรษฐกิจของประเทศหนึ่งให้เป็นจุดเชื่อมของเงินทุน ความรู้ และความร่วมมือจากทั่วโลก โดยเน้นความโปร่งใส เสถียรภาพ และความไว้วางใจของนักลงทุน สถาบันการเงิน และพันธมิตรระดับภูมิภาค รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินและดิจิทัลที่รองรับการเคลื่อนย้ายทุนอย่างปลอดภัย เพื่อเชื่อมโยงเศรษฐกิจในภูมิภาคเข้ากับทุนโลกอย่างสมดุล
การประกาศเดินหน้าสู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจเชื่อถือได้ผูกโยงกับการเป็นเจ้าภาพการประชุมประจำปีของสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ระหว่างวันที่ 12–18 ตุลาคม 2569 ซึ่งถือเป็นโอกาสในรอบ 35 ปีที่ผู้นำเศรษฐกิจกว่า 15,000 คนจาก 191 ประเทศจะเดินทางมาหารือทิศทางเศรษฐกิจโลก การเลือกช่วงเวลานี้ไม่ใช่เพียงเพื่อเป็นเจ้าภาพงานระดับโลก แต่เป็นการประกาศว่าพร้อมยกระดับโครงสร้างเศรษฐกิจเข้าสู่ “ขอบฟ้าใหม่” และใช้เวทีโลกเป็นตัวเร่งให้กลยุทธ์ศูนย์กลางการเงินภูมิภาคเดินหน้าได้เร็วขึ้น ท่ามกลางความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์และสงครามการค้า แนวคิดตัวเชื่อมโยงที่ได้รับความไว้วางใจจึงตอบโจทย์ทั้งนักลงทุนและภูมิภาคอาเซียนที่ต้องการความมั่นคงทางเศรษฐกิจ

จาก PromptPay ถึงเวที IMF–World Bank การสร้างความน่าเชื่อถือแบบเป็นระบบ
การจะอ้างตัวว่าเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจเชื่อถือได้ไม่ได้เกิดจากคำประกาศบนเวที แต่ต้องมีหลักฐานเชิงโครงสร้างให้โลกเห็น หนึ่งในตัวอย่างที่จับต้องได้คือระบบพร้อมเพย์ที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานการโอนเงินทันทีโดยไม่คิดค่าธรรมเนียมกับลูกค้า ปัจจุบันรองรับบัญชีลงทะเบียนมากกว่า 83 ล้านบัญชี และต่อยอดสู่แอปพลิเคชันเป๋าตังที่มีผู้ใช้งานมากกว่า 40 ล้านราย นี่คือภาพของระบบการชำระเงินที่มีทั้งขนาดและความเชื่อมั่นระดับมวลชน ซึ่งเป็นภาษาที่นักลงทุนและสถาบันการเงินเข้าใจได้ชัดเจน
ในระดับยุทธศาสตร์ ดรเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศระบุชัดว่าการเดินหน้าแนวคิด Entering New Horizons มุ่งเป้าการเป็นประเทศรายได้สูงภายในปี 2037 โดยให้ภาคเอกชนขับเคลื่อนผ่าน 7 อุตสาหกรรมอนาคต ตั้งแต่เกษตรอัจฉริยะ อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะและดิจิทัล ไปจนถึงการแพทย์ การท่องเที่ยวมูลค่าสูง และค้าส่งค้าปลีกยุคใหม่ ฝั่งรัฐรับบทวางยุทธศาสตร์ ปลดล็อกกฎหมาย เร่งการลงทุน และรักษาวินัยการคลังเพื่อสร้างเสถียรภาพ แนวทางสามระดับคือระดับโลก ระดับภูมิภาค และระดับประเทศ สะท้อนว่าการสร้างศูนย์กลางการเงินภูมิภาคถูกคิดแบบเป็นระบบ แต่คำถามสำคัญคือการแปลงยุทธศาสตร์เหล่านี้ให้สำเร็จในพื้นที่จริงยังต้องพิสูจน์
การลงทุนในเมืองรอง จุดชี้ขาดศูนย์กลางการเงินภูมิภาคที่ไม่รวมศูนย์
หากศูนย์กลางเศรษฐกิจเชื่อถือได้หมายถึงการสร้างขีดความสามารถทั้งประเทศ การกระจุกตัวในเมืองหลักเพียงแห่งเดียวไม่สอดคล้องกับเป้าหมายรายได้สูงในระยะยาว รายงาน Thailand Cities of the Future ของธนาคารโลกชี้ว่า การเพิ่มผลิตภาพของเมืองรอง 11 แห่งควบคู่กับการลดต้นทุนการเดินทางและความเสี่ยงด้านภูมิอากาศในเมืองหลวง เป็นเงื่อนไขสำคัญในการขยับสู่ประเทศรายได้สูง นี่คือสัญญาณชัดว่า “การลงทุนในเมืองรอง” ไม่ใช่เรื่องภูมิภาคนิยม แต่เป็นยุทธศาสตร์เศรษฐกิจระดับชาติ
แบบจำลองของธนาคารโลกเปรียบเทียบสามแนวทางจัดสรรการลงทุนระหว่างเมืองหลวงและเมืองรอง โดยพบว่าแนวทางเน้นเมืองรองมากกว่าให้ผลด้าน GDP ต่อหัวในปี 2593 สูงกว่ากรณีฐาน 12.4% ขณะที่แนวทางเน้นเมืองหลวงให้ผล 11.6% และการแบ่งกันครึ่งหนึ่งให้ผล 10.9% รายงานสรุปว่า แม้การลงทุนในเมืองหลวงให้ผลดีกว่าในช่วงปี 2573–2588 แต่ในระยะยาวแนวทางเน้นเมืองรองจะเหนือกว่า นี่คือคำเตือนต่อกลยุทธ์ศูนย์กลางการเงินภูมิภาค หากไม่ยอมกระจายโครงสร้างพื้นฐาน เครือข่ายโลจิสติกส์ และบริการทางการเงินไปยังเมืองรอง เป้าหมายประเทศรายได้สูงอาจกลายเป็นเพียงคำขวัญ
โลกร้อน ผลิตภาพหาย รายได้หด การพัฒนาเมืองต้องคิดเรื่องภูมิอากาศด้วย
อีกด้านที่มักถูกมองข้ามเมื่อพูดถึงศูนย์กลางเศรษฐกิจเชื่อถือได้คือความเสี่ยงจากภูมิอากาศ รายงานร่วมของธนาคารโลกกับหน่วยงานท้องถิ่นในเมืองหลวงชี้ว่า หากอุณหภูมิเฉลี่ยในเมืองสูงขึ้น 1 องศาเซลเซียส ผลิตภาพแรงงานกลางแจ้งอาจลดลงได้สูงสุด 3.4% กระทบแรงงานกว่า 1 ล้านคน และประเมินการสูญเสียรายได้มากกว่า 44,000 ล้านบาทต่อปี หรือราว 1% ของ GDP เมืองนั้น นี่ไม่ใช่ตัวเลขเชิงสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่คือความเสี่ยงเชิงเศรษฐกิจที่กระทบความเชื่อมั่นของนักลงทุนโดยตรง
การผลักดันเมืองรองให้เป็นฟันเฟืองของศูนย์กลางเศรษฐกิจเชื่อถือได้ จึงต้องวางโครงสร้างพื้นฐานที่คำนึงถึงโลกร้อน ทั้งระบบขนส่งที่ลดเวลาการเดินทาง พื้นที่สีเขียว การออกแบบเมืองให้ระบายความร้อนได้ดี และการคุ้มครองแรงงานกลางแจ้ง หากปล่อยให้เมืองหลักและเมืองรองเดินหน้าการลงทุนโดยไม่จัดการความเสี่ยงภูมิอากาศ เม็ดเงินที่ไหลเข้าผ่านเวทีการเงินโลกอาจถูกกัดเซาะด้วยต้นทุนสุขภาพและการสูญเสียผลิตภาพอย่างต่อเนื่อง ศูนย์กลางการเงินภูมิภาคที่น่าเชื่อถือในยุคใหม่จึงต้องผสานกลยุทธ์เศรษฐกิจกับยุทธศาสตร์ภูมิอากาศ ไม่ใช่เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง
บทสรุป ศูนย์กลางที่น่าเชื่อถือจะเกิดได้เมื่อเมืองรองเข้มแข็งและเมืองหลักไม่ล้มจากโลกร้อน
เมื่อมองภาพรวม กลยุทธ์ศูนย์กลางเศรษฐกิจเชื่อถือได้และศูนย์กลางการเงินภูมิภาคเป็นแนวทางที่ทะเยอทะยานแต่มีเหตุผล การใช้เวที IMF–World Bank เป็นปากทางเชื่อมทุนโลก การมีโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลอย่างพร้อมเพย์และเป๋าตังที่ใช้งานในวงกว้าง เป็นแต้มต่อที่หลายประเทศยังสร้างไม่สำเร็จ อย่างไรก็ตาม ความทะเยอทะยานนี้จะกลายเป็นความยั่งยืนได้ก็ต่อเมื่อคำแนะนำเรื่องการลงทุนในเมืองรองถูกนำไปใช้จริง และยุทธศาสตร์รับมือโลกร้อนถูกฝังไว้ในทุกแผนพัฒนาเมือง ไม่ใช่ภาคผนวก
ในเชิงนโยบาย การทำข้อตกลงพัฒนาเมืองระยะยาว ออกแบบการลงทุนให้สะท้อนจุดแข็งเฉพาะของแต่ละเมืองรอง และใช้กลไกร่วมรัฐเอกชนอย่างมีประสิทธิภาพ จะเป็นตัววัดว่าศูนย์กลางเศรษฐกิจเชื่อถือได้เป็นเรื่องจริงหรือภาพลักษณ์ การเชื่อมทุนโลกต้องตามด้วยการเชื่อมโอกาสให้คนในเมืองรองมีงานดี รายได้ดี และคุณภาพชีวิตดี พร้อมกับเมืองหลักที่ไม่ถูกโลกร้อนบั่นทอนผลิตภาพจนสูญรายได้ปีละหลายหมื่นล้านบาท หากทำได้ สมการการพัฒนาเศรษฐกิจอาเซียนจะเปลี่ยนจากการเกาะกระแสทุนโลก ไปสู่การเป็นผู้กำหนดทิศทางทุนที่มีทั้งความเติบโตและความยั่งยืนควบคู่กัน






