ความร่วมมือการค้าท่องเที่ยว: เครื่องยนต์ใหม่ของภูมิภาค
ความร่วมมือการค้าท่องเที่ยวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้คือกระบวนการที่เมืองและภูมิภาคต่างๆ ร่วมกันวางแผน การส่งเสริมการท่องเที่ยวภูมิภาค และการพัฒนาการท่องเที่ยวข้ามชายแดน เพื่อเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยว รายได้จากบริการ และโอกาสการลงทุนระหว่างกันอย่างยั่งยืน ผ่านการตลาดร่วม กิจกรรมทางธุรกิจ และการเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานที่ตอบโจทย์ทั้งนักเดินทางและผู้ประกอบการ.
แนวโน้มใหม่ของท่องเที่ยวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังเคลื่อนจากการแข่งขันระหว่างเมือง ไปสู่การเดินเกมแบบ “จับมือเติบโต” เมืองภูมิภาคไม่รอรัฐบาลส่วนกลางอย่างเดียว แต่เริ่มออกแบบยุทธศาสตร์ของตนเอง ทั้งการจัดโรดโชว์ การประชุมเชิงปฏิบัติการ และงานแสดงศักยภาพด้านธุรกิจการท่องเที่ยว เพื่อสร้างความร่วมมือการค้าท่องเที่ยวในระดับลงลึกมากขึ้น.
จุดร่วมสำคัญคือทุกเมืองพยายามวางตัวเป็นสะพานเชื่อมการเดินทางและการค้าในภูมิภาค มากกว่าจะเป็นเพียงจุดหมายปลายทางเดี่ยวๆ เพราะการเติบโตในระยะยาวต้องพึ่งเครือข่าย ไม่ใช่ความโดดเด่นเพียงเมืองเดียว.
เกิ่นโถ–การเชื่อมโยงตลาดท่องเที่ยวกับเพื่อนบ้าน
กรณีของเมืองเกิ่นโถสะท้อนภาพว่าการส่งเสริมการท่องเที่ยวภูมิภาคต้องเริ่มจากการจับคู่ธุรกิจอย่างจริงจัง เมืองได้จัดการประชุมพบปะกับภาคธุรกิจในประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อแนะนำภูมิประเทศ ผู้คน วัฒนธรรม และผลิตภัณฑ์ท่องเที่ยวของเกิ่นโถสู่ตลาดใหม่ พร้อมเปิดเวทีให้ผู้ประกอบการท่องเที่ยวของเมืองได้พบปะและเชื่อมต่อพันธมิตรจากต่างประเทศ เพื่อขยายตลาดและพัฒนาเส้นทางผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ.
เกิ่นโถใช้จุดแข็งด้านโครงสร้างพื้นฐาน เช่น สนามบินนานาชาติ ท่าเรือ และเครือข่ายถนน–ทางน้ำที่ต่อเนื่อง ทำให้เมืองกลายเป็นประตูสำคัญในการสำรวจภูมิภาคสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง. เมืองยังเน้นสินทรัพย์ทางวัฒนธรรม อย่างตลาดน้ำ สวนผลไม้ หมู่บ้านหัตถกรรม และเทศกาลพื้นเมือง เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวที่มองหาประสบการณ์เชิงลึก.
นโยบายของเกิ่นโถชี้ชัดว่าอนาคตของท่องเที่ยวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไม่ใช่ปริมาณอย่างเดียว แต่คือคุณภาพและความยั่งยืน เมืองวางทิศทางไปสู่การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ รีสอร์ท วัฒนธรรม จิตวิญญาณ และ MICE ควบคู่การเปลี่ยนผ่านดิจิทัลในด้านการตลาดและการจัดการ. เมืองอื่นในภูมิภาคที่ยังเน้นการขายแพ็กเกจราคาถูกควรมองกรณีนี้เป็นสัญญาณว่าต้องยกระดับคุณภาพ หากไม่อยากถูกทิ้งไว้ข้างหลัง.

ดานังกับยุทธศาสตร์ศูนย์กลางท่องเที่ยวและการค้า
เมืองดานังกำลังผลักตัวเองให้เป็นศูนย์กลางของพัฒนาการท่องเที่ยวข้ามชายแดน ผ่านการประชุมเชิงปฏิบัติการที่รวมทั้งหน่วยงานภาครัฐ สมาคมมิตรภาพ และภาคธุรกิจจากสองประเทศ เพื่อระบุพื้นที่ใหม่สำหรับความร่วมมือ ตั้งแต่การพัฒนาตลาดท่องเที่ยว การเชื่อมต่อเส้นทางบิน โครงสร้างพื้นฐานขนส่ง ไปจนถึงการค้า โลจิสติกส์ และการดึงดูดการลงทุน.
รองประธานคณะกรรมการประชาชนเมืองดานังย้ำว่า ประเทศเพื่อนบ้านรายสำคัญถือเป็นพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์มาอย่างต่อเนื่อง และความร่วมมือที่ผ่านมา ตั้งแต่การแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม การศึกษา ไปจนถึงการเพิ่มเที่ยวบินตรง ช่วยให้จำนวนนักท่องเที่ยวระหว่างสองฝั่งเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด. ประโยคนี้ควรถูกจดจำ: “การเชื่อมต่อเที่ยวบินตรงคือกุญแจที่ทำให้ตลาดท่องเที่ยวสองประเทศเติบโตไปพร้อมกัน”.
จุดแข็งของดานังคือการเป็นศูนย์กลางท่องเที่ยวภาคกลาง มีระบบที่พักและบริการที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง เปิดทางให้เมืองออกแบบแพ็กเกจที่เชื่อมหลายปลายทางในภูมิภาคเข้าด้วยกัน. ในมุมมองเชิงนโยบาย เมืองใดที่ต้องการเป็นสะพานเชื่อมในภูมิภาคควรลงทุนในเส้นทางบินตรงและโครงสร้างพื้นฐานก่อนการโหมโฆษณา เพราะหากการเดินทางไม่สะดวก การตลาดก็แทบไม่มีความหมาย.

เวทีบุรีรัมย์–สะท้อนพลังการท่องเที่ยวผสานธุรกิจ
อีกตัวอย่างของความร่วมมือการค้าท่องเที่ยวในภูมิภาคคือการจัดงาน “Philippines Tourism and Business Showcase 2026: Buriram” ซึ่งเป็นความร่วมมือของกระทรวงการท่องเที่ยวแห่งสาธารณรัฐฟิลิปปินส์และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อแสดงศักยภาพด้านการท่องเที่ยวและธุรกิจของฟิลิปปินส์ และเชื่อมภาคีจากทั้งสองฝ่ายเข้าหากัน.
งานดังกล่าวจัดขึ้นระหว่างวันที่ 14–16 สิงหาคม 2569 ณ บริเวณพาวิลเลียนด้านหน้าสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ตำบลอิสาณ อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ โดยมีเป้าหมายเพื่อเชื่อมโยงและกระชับความสัมพันธ์ผ่านมิติของการท่องเที่ยว วัฒนธรรม กีฬา การค้า การลงทุน และการสร้างเครือข่ายทางธุรกิจ รวมทั้งการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรม.
เวทีลักษณะนี้สะท้อนแนวคิดว่าเมืองภูมิภาคไม่ใช่แค่ผู้ตาม แต่สามารถกลายเป็นเจ้าภาพสำคัญของความร่วมมือข้ามชาติได้ หากมีโครงสร้างพื้นฐานรองรับและมีการออกแบบกิจกรรมเชิงประสบการณ์ที่ทำให้ผู้เข้าร่วมสัมผัสเสน่ห์และศักยภาพของทั้งสองฝ่ายอย่างใกล้ชิด.
โอกาสและข้อท้าทายของการสร้างเครือข่ายท่องเที่ยวระดับภูมิภาค
เมื่อมองภาพรวมของท่องเที่ยวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จะเห็นว่าทั้งเกิ่นโถ ดานัง และจังหวัดเจ้าภาพอย่างบุรีรัมย์ กำลังทดลองรูปแบบใหม่ของการส่งเสริมการท่องเที่ยวภูมิภาคที่เน้นเครือข่ายมากกว่าต่างคนต่างเดิน การจัดประชุมระหว่างภาครัฐและธุรกิจ การสร้างเวทีสำหรับการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และการออกแบบเส้นทางท่องเที่ยวร่วม ล้วนเป็นโครงสร้างพื้นฐานทางความสัมพันธ์ที่สำคัญไม่แพ้ถนนหรือสนามบิน.
อย่างไรก็ตาม ความท้าทายคือการทำให้ความร่วมมือเหล่านี้ไม่จบแค่พิธีเปิดงาน เมืองต่างๆ ต้องใส่ใจกับความโปร่งใสของสภาพแวดล้อมทางธุรกิจ การสนับสนุนการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน และการสร้างแพ็กเกจท่องเที่ยวที่ผูกโยงหลายเมืองหลายประเทศเข้าด้วยกัน เพื่อให้พัฒนาการท่องเที่ยวข้ามชายแดนเกิดผลจริง ไม่ใช่เพียงคำขวัญ.
บทเรียนสำคัญจากกรณีศึกษาต่างๆ คือ เมืองที่มองตัวเองเป็น “สะพาน” จะมีโอกาสเติบโตมากกว่าเมืองที่มองตัวเองเป็น “เกาะ” การเปิดใจทำงานร่วมกับเพื่อนบ้าน การยอมให้เส้นทางท่องเที่ยวแชร์นักท่องเที่ยวและรายได้กัน คือเงื่อนไขที่จำเป็น หากภูมิภาคต้องการใช้ท่องเที่ยวเป็นเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจร่วมกันในระยะยาว.






