ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

เมื่อการเยียวยากลายเป็นความหรูแบบใหม่ของการเดินทาง

เมื่อการเยียวยากลายเป็นความหรูแบบใหม่ของการเดินทาง
ความสนใจ|เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

การท่องเที่ยวเวลเนสคือความหรูแบบใหม่ไม่ใช่แค่สปาแพง

การท่องเที่ยวเวลเนสคือรูปแบบการเดินทางที่เน้นการฟื้นฟูทั้งกายใจและความรู้สึก ผ่านกิจกรรมดูแลสุขภาพ อาหาร ศิลปะ ธรรมชาติ และวิถีชีวิตท้องถิ่น โดยให้ความสำคัญกับประสบการณ์ที่มีความหมาย สร้างสมดุลชีวิต และเคารพสิ่งแวดล้อม มากกว่าการเสพความหรูหราจากสิ่งปลูกสร้างหรือการจับจ่ายฟุ่มเฟือย ทิศทางนี้กำลังนิยามใหม่ว่าความหรูของการท่องเที่ยวไม่ใช่แค่ราคา แต่คือคุณภาพของการเยียวยาและการเชื่อมโยงกับผู้คนและสถานที่ การที่หน่วยงานด้านการท่องเที่ยวเลือกใช้คำว่า Healing is the New Luxury ไม่ใช่เพียงคำขวัญ แต่คือจุดยืนว่าต้องการดึงดูดนักเดินทางที่ให้คุณค่ากับสุขภาพและความหมายของการเดินทาง มากกว่าการสะสมเช็กลิสต์สถานที่ แนวคิดนี้จึงถือเป็นการพลิกกรอบการท่องเที่ยวหรู ให้กลายเป็นการลงทุนกับตัวเองและโลกไปพร้อมกัน

เมื่อการเยียวยากลายเป็นความหรูแบบใหม่ของการเดินทาง

Power of Journey กับการยึดเวที Gastech 2026 เปิดหน้าใหม่ของการท่องเที่ยวหรู

วันที่ 14 กันยายน 2569 ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยประกาศใช้เวทีประชุมและนิทรรศการด้านพลังงานระดับโลก Gastech 2026 เป็นพื้นที่เล่าเรื่องการท่องเที่ยวผ่านแนวคิด Power of Journey ที่ต่อยอดจาก Healing is the New Luxury งานนี้จัดระหว่างวันที่ 14–17 กันยายน ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค กรุงเทพฯ มีบริษัทชั้นนำด้านพลังงานกว่า 1,000 แห่ง และผู้เข้าร่วมกว่า 50,000 คนจาก 150 ประเทศ จึงเป็นเวทีที่สะท้อนชัดว่า การท่องเที่ยวหรูยุคใหม่ต้องไปยืนในวงสนทนาเรื่องพลังงานและความยั่งยืน ไม่ใช่แค่บนเวทีท่องเที่ยว สิ่งที่น่าสนใจคือการเลือกเวทีพลังงานเพื่อขายภาพการเดินทาง การประชุม และนิทรรศการ แสดงว่าหน่วยงานท่องเที่ยวกำลังมองนักเดินทางกลุ่ม MICE ท่องเที่ยวเป็นกลุ่มที่ให้ความสำคัญกับทั้งธุรกิจ สุขภาพ และภาพลักษณ์องค์กร การเสนอภาพลักษณ์จุดหมายปลายทางผ่านธีม Feel All The Feelings จึงเป็นการส่งสารตรงไปถึงผู้มีอำนาจตัดสินใจระดับโลกว่าการจัดงานและการเดินทางเชิงธุรกิจสามารถเป็นพื้นที่เยียวยาได้เช่นกัน

เมื่อการเยียวยากลายเป็นความหรูแบบใหม่ของการเดินทาง

จากเวลเนสสู่วัฒนธรรมท่องเที่ยว การเดินทางที่เชื่อมกายใจและรากเหง้า

Power of Journey ไม่ได้มองการเดินทางเป็นแค่การค้นพบสถานที่ใหม่ แต่เป็นการหยุดพัก เชื่อมโยงกับความรู้สึก และเติมพลังเพื่อกลับไปก้าวต่อ โดยครอบคลุมประสบการณ์การพักผ่อน การเรียนรู้วัฒนธรรม อาหาร ศิลปะ วิถีชีวิต และกิจกรรมด้านเวลเนสในคราวเดียว นี่คือการประกาศชัดว่าความหรูของการเดินทางต้องมีทั้งการนวดแผนไทย การชงชา การชมศิลปะการแสดง ไปจนถึงการได้ใช้ชีวิตร่วมกับชุมชน ไม่ใช่แค่พักในโรงแรมระดับบน การจัดบูธภายใต้ธีม Feel All The Feelings พร้อมกิจกรรมสาธิตชงชาไทย การแสดงหุ่นละครเล็ก และการนวดแผนไทย เป็นตัวอย่างรูปธรรมของการนำวัฒนธรรมท่องเที่ยวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของท่องเที่ยวเวลเนส ไม่เพียงเพื่อสร้างประสบการณ์ที่น่าจดจำ แต่ยังส่งสัญญาณว่าเสน่ห์รสชาติ กลิ่น เสียง และการเคลื่อนไหวของวัฒนธรรมสามารถเป็นเครื่องมือเยียวยาและสร้างคุณค่าให้กับการเดินทางเชิงธุรกิจได้ด้วย

เมื่อการเยียวยากลายเป็นความหรูแบบใหม่ของการเดินทาง

20 Low Carbon Lifestyles กับโจทย์ท่องเที่ยวยั่งยืนที่ไม่ใช่แค่คำประกาศ

เมื่อเวที Gastech มุ่งพูดถึงการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน การท่องเที่ยวที่เข้าไปมีบทบาทจึงหลีกเลี่ยงเรื่องสิ่งแวดล้อมไม่ได้ การนำเสนอแนวคิด 20 Low Carbon Lifestyles ผ่านเส้นทางท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงธรรมชาติ วิถีชุมชน และการใช้ชีวิตที่เป็นมิตรต่อโลก เป็นการประกาศว่าท่องเที่ยวยั่งยืนต้องจับต้องได้ในระดับไลฟ์สไตล์ ไม่ใช่แค่ป้ายคำขวัญ แนวคิดนี้มีผลโดยตรงต่อชีวิตของนักเดินทาง เพราะชวนให้เลือกการเดินทางที่ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แต่ยังสร้างความสุขทั้งต่อตัวเองและโลก ในคำอธิบายของหน่วยงานท่องเที่ยว แนวทางดังกล่าวสะท้อนทิศทางการท่องเที่ยวที่ให้ความสำคัญกับทั้งคุณค่าของประสบการณ์และความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อให้การเดินทางสามารถสร้างความสุขแก่ผู้เดินทางควบคู่กับการดูแลโลกไปพร้อมกัน ถ้าแนวคิดนี้ถูกผลักดันต่อเนื่อง มันจะเปลี่ยนความหมายของการท่องเที่ยวหรูให้กลายเป็นการเลือกใช้ชีวิตคาร์บอนต่ำด้วย

บ่อสวกโมเดล ตัวอย่างว่าทุนวัฒนธรรมรักษารากเหง้าและสร้างรายได้ได้จริง

หากแนวคิด Healing is the New Luxury และท่องเที่ยวยั่งยืนดูเหมือนเรื่องใหญ่ระดับโลก บ่อสวกโมเดลคือคำตอบระดับชุมชนว่ามันทำได้จริง ตำบลบ่อสวก จังหวัดน่านเคยพึ่งพาเกษตรเชิงเดี่ยว มีรายได้เฉลี่ย 47,371 บาทต่อคนต่อปี และภาระหนี้ 60,000–80,000 บาทต่อครัวเรือน ขณะที่เตาเผาโบราณ 750 ปี และภูมิปัญญาช่างศิลป์กำลังเสี่ยงสูญหาย การใช้การท่องเที่ยวโดยชุมชนเป็นเครื่องมือแก้ปัญหาเศรษฐกิจควบคู่การอนุรักษ์ทุนวัฒนธรรม จึงไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นทางรอด ผลลัพธ์ชัดเจน รายได้เฉลี่ยต่อหัวเพิ่มเป็น 72,385 บาทต่อปี หรือโต 52.80% รายได้จากการท่องเที่ยวอยู่ที่ 3.87 ล้านบาท นักท่องเที่ยวเพิ่มจากราว 3,500 คนเป็นเกือบ 10,000 คนต่อปี พร้อมการกลับมาของคนรุ่นใหม่ทำงานในบ้านเกิด และการได้รับรางวัลระดับนานาชาติอย่าง Best Tourism Villages 2024 รวมถึงรางวัลกินรี 3 สมัย บ่อสวกโมเดลจึงเป็นหลักฐานว่าทุนวัฒนธรรมสามารถเปลี่ยนจากทรัพยากรเสี่ยงสูญหายให้กลายเป็นรายได้ยั่งยืนและความภาคภูมิใจร่วมของชุมชนได้

เมื่อการเยียวยากลายเป็นความหรูแบบใหม่ของการเดินทาง

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!