ท่องเที่ยวไฮซีซั่นคืออะไร และทำไม MOTHER ถึงได้เปรียบ
ท่องเที่ยวไฮซีซั่น คือช่วงเวลาที่จำนวนนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าสู่พื้นที่ท่องเที่ยวมากกว่าปกติอย่างมีนัยสำคัญ มักเกิดจากสภาพอากาศเอื้ออำนวย วันหยุดยาว และกิจกรรมเฉพาะฤดูกาลที่ดึงดูดผู้เดินทาง ส่งผลให้ธุรกิจโรงแรม การเดินทาง และร้านค้าปลีกท่องเที่ยวมีลูกค้าหนาแน่น รายได้เพิ่มขึ้น และการแข่งขันด้านบริการรุนแรงมากขึ้นในช่วงเวลาเดียวกันนี้ ในบริบทนี้ MOTHER ไม่ได้เป็นเพียงซูเปอร์มาร์เก็ตท้องถิ่น แต่กำลังกลายเป็นเครื่องวัดอุณหภูมิของการฟื้นตัวภาคท่องเที่ยวไฮซีซั่น แบรนด์ Mother Supermarket และ Mother Marche ตั้งอยู่ในหัวใจเมืองท่องเที่ยวอย่างกระบี่ พังงา และสุราษฎร์ธานี ทำให้บริษัทเกาะกระแสเม็ดเงินนักเดินทางได้โดยตรง ผู้บริโภคต่างชาติที่เดินทางมาพักผ่อนย่อมต้องจับจ่ายสินค้าอุปโภคบริโภคในระหว่างทริป และนี่คือจุดที่ MOTHER ได้เปรียบคู่แข่งที่ไม่ได้ปักหลักอยู่ในพื้นที่ท่องเที่ยวหลัก
ไฮซีซั่นปลายปี ผลัก MOTHER ให้กลายเป็นศูนย์กลางจับจ่ายนักท่องเที่ยว
จุดแข็งของ MOTHER ในไตรมาส 4 คือการยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า รายได้ของตนผูกกับคลื่นเม็ดเงินจากท่องเที่ยวไฮซีซั่นมากกว่าปัจจัยอื่น สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดกระบี่คาดว่าในปี 2569 จะมีนักท่องเที่ยวกว่า 5.2 ล้านคนเดินทางเข้าพื้นที่ และสร้างรายได้รวมกว่า 100,000 ล้านบาท โดยเฉพาะช่วงปลายปีที่คาดว่าเงินสะพัดไม่ต่ำกว่า 20,000 ล้านบาท ตัวเลขเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงสถิติท่องเที่ยว แต่คือฐานลูกค้าที่เดินเข้าประตูสาขาต่างๆ ของ MOTHER อย่างเป็นรูปธรรม ผู้บริหารยอมรับชัดว่าไตรมาส 4 คาดเติบโตต่อเนื่องเพราะกำลังซื้อจากผู้บริโภคต่างชาติ หากนักลงทุนยังมองค้าปลีกในมุมเดิมว่าอิงกำลังซื้อคนท้องถิ่นเป็นหลัก ก็อาจประเมินศักยภาพ MOTHER ต่ำเกินไป เพราะโครงสร้างรายได้ของบริษัทเริ่มเคลื่อนไปสู่โมเดลร้านค้าปลีกท่องเที่ยวเต็มตัว
การบินตรงใหม่จากสแกนดิเนเวีย ตัวเร่งสำคัญของร้านค้าปลีกท่องเที่ยว
เมื่อพูดถึงการบินตรงใหม่ ส่วนใหญ่จะนึกถึงสายการบินก่อนสนามบินและโรงแรม แต่ในความเป็นจริง ร้านค้าปลีกท่องเที่ยวอย่าง MOTHER คือผู้ได้ประโยชน์ระดับหน้าเคาน์เตอร์ปลายทาง ในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน สายการบินจากกลุ่มประเทศสแกนดิเนเวียเตรียมเปิดบินตรงเข้าสู่จังหวัดกระบี่ ทั้ง Finnair เส้นทางเฮลซิงกิ–กระบี่ และ Scandinavian Airlines เส้นทางโคเปนเฮเกน–กระบี่ สัปดาห์ละ 2 เที่ยวบิน แสดงให้เห็นว่ากระบี่พร้อมรองรับเที่ยวบินระหว่างประเทศและถูกมองเป็นจุดหมายปลายทางระดับโลก เมื่อเส้นทางการบินตรงเพิ่มขึ้น ต้นทุนเวลาและความเหนื่อยล้าของนักท่องเที่ยวลดลง โอกาสที่ผู้บริโภคต่างชาติจะออกมาจับจ่ายในเมืองและแวะซูเปอร์มาร์เก็ตก็เพิ่มตาม การเดินทางที่สะดวกกว่าคือการเพิ่มฟุตทราฟฟิกให้สาขาของ MOTHER โดยไม่ต้องใช้งบการตลาดเพิ่มมากนัก เป็นเส้นทางกำไรที่ใช้สนามบินเป็นเครื่องมือหลัก
พฤติกรรมผู้บริโภคต่างชาติ เปลี่ยนซูเปอร์มาร์เก็ตเป็นจุดเชื่อมประสบการณ์ท่องเที่ยว
การมองนักท่องเที่ยวเป็นเพียงลูกค้าขาจรคือความผิดพลาดที่ค้าปลีกสมัยใหม่ไม่ควรทำ โดยเฉพาะในพื้นที่ท่องเที่ยวระดับโลกอย่างกระบี่ นักเดินทางจากยุโรปและภูมิภาคอื่นมักใช้ซูเปอร์มาร์เก็ตเป็นฐานเติมเสบียง ระหว่างทริปทะเล เกาะ และกิจกรรมกลางแจ้ง Mother Supermarket และ Mother Marche จึงไม่ได้ขายแค่ของอุปโภคบริโภค แต่ขายความสะดวกและความสบายใจของนักเดินทางด้วย เมื่อผู้บริโภคต่างชาติเข้ามาใช้จ่ายบ่อยขึ้น เขาจะเริ่มจดจำแบรนด์ โลเคชัน และคุณภาพสินค้า ไฮซีซั่นปลายปีจึงทำหน้าที่เสมือนแคมเปญการตลาดขนาดใหญ่ที่ดึงลูกค้าใหม่จากทั่วโลกเข้ามาทดลองใช้บริการ MOTHER แบบไม่ต้องโฆษณาเพิ่ม การทำความเข้าใจว่าตะกร้าซื้อของนักท่องเที่ยวประกอบด้วยอะไร และแตกต่างจากคนท้องถิ่นอย่างไร คือโจทย์ที่ถ้า MOTHER ตอบได้ก่อน ก็จะยึดตลาดร้านค้าปลีกท่องเที่ยวได้เหนียวแน่น
ทำไมรายได้ไตรมาส 4 ของ MOTHER จึงน่าจับตาเป็นพิเศษ
จุดยืนของผู้บริหาร MOTHER ชัดเจนว่า รายได้ไตรมาสสุดท้ายจะขยายตัวสอดคล้องกับแผนงานที่วางไว้ โดยมีฐานหลักจากท่องเที่ยวไฮซีซั่นและการเปิดการบินตรงใหม่ การคาดการณ์นี้ไม่ได้ตั้งอยู่บนความหวังลอยๆ แต่มีทั้งตัวเลขนักท่องเที่ยวและกำลังซื้อที่หน่วยงานรัฐในพื้นที่ประเมินรองรับไว้แล้ว สิ่งที่น่าสนใจคือ MOTHER กำลังใช้โอกาสนี้พิสูจน์ว่าค้าปลีกที่ยึดหัวหาดเมืองท่องเที่ยวสามารถเติบโตต่างจากค้าปลีกในเมืองทั่วไป บริษัทไม่ได้รอให้เศรษฐกิจฟื้นทั่วทั้งประเทศแล้วค่อยได้อานิสงส์ แต่เลือกผูกการเติบโตของตนกับการฟื้นตัวของเส้นทางบินและภาคการท่องเที่ยวโดยตรง หากไตรมาส 4 เป็นไปตามที่ผู้บริหารมั่นใจ MOTHER จะกลายเป็นกรณีศึกษาว่า ร้านค้าปลีกท่องเที่ยวที่อ่านเกมการเดินทางของโลกออกก่อน มีโอกาสสร้างเส้นรายได้ใหม่ได้ชัดเจนกว่าบริษัทที่อยู่เฉย






