รับแอปรับแอป

เชียงใหม่สะเทือน! 9 วัน 150 กิจกรรม เปลี่ยนเมืองทั้งเมืองให้กลายเป็นเวทีศิลปะและดีไซน์โลก

ก้องภพ แสนดี01-30

Local Plus คืออะไร ทำไมเชียงใหม่ทั้งเมืองถึงขยับพร้อมกัน

สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (CEA) ผนึกกำลังกับจังหวัดเชียงใหม่ ศิลปิน นักสร้างสรรค์ ชุมชน และเครือข่ายพันธมิตรทั้งไทยและต่างประเทศ เปิดม่าน “เทศกาลงานออกแบบเชียงใหม่ 2568 – Chiang Mai Design Week 2025 (CMDW2025)” อย่างเป็นทางการ ก้าวสู่ปีที่ 11 แบบจัดเต็ม

ภายใต้ธีม “Local Plus: Creativity, Technology, Sustainability – ร่วมมือกันสร้างสรรค์เติบโต” เทศกาลปีนี้ไม่ได้เป็นแค่งานอีเวนต์ แต่คือเครื่องยนต์ใหม่ของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ภาคเหนือ ที่ตั้งใจจะต่อยอดทุนวัฒนธรรมให้กลายเป็นทุนเศรษฐกิจอย่างจริงจัง

ตลอด 9 วัน มีนักสร้างสรรค์จากภาคเหนือและภูมิภาคอื่น ๆ รวมกว่า 166 คน พร้อมเครือข่ายต่างประเทศจาก 15 ประเทศ มาร่วมขับเคลื่อนเมืองครีเอทีฟ คาดการณ์เม็ดเงินสะพัดไม่ต่ำกว่า 350 ล้านบาท โดยในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา เทศกาลนี้สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจไปแล้วกว่า 5,700 ล้านบาท และดึงดูดผู้เข้าร่วมงานรวมทะลุ 1 ล้านคน

จากเมืองท่องเที่ยว สู่เมืองดีไซน์ที่โลกต้องจำ

เทศกาลนี้ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อม นักสร้างสรรค์ – ผู้ประกอบการท้องถิ่น – เครือข่ายระดับนานาชาติ ให้มาร่วมกันต่อยอด “ทุนจากวัฒนธรรม” ให้กลายเป็น “ทุนเศรษฐกิจ” ที่จับต้องได้

เชียงใหม่เดินหน้าสร้างภาพลักษณ์เมือง (City Branding) ผ่านแนวคิด “12 เดือน 12 ธีม” โดยกำหนดให้เดือนธันวาคมเป็นเดือนแห่ง Creativity & Design และเทศกาลงานออกแบบเชียงใหม่ก็คือหนึ่งในพระเอกหลักของเดือนนี้

แกนสำคัญคือการทำให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสเชียงใหม่ครบทุกมิติ ทั้ง

  • ภูมิประเทศและธรรมชาติ

  • วัฒนธรรมและวิถีชีวิตล้านนา

  • ธุรกิจท้องถิ่นและหัตถกรรม

  • อาหาร ดนตรี และแฟชั่น

ศิลปะ การออกแบบ และอัตลักษณ์ท้องถิ่น ถูกใช้เป็นภาษากลาง เชื่อมเมืองนี้เข้ากับโอกาสด้านการท่องเที่ยวและการลงทุนระดับนานาชาติ พร้อมตอกย้ำว่าเชียงใหม่คือเมืองที่เปิดรับไอเดียใหม่ ๆ จากทุกภาคส่วน และพร้อมเติบโตในฐานะเมืองสร้างสรรค์โดดเด่นของภูมิภาค

CMDW ในสายตา CEA: จากเทศกาล สู่เครื่องมือขับเคลื่อนเมือง

ตลอดหนึ่งทศวรรษที่ผ่านมา เศรษฐกิจสร้างสรรค์ในภาคเหนือเติบโตอย่างต่อเนื่อง เทศกาลนี้จึงไม่ได้ถูกมองแค่ในมิติ “งานออกแบบ” แต่กำลังถูกยกระดับให้เป็น

“เครื่องมือสร้างภาพลักษณ์เมือง (City Branding)”

เป้าหมายคือพาเชียงใหม่ข้ามภาพจำเดิมจาก “เมืองท่องเที่ยว” ไปสู่เมืองที่

Crafting Wellness from Local Essence, Inspiring Asia

และกลายเป็นจุดหมายของนักสร้างสรรค์และนักลงทุนจากทั่วโลก ในหลากหลายอุตสาหกรรม เช่น

  • Wellness และความงาม

  • การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์

  • หัตถกรรมร่วมสมัย

  • ดนตรี

  • อาหารและแฟชั่น

  • ดิจิทัลคอนเทนต์

ขณะเดียวกัน CEA ยังเดินหน้าขยายโครงข่ายสร้างสรรค์ในภาคเหนืออย่างจริงจัง ทั้งด้าน คน พื้นที่ และโครงสร้างพื้นฐาน

  • เตรียมตั้ง TCDC แห่งใหม่ใน เชียงราย แพร่ อุตรดิตถ์ และพิษณุโลก

  • วางแผนเปิดให้บริการในปี 2569

  • สร้างฐานให้เยาวชน ผู้ประกอบการ และนักออกแบบ ได้มีที่ทางในการเติบโต

เป้าหมายระยะยาวคือผลักดันภาคเหนือให้กลายเป็น “Creative Region” ที่แข็งแรงครบทุกมิติ

3 ภารกิจใหญ่ของเทศกาลปีนี้

เทศกาลปีนี้ถูกออกแบบมาให้ตอบ 3 เป้าหมายหลักอย่างชัดเจน คือ

  1. Homecoming – พลังคนคืนถิ่น
    เฉลิมฉลอง “นักสร้างสรรค์คืนถิ่น” เปิดเวทีให้คนเชียงใหม่รุ่นใหม่ที่เคยออกไปเติบโตที่อื่น ได้กลับมามีส่วนร่วมสร้างเมืองในแบบของตัวเอง

  2. Local Sustainable Living – ทุนท้องถิ่นที่ยั่งยืน
    เสริมพลังทุนทางวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม ไม่ใช่แค่รักษา แต่ต่อยอดให้กลายเป็นองค์ความรู้และโอกาสใหม่

  3. New Opportunities – พื้นที่โอกาสทางธุรกิจ
    สร้างพื้นที่พบกันของผู้ประกอบการ นักออกแบบ และเครือข่ายสร้างสรรค์ จากทั้งเอเชียและยุโรป เพื่อขยายตลาด สร้างดีล และต่อยอดสู่การลงทุนในอนาคต

เทศกาลนี้จึงไม่ใช่แค่การจัดอีเวนต์รายปี แต่ทำหน้าที่เหมือน ตัวเร่งปฏิกิริยา ให้ธุรกิจท้องถิ่นขยับ เปลี่ยน และเติบโตอย่างมีทิศทาง พร้อมพาเชียงใหม่ไปยืนให้ชัดบนเวทีเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ของยูเนสโก (UNESCO Creative Cities Network: UCCN)

ถอดรหัส Local Plus ผ่าน 5 สัญลักษณ์

แนวคิด “Local Plus” ถูกเล่าอย่างเข้าใจง่ายผ่านสัญลักษณ์คณิตศาสตร์ 5 แบบ ที่ถูกตีความใหม่ให้กลายเป็นภาษาของเมืองสร้างสรรค์

  • เครื่องหมายบวก (+)
    แทนพลังของการ “ร่วมมือกัน” ระหว่างคนสร้างสรรค์ ชุมชน ท้องถิ่น องค์กร และพาร์ตเนอร์ระดับโลก เพื่อยกระดับเมืองเชียงใหม่และเมืองอื่นในภาคเหนือให้พร้อมรับโอกาสจากหลากหลายคอมมิวนิตี้สร้างสรรค์ เช่น งานคราฟต์และ Wellness

  • เครื่องหมายคูณ (×)
    สื่อถึงการ “ต่อยอดและขยาย” ผลงานสู่มาตรฐานสากล ด้วยการเชื่อมความร่วมมือกับเครือข่ายจากกว่า 15 ประเทศ ทำให้ผลงานท้องถิ่นมีเวทีใหญ่ขึ้นในระดับโลก

  • เครื่องหมายหาร (÷)
    หมายถึงการ “แบ่งปัน” ความรู้และนวัตกรรม โดยเฉพาะในประเด็นใหญ่ระดับโลก เช่น การรับมือภัยพิบัติ และบริบทโลกยุค New Norm ที่ทุกเมืองต้องเผชิญร่วมกัน

  • เครื่องหมายลบ (-)
    แทนเป้าหมายการ “ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม” เทศกาลนี้ถูกออกแบบให้เป็นต้นแบบการจัดอีเวนต์ที่ใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพสูงสุด

  • สัญลักษณ์อินฟินิตี้ (∞)
    สื่อถึงการเติบโต แบบไร้เพดาน ทั้งในแง่ภาพลักษณ์ของเชียงใหม่ในฐานะเมืองสมาชิกเครือข่ายสร้างสรรค์ยูเนสโก และในสายตานักลงทุนทั้งไทยและต่างชาติ

150+ โปรแกรมไฮไลต์ ตลอด 9 วันในหลายย่านของเมือง

ปีนี้มีโปรแกรมสร้างสรรค์กว่า 150 กิจกรรม กระจายเต็มพื้นที่ทั้ง

  • ย่านกลางเวียง

  • ช้างม่อย – ท่าแพ

  • สันป่าข่อย

  • และพื้นที่อื่น ๆ ทั่วเมืองเชียงใหม่

ด้านล่างคือไฮไลต์ที่สายศิลปะ ดีไซน์ ดนตรี และวัฒนธรรมไม่ควรพลาด

โซนนิทรรศการศิลปะ – กลิ่น แสง ลม และความทรงจำ

Make Scents, Make Sense

สถานที่: TCDC เชียงใหม่
เวลา: 10.00 – 22.00 น.

นิทรรศการที่ชวนเปิดประสาทสัมผัสผ่าน “กลิ่นหอม” ในมิติต่าง ๆ ทั้งประวัติศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ สำรวจศักยภาพของพืชพรรณท้องถิ่นภาคเหนือในฐานะสินทรัพย์มูลค่าสูง ที่พร้อมต่อยอดสู่การเป็นศูนย์กลางด้านกลิ่นของไทย เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรม Wellness จากธรรมชาติ

Days in Rainy Summer

สถานที่: TCDC เชียงใหม่
เวลา: 10.00 – 22.00 น.

นิทรรศการที่ใช้ “ลม” เป็นผู้เล่าเรื่อง พาผู้ชมดำดิ่งสู่โลกของกระดาษสาทำมือจากสยามพรหมประทาน ถ่ายทอดกลิ่นอายล้านนาผ่านแสง เสียง และการเคลื่อนไหวของลม เสมือนเดินอยู่ในความทรงจำที่จับต้องไม่ได้แต่รู้สึกได้ชัดเจน

Toy Laung (Art Toy)

สถานที่: หอพื้นถิ่นล้านนา
เวลา: 10.00 – 22.00 น.

นิทรรศการ Art Toy Exhibition และตลาดงานออกแบบของศิลปินเชียงใหม่และทั่วประเทศ ภายใต้แนวคิด “Land: Masks of Art – พื้นที่ หน้ากาก ศิลปิน” พร้อมเวิร์กช็อปสร้าง Art Toy ทั้งในรูปแบบดิจิทัลและงานปั้นมือ ให้แฟนของสะสมได้ลองลงมือเอง

เส้นทางใหม่หางโจว – The New Hangzhou Line

สถานที่: หอกลางเวียง
เวลา: 10.00 – 22.00 น.

นิทรรศการจากประเทศจีนที่เชื่อมงานหัตถกรรมและดีไซน์ร่วมสมัยเข้าด้วยกัน เล่าความเป็นหางโจวผ่านเส้นทางแห่งจินตนาการ พร้อมเวิร์กช็อปสุดพิเศษพาสำรวจโลกของงานฝีมือแบบหางโจว และวิธีถักทอมรดกวัฒนธรรมเข้ากับไอเดียใหม่

Fractured Galaxy – ศิลปะไฟนีออนจากออสเตรเลีย

สถานที่: ห่าน สตูดิโอ
เวลา: 10.00 – 22.00 น.

นิทรรศการศิลปะไฟนีออนโดย Giles Ryder ศิลปินผู้คลุกคลีอยู่กับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มายาวนาน ใช้แสงนีออน วัสดุ และแสงสะท้อนในการเล่าบริบทสถาปัตยกรรมและวัฒนธรรมไทยในยุคสมัยใหม่ พร้อมเปิดมุมมองใหม่ต่อเมืองในแบบที่สายตาทั่วไปอาจไม่เคยเห็น

ด้วยวิถีและดวงดาว

สถานที่: หอกลางเวียง
เวลา: 10.00 – 22.00 น.

นิทรรศการที่ชวนกลับมาอยู่กับความนิ่งของใจและความสงบที่สร้างแรงบันดาลใจ ผ่านศิลปะ 2 มิติที่ถูกแปลงจากภาพนิ่งให้กลายเป็นภาพเคลื่อนไหว พาไปสำรวจความงามของท้องฟ้ายามค่ำคืน วิถีชีวิต และรายละเอียดเล็ก ๆ รอบตัว

ดอกไม้เริงระบำ

สถานที่: มัก. ซีเอ็นเอ็กซ์
เวลา: 16.00 – 23.00 น.

นิทรรศการจัดดอกไม้ที่หยิบ “การเต้นรำ” มาเป็นแรงบันดาลใจให้กับการดีไซน์แต่ละช่อ ผลงานโดย โอภาส ยาคำมี (อัน) ศิลปินและนักจัดดอกไม้ชาวเชียงใหม่ ร่วมกับศิลปินจากฟินแลนด์ ฮ่องกง อินเดีย อิหร่าน เกาหลี มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และสิงคโปร์ ดอกไม้แต่ละผลงานเหมือนกำลังเต้นอยู่กลางอากาศแต่ยังคงความงามในแบบฉบับของตน

เวทีนานาชาติ: เมื่อเชียงใหม่กลายเป็นจุดนัดพบของหลายประเทศ

CRAFTed to TASTE

สถานที่: หอประวัติศาสตร์เมืองเชียงใหม่
เวลา: 10.00 – 22.00 น.

โปรเจกต์ร่วมระหว่างสถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย และ CEA สำนักภาคเหนือ ผ่านโครงการศิลปินพำนักของศิลปินเซรามิกจากฝรั่งเศสและไทย เพื่อสร้างผลงานร่วมสมัยที่เชื่อมงานหัตถกรรมเซรามิกเข้ากับอาหารพื้นเมือง (Indigenous Food) และต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์อย่างยั่งยืน

Russian Soul: modern heritage

สถานที่: ลานอนุสาวรีย์สามกษัตริย์
เวลา: 10.00 – 22.00 น.

สภาธุรกิจรัสเซีย–ไทย ร่วมกับดีไซเนอร์จากรัสเซีย นำเสนอผลงานที่ผสมผสานมรดกดั้งเดิมกับดีไซน์ร่วมสมัย ผ่านงานออกแบบจากหลากหลายแบรนด์ชื่อดัง พร้อมเวิร์กช็อปโดยผู้เชี่ยวชาญจาก HSE Art and Design School เพื่อเล่ารัสเซียในมุมมองใหม่ และสร้างสะพานความร่วมมือในอนาคต

North East India (Asthalakshmi) Pavilion

สถานที่: หอประวัติศาสตร์เมืองเชียงใหม่
เวลา: 10.00 – 22.00 น.

องค์กรพัฒนางานหัตถกรรมและผ้าทอมือแห่งภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดีย (NEHHDC) นำช่างฝีมือและผู้ประกอบการมาร่วมโชว์งานหัตถกรรมหลากหลาย ตั้งแต่

  • งานผ้าทอและผ้าไหม Eri

  • งานจักสาน

  • เครื่องประดับทำมือ

  • การย้อมสีธรรมชาติ

ทั้งหมดถูกจัดแสดงเพื่อให้มรดกวัฒนธรรมและงานคราฟต์ของอินเดียตะวันออกเฉียงเหนือเป็นที่รู้จักมากขึ้นบนเวทีนานาชาติ

โปรแกรมที่แตะใจคนเชียงใหม่: บ้านเกิด ชุมชน และความผูกพัน

The Homecoming Club

สถานที่: สมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมสตรีศรีล้านนาไทย
เวลา: 10.00 – 22.00 น.

กิจกรรมที่ชวนตั้งคำถามว่า “ถ้ากลับบ้าน เราจะกลับมาแบบไหน” ผ่านเรื่องราวของคนคืนถิ่นที่ถูกเล่าในรูปแบบคลับที่มีหลากหลายพื้นที่ให้สำรวจ พร้อม “คู่มือการปิ๊กบ้าน” ฉบับของตัวเองสำหรับคนที่อยากหวนคืนเมืองเกิด

กาดต่อนยอน ตอน หนัว

สถานที่: โหล่งฮิมคาว
เวลา: 10.00 – 22.00 น.
วันที่: 5 – 8 ธันวาคม 2568

ชุมชนโหล่งฮิมคาวเฉลิมฉลองครบรอบ 10 ปี ด้วยงาน “กาดต่อนยอน ตอน หนัว” ที่รวมทุกอย่างไว้ในงานเดียว ทั้ง

  • แฟชั่นโชว์งานหัตถกรรม

  • ร้านค้าและงานคราฟต์จากชุมชน

  • เวิร์กช็อปลงมือทำ

  • อาหารและเครื่องดื่มท้องถิ่น

  • นิทรรศการพิเศษ “10 ปี ชุมชนโหล่งฮิมคาว: There’s No Place Like Home”

พร้อมวงเสวนาแบ่งปันแรงบันดาลใจ ที่จะทำให้หลายคนหลงรักชุมชนเล็ก ๆ แห่งนี้มากยิ่งขึ้น

ดนตรีสดยึดเมือง: จากแจ๊สสตรีทถึงฮิปซีนเชียงใหม่

Chiang Mai Street Jazz Festival 2025

สถานที่: โอลด์ เชียงใหม่ (ศูนย์วัฒนธรรมเชียงใหม่)
เวลา: 17.00 – 23.00 น.
เวทีใหญ่: 7 ธันวาคม 2568

เทศกาลดนตรีแจ๊สประจำปีที่ขึ้นแท่น “ต้องมา” สำหรับสายดนตรี รวมศิลปินจากเครือข่ายเทศกาลดนตรีทั้งเอเชียและยุโรปมาร่วมแจม สร้างบรรยากาศที่ผสมคนต่างเชื้อชาติ วัฒนธรรม และภาษา ให้มาอยู่ในจังหวะเดียวกัน ผ่านพลังของเสียงแจ๊สและดนตรีร่วมสมัย

Chiang Mai Ho Zix

สถานที่: Uniserv CMU
เวลา: 16.30 – 23.00 น.
วันที่: 8 – 11 ธันวาคม 2568

เทศกาลดนตรีที่รวมศิลปินท้องถิ่นเชียงใหม่ไว้มากที่สุดแห่งหนึ่ง กว่า 40 วง มาร่วมเล่าตัวตนผ่านแนวดนตรีหลากหลาย ตั้งแต่

  • ลูกทุ่ง

  • Pop

  • Alternative Rock

  • Dream Pop

  • Rock & Roll

  • Blues

  • เพลงกำเมือง

  • Fusion Jazz

  • ไปจนถึงดนตรี Instrumental

ตลอด 4 วัน ผู้ฟังจะได้สัมผัสบรรยากาศดนตรีสดที่สะท้อนวิถีชีวิตและความครีเอทีฟของเมืองนี้แบบเต็มอิ่ม

LABBFest.2025

สถานที่: คลับ คร้าฟวิ่ง ซี.เอ็น.เอ็กซ์
เวลา: 10.00 – 22.00 น.
วันที่: 6 – 7 ธันวาคม 2568

งาน Live Performance ที่ผสม ดนตรีสดกับภาพเคลื่อนไหว เข้าด้วยกัน เปิดพื้นที่ให้ศิลปินเชียงใหม่ได้โชว์ของต่อหน้าโปรโมเตอร์จากหลายประเทศ เป็นเหมือนลาบทดลองที่ทำให้ซีนดนตรีกับงานวิชวลได้มาปะทะกันแบบสด ๆ

ดีไซน์โชว์เคส: เวทีของดีไซเนอร์ไทยและนานาชาติ

CMDW Design Showcase | International & Thai Designers

สถานที่: เอส.วี. เฟอร์นิเจอร์
เวลา: 10.00 – 22.00 น.

โชว์เคสการออกแบบจากทั้งดีไซเนอร์รุ่นใหญ่และรุ่นใหม่ ที่เล่าภาษา “ร่วมสมัย” ผ่านหลากหลายสาขา ตั้งแต่งานออกแบบผลิตภัณฑ์ แฟชั่น ไปจนถึงศิลปะเชิงทดลอง พร้อมเปิดตัวคอลเล็กชันใหม่ที่สะท้อนศักยภาพวงการออกแบบไทยในสายตานานาชาติ

เทศกาลนี้สำคัญต่อเชียงใหม่แค่ไหน?

หากมองให้ลึกกว่างานอีเวนต์ครั้งหนึ่ง เทศกาลงานออกแบบเชียงใหม่ 2568 คือเวทีพิสูจน์ว่าเมืองหนึ่งจะใช้ “ความสร้างสรรค์” เป็นเครื่องมือขับเคลื่อนแบรนด์เมืองได้อย่างไร

  • มันทำให้เชียงใหม่ไม่ใช่แค่เมืองท่องเที่ยว แต่เป็น เมืองที่คนสร้างสรรค์อยากมาอยู่ อยากมาร่วมงาน และอยากมาลงทุน

  • มันทำให้ทุนทางวัฒนธรรมที่เคยเป็นเพียงเรื่องรากเหง้า กลายเป็นสินทรัพย์ที่แปรเปลี่ยนเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจได้จริง

  • มันทำให้คนหลายรุ่น หลายสาขา และหลายประเทศ มาพบกันแล้วสร้างสิ่งใหม่ร่วมกัน

6 – 14 ธันวาคม 2568 เมืองทั้งเมืองกลายเป็นแกลเลอรีขนาดใหญ่ ตั้งแต่ย่านกลางเวียง ช้างม่อย – ท่าแพ สันป่าข่อย ไปจนถึงชุมชนรอบเมือง

ใครที่อยากเห็นว่า “พลัง Local Plus” ทำให้เมืองหนึ่งเติบโตอย่างสร้างสรรค์ได้แค่ไหน ต้องมาลองสัมผัสด้วยตัวเองในเชียงใหม่ช่วงเวลานี้ให้ได้สักครั้ง