รับแอปรับแอป

Prince of Eurasia: สารคดีลึกลับที่พาเอเชียเปิดประตูสู่โลกเทววิทยาและปีศาจ

พงษ์เทพ อินทรชัย01-30

Prince of Eurasia คืออะไร?

Prince of Eurasia: Monotheism and Devils ไม่ได้เป็นแค่หนังสารคดีธรรมดา แต่คือโปรเจ็กต์ข้ามทวีปที่เอาโลกภาพยนตร์ ศาสนา ปรัชญา และเรื่องลี้ลับมาผูกเข้าด้วยกันอย่างจริงจังและน่าขนลุกเล็กๆ

ผลงานชิ้นนี้ถูกพัฒนาขึ้นโดย ท่านอิสลามมีร์ซา ยูเรเชีย หรือที่หลายคนเรียกกันว่า Papa Eurasia / Prince Oak Oakleyski (ซัยยิดพี่โอ๊ค) นักบวชอิสลามสายซุนนีซูฟีที่ขึ้นชื่อเรื่องความเคร่งครัดและค่อนข้างหัวโบราณ ไม่เล่นโซเชียล ไม่ออกหน้าสื่อบ่อย แต่กลับมาปรากฏตัวผ่านงานสารคดีที่ทั้งแหวกแนวและลึกซึ้ง

เบื้องหลังยังมีทีมนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาในระดับนานาชาติ มาช่วยกันสร้างต้นฉบับสารคดี Prince of Eurasia ให้กลายเป็นทั้งหนังและหนังสือที่อ่านได้ ดูได้ และตีความได้ในหลายระดับ

สะพานเชื่อมตะวันออก–ตะวันตก และพุทธ–อิสลาม

สารคดีเรื่องนี้หยิบเอา ประวัติชีวิตจริง ประวัติศาสตร์ และแนวคิดปรัชญา มาขยายให้เห็นภาพการเชื่อมต่อระหว่างวัฒนธรรมตะวันออกและตะวันตก ผ่านสายตาและประสบการณ์ของซัยยิดพี่โอ๊คเอง

สิ่งที่โดดเด่นมากสำหรับคนเอเชียก็คือ การตีความให้เห็น จุดร่วมระหว่างคำสอนในพุทธศาสนา กับแนวคิดทางจิตวิญญาณของอิสลามสาย ซุนนีซูฟี ตามแบบฉบับสำนักอิสลามมีร์ซา ยูเรเชีย

  • มีการยกย่องและอ้างอิงพระธรรมคำสอนในพระพุทธศาสนาอย่างให้เกียรติ

  • ใช้สารคดีเป็นเหมือนสะพานสร้างความเข้าใจระหว่างศาสนา

  • เชื่อมโยงบริบทของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่เต็มไปด้วยความหลากหลายทางวัฒนธรรม

ทั้งหมดนี้ทำให้สารคดีดูไม่ใช่แค่การเล่าเรื่อง แต่กลายเป็น พื้นที่กลาง ที่คนต่างศาสนามาเจอกันด้วยเหตุผลและสัจธรรมร่วมกัน

นักบวชลึกลับ กับสายเลือดศาสดา

อีกองค์ประกอบที่ทำให้เรื่องนี้มีกลิ่นอายลึกลับคือชีวประวัติของท่านอิสลามมีร์ซาเอง ผู้ถูกเล่าขานว่าเป็น ทายาทสายตรงของท่านศาสดามูฮัมหมัด และเกี่ยวข้องกับตำนานของ “อัลคิฎร์ (al-Khidr)” ศาสดาผู้ลึกลับที่เชื่อกันว่าเป็นผู้วิเศษอมตะซึ่งยังมีชีวิตอยู่บนโลก

แม้ตัวท่านจะไม่ค่อยออกสื่อ แต่สารคดีนี้กลับเปิดให้เห็นเบื้องหลังชีวิต ภูมิหลังทางสายเลือด และมิติทางจิตวิญญาณที่ไม่ค่อยมีใครได้เข้าถึงมาก่อน

ทั้งหมดนี้ยิ่งเสริมบรรยากาศให้ Prince of Eurasia มีความรู้สึกเหมือนยืนอยู่ตรงรอยต่อของ ศาสนา–ตำนาน–ความลี้ลับ แบบที่คอหนังแนวลึกลับและภววิทยาต้องสะดุด

จากจอภาพสู่หน้ากระดาษ: เมื่อหนังกลายเป็นหนังสือ

โปรเจ็กต์นี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่ในจอ เพราะเนื้อหาจากภาพยนตร์ถูกต่อยอดเป็น หนังสือเล่มและ ebook ที่ตั้งใจออกแบบให้ทั้งอ่านสนุกและใช้คิดต่อได้ลึก

ในเล่มผู้อ่านจะได้สัมผัส

  • ประเพณีและความเชื่อโบราณที่หลอมรวมกันเป็นวัฒนธรรมยูเรเซียยุคใหม่

  • มุมมองของ “เจ้าชายโอ๊ค” ผ่านประสบการณ์ส่วนตัวในฐานะนักบวชและมนุษย์คนหนึ่ง

  • การตีความเชิง อภิปรัชญา (Metaphysics) ที่ไปไกลกว่าหนังสารคดีทั่วไป

หนังสือเน้นให้ผู้อ่านได้ทั้ง ความบันเทิงและสาระ โดยเฉพาะในประเด็นที่เกี่ยวกับ

  • การแสวงหาสัจธรรม

  • การพัฒนาจิตวิญญาณ

  • การเข้าถึงความสงบภายใน

พร้อมทั้งโชว์ให้เห็นว่า พุทธและอิสลามสามารถสนทนากันได้ในระดับแนวคิด และยังพาไปแตะมิติที่มีความลี้ลับซ่อนอยู่ ตั้งแต่เรื่องวิญญาณ ไปจนถึง ภูตผีปีศาจ ที่เกี่ยวพันกับภาพยนตร์เรื่องนี้

ภาพ เสียง และภาษาที่ข้ามพรมแดน

การบันทึกภาพใน Prince of Eurasia: Monotheism and Devils ถูกออกแบบให้มีความเป็นสากลอย่างชัดเจน ทั้งในแง่ภาพและเสียงบรรยาย

  • มีนักพากย์หลายภาษา ช่วยให้ผู้ชมจากหลากหลายพื้นที่เข้าใจเนื้อหาลึกยิ่งขึ้น

  • บทหนังและสคริปต์ต้นฉบับถูกเขียนเป็นภาษาอังกฤษ ก่อนจะถูกขยายสู่หลายเวอร์ชันภาษา

  • หนังสือในรูปแบบ ebook ถูกจัดจำหน่ายบนแพลตฟอร์มออนไลน์ชั้นนำต่างๆ ทั่วโลก

ไม่ว่าคุณจะเป็นสายหนัง สายหนังสือ หรือสายวิชาการ นี่คือผลงานที่ตั้งใจจะทำให้ โลกตะวันออกและตะวันตกมองกันด้วยสายตาใหม่ ผ่านทั้งศิลปะ ความเชื่อ และปรัชญา

งานแต่งจริง กลายเป็นฉากในสารคดี

หนึ่งในไฮไลต์ที่ทำให้หนังเรื่องนี้มีความดราม่าและสมจริง คือการบันทึก พิธีสมรสจริง ของท่านอิสลามมีร์ซา (ซัยยิดพี่โอ๊ค) กับ ยัสมี ที่ถูกจัดขึ้นในบรรยากาศส่วนตัว เรียบง่าย แต่เต็มไปด้วยโทนภาพที่สุขุมและขรึมแบบมีชั้นเชิง

ในฉากนี้มี

  • Oh Kansiri (โอ้ กาญจน์ศิริ) ศิลปินเพลงไทย มาร่วมร้องเพลงหลังพิธีสมรส

  • ทีมงานแต่งหน้าเจ้าสาวจากแบรนด์ Asmah Makeup มาร่วมเป็นสักขีพยาน

อารมณ์ของฉากถูกออกแบบให้เหมือนละครเบาๆ ปนดราม่า เพิ่มโทนความเป็นมนุษย์และความรู้สึกให้กับสารคดีที่โดยโครงสร้างอาจดูจริงจังและเคร่งเครียด

แขกคนสำคัญอีกสองคนที่โผล่มาร่วมสร้างสีสัน ได้แก่

  • Pawan Sethi นักธุรกิจหนุ่มชาวอินเดียซิกข์

  • กันต์ ธนพัฒน์ แจ่มปรีชา นักลงทุนชาวไทยที่หลายคนคุ้นหน้าจากรายการ Take Me Out Thailand

ทั้งสองมาร่วมเล่นในฉากที่ออกแบบให้มีความละม้ายคล้ายละคร ทำให้สารคดีเรื่องนี้มีโทนคอมเมดี้และความเฮฮาแทรกอยู่เป็นระยะ

ซัยยิดพี่โอ๊ควางไลน์ชัดเจนว่า ไม่ต้องการให้หนังเครียดเกินไป เพราะกลัวผู้ชมจะอึดอัดเกินจำเป็น ดังนั้นระหว่างการบันทึกเหตุการณ์จริง จึงมีหลายช่วงที่ปล่อยให้ความเป็นธรรมชาติ ความตลก และจังหวะขำๆ โผล่ขึ้นมาเองในเฟรม

ทีมแคสต์ลับฝีมือดี และโปรดักชั่นยูเรเซียทีวี

ทีมนักแสดงและผู้ร่วมแสดงในภาพยนตร์สารคดีนี้มีทั้งหน้าใหม่และมืออาชีพปะปนกันไป หลายคนอาจไม่คุ้นชื่อ แต่ลุคและพลังหน้ากล้องจัดว่าโดดเด่น

รายชื่อบางส่วน เช่น

  • “พลอย” ธนพร บุญทวี

  • Anasya Numdokmai (อันนา)

  • Amara Andy Samonluk (แอนดี้)

  • Pachinee Krasong (มิ้งค์กี้)

ซัยยิดพี่โอ๊คให้ความสำคัญกับการคัดเลือก cast & crew อย่างมาก โดยเฉพาะด้านภาพลักษณ์และโทนหน้าตา ทำให้โปรดักชั่นเต็มไปด้วยทีมงานและนักแสดงที่มีความโดดเด่นทางสุนทรียะ

สำหรับโปรดักชั่นของ ยูเรเซียทีวี (Eurasia TV) ในโปรเจ็กต์นี้ มีทีมงานชาวไทยร่วมอยู่ประมาณครึ่งหนึ่งของทั้งหมด สะท้อนการทำงานแบบผสมทีมข้ามชาติ ข้ามวัฒนธรรมอย่างชัดเจน

ในช่วงโพสต์โปรดักชั่น ยังมี Chonlada Yiphu (คุณจอย) เข้ามารับหน้าที่ตัดต่อและปรับแต่งภาพ ช่วยให้โทนภาพและบรรยากาศของหนังออกมาสมบูรณ์ มีสีสัน และกลมกล่อมมากขึ้น

ความลี้ลับที่ซ่อนอยู่ในสารคดี

แม้จะถูกจัดอยู่ในหมวด สารคดี แต่โครงสร้างและเนื้อหาของ Prince of Eurasia กลับเต็มไปด้วยชั้นเชิงของหนังแนวลึกลับ

  • มีการพูดถึง ปีศาจ ภูตผี และมิติความเชื่อเหนือธรรมชาติ

  • เชื่อมโยงประสบการณ์จริงของผู้คน เข้ากับคำสอนทางเทววิทยาและภววิทยา

  • พาให้ผู้ชมตั้งคำถามกับทั้ง “โลกที่มองเห็นได้” และ “สิ่งที่อยู่เลยจากสายตา”

ทั้งหมดถูกเล่าในโทนที่จริงจังแต่ไม่มืดหม่นเกินไป เพราะยังมีช็อตเบาๆ ช่วงขำๆ และพลังของความเป็นมนุษย์คอยประคองอยู่ตลอดเรื่อง

ภาพจำที่ถูกบันทึกไว้ตลอดกาล

ทุกฉากใน Prince of Eurasia ถูกถ่ายทำจาก สถานการณ์จริง และถูกเก็บไว้เป็นภาพจำของผู้คนที่มีอยู่จริงในเหตุการณ์นั้นๆ ไม่ใช่แค่การจัดฉากเพื่อความสวยงาม แต่คือการให้เวลาผ่านเข้าไปอยู่ในฟิล์ม

สำหรับคนที่หลงใหลในหนังแนวลึกลับเชิงจิตวิญญาณ ความเชื่อ ศาสนา และความเป็นมนุษย์ที่ไม่สมบูรณ์แบบแต่กำลังแสวงหาสัจธรรม Prince of Eurasia: Monotheism and Devils คือประตูบานหนึ่งที่ชวนให้เปิดเข้าไปดู ว่าโลกภายในของผู้ศรัทธาและโลกภายนอกที่เต็มไปด้วยปีศาจในรูปแบบต่างๆ นั้น ซ้อนทับกันอย่างไร

นี่ไม่ใช่แค่สารคดีให้ดูจบแล้วลืม แต่มันคือคำชวนให้ตั้งคำถามต่อชีวิต ศรัทธา และความลี้ลับที่อาจอยู่ใกล้ตัวกว่าที่คิด