รับแอปรับแอป

ลองใช้จริง Samsung Galaxy Buds3 FE หูฟัง AI ตัดเสียงโหด ดีไซน์โปร่งใสในงบสี่พันต้นๆ คุ้มไหม?

กฤษฎา บุญช่วย01-30

หูฟังไร้สายสาย AI ที่ราคาเอื้อมถึงได้

Samsung Galaxy Buds3 FE คือหูฟังไร้สายที่จับเอาเทคโนโลยีระดับท็อปจากตระกูล Buds3 มาย่อยให้เข้าถึงง่าย ในงบประมาณที่สบายกระเป๋ากว่าเดิม

รุ่นนี้โดดเด่นด้วยดีไซน์โปร่งใสสุดเท่ ระบบตัดเสียงรบกวนอัจฉริยะ และฟีเจอร์ AI ครบเครื่อง ทั้งหมดนี้อยู่ในราคาประมาณ 4,290 บาท ที่เน้นความคุ้มแบบจัดเต็ม

ใครกำลังมองหาหูฟังไว้ดูหนัง ฟังเพลง ประชุมออนไลน์ หรือใช้เป็นผู้ช่วยล่ามแปลภาษา ลองมาดูรายละเอียดกันว่า Buds3 FE ตอบโจทย์แค่ไหน

แกะกล่อง Galaxy Buds3 FE มีอะไรบ้าง

ในกล่องของ Galaxy Buds3 FE ให้ของมาพอดีๆ สำหรับคนอยากเริ่มใช้งานทันที

  • หูฟัง Galaxy Buds3 FE สี Gray

  • เคสชาร์จ (Charging Case)

  • จุกยางหูฟัง (Ear tip) 3 ขนาด – เล็ก, กลาง (ติดมากับตัวเครื่อง), ใหญ่

  • คู่มือการใช้งานเบื้องต้น

ดีไซน์โปร่งใส ใส่สบาย หูเล็กหูใหญ่เอาอยู่

Galaxy Buds3 FE ยังคงสไตล์เดียวกับ Buds3 รุ่นพี่ แต่ย่อยมาให้ใช้ง่ายขึ้นในราคาเป็นมิตร ตัวหูฟังมาในแบบ In-ear เน้นการเก็บเสียงและเพิ่มความเป็นส่วนตัวในการฟังเพลงหรือดูหนัง

มีให้เลือก สองสีคลาสสิก – Gray และ Black เหมาะทั้งสายเท่ สายมินิมอล และสายทำงานที่อยากใส่หูฟังได้ทุกสถานการณ์

รูปทรงหูฟังออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ คิดมาสำหรับสรีระช่องหูโดยเฉพาะ ทำให้ใส่ได้นานโดยไม่รู้สึกเจ็บหรือเมื่อยหู แถมยังยึดเกาะได้ดี ไม่หลุดง่ายแม้จะขยับตัวเยอะหรือออกกำลังกายหนักๆ

ตัวเคสชาร์จใช้ฝาแบบโปร่งแสง มองเห็นหูฟังด้านในได้ทันที ดูล้ำๆ คล้ายแกดเจ็ตสายอนาคต ด้านหน้ามีไฟบอกสถานะแบตเตอรี่ และสถานะการเชื่อมต่อ ช่วยให้เช็กทุกอย่างได้ในพริบตา

ด้านล่างของเคสชาร์จเป็นพอร์ต USB-C สำหรับชาร์จไฟ แม้ในกล่องจะไม่ได้ให้สายชาร์จมา แต่ก็สามารถหยิบสาย USB-C ของสมาร์ทโฟนมาใช้ร่วมกันได้เลย

ข้างเคสยังมีปุ่มสำหรับ Paring กับอุปกรณ์เครื่องใหม่ เพียงกดค้างไว้ประมาณ 3 วินาทีจนไฟสถานะกระพริบ ก็พร้อมจับคู่กับสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตเครื่องอื่นทันที

งานประกอบ ใส่ถอดง่าย ควบคุมได้ด้วยปลายนิ้ว

Galaxy Buds3 FE เป็นหูฟังแบบ In-ear มีก้านยื่นลงมาในดีไซน์ทรงสามเหลี่ยมที่ Samsung เรียกว่า Blade ซึ่งไม่ได้มีดีแค่สวย แต่ยังซ่อนฟีเจอร์ไว้เพียบ

  • ตรงก้านมี แถบสัมผัส สำหรับบีบหรือสไลด์ขึ้นลง เพื่อควบคุมการเล่นเพลง รับสาย วางสาย หรือปรับระดับเสียง

  • บนตัวหูฟังมีไมโครโฟนทั้งด้านในและด้านนอก ใช้ร่วมกับระบบตัดเสียงรบกวน

  • ปลายก้านยังซ่อนไมค์รับเสียงอีกหนึ่งตัว รวมแล้ว ข้างละ 3 ไมค์ สำหรับช่วยทั้งสนทนาและตัดเสียงรบกวนรอบข้าง

การเปลี่ยนจุกยางก็ทำได้ง่าย ดึงออกตรงๆ แล้วเปลี่ยนขนาดตามที่ต้องการ หรือถอดออกมาทำความสะอาดก็ได้ เมื่อเสร็จก็ดันกลับเข้าไปตามร่องให้แน่น

ประสบการณ์การสวมใส่ และคุณภาพเสียง

ในแง่การใช้งานจริง Buds3 FE เหมาะมากกับคนที่ชอบฟังเพลงแบบจริงจัง อยากได้ความเป็นส่วนตัว และต้องการเก็บทุกรายละเอียดของเสียง

การเป็นหูฟัง In-ear ช่วยให้:

  • ได้ยินรายละเอียดทั้งเสียงแหลม กลาง และเบสชัดเจนขึ้น

  • เก็บเสียงเบสหนักๆ ได้ดี ฟังเพลง EDM, Hip-hop, R&B สนุกขึ้น

  • ได้ยินเสียงดนตรีเล็กๆ น้อยๆ ที่หูฟังทั่วไปอาจทำหล่นหายไป

ที่สำคัญ Galaxy Buds3 FE ยังมาพร้อม Ambient mode หรือโหมดเปิดรับเสียงรอบข้าง ทำให้ไม่หลุดจากโลกภายนอกจนเกินไป เหมาะกับการใช้งานนอกบ้านหรือเวลาต้องระวังรถบนถนน

การเชื่อมต่อ: แตะเดียวพร้อมฟัง

การจับคู่ใช้งานกับสมาร์ทโฟน Galaxy ทำได้ง่ายมาก แค่เปิดฝาเคส หูฟังก็จะเด้ง Pop up ขึ้นมาบนหน้าจอให้กดเชื่อมต่อทันที

สำหรับการใช้งานกับสมาร์ทโฟนยี่ห้ออื่น หรืออุปกรณ์อื่นๆ ก็ไม่ยุ่งยาก:

  • กดปุ่มบนเคสชาร์จค้างไว้ประมาณ 3 วินาทีจนไฟกระพริบ

  • จากนั้นเข้าเมนู Bluetooth บนอุปกรณ์ เลือกเชื่อมต่อ Galaxy Buds3 FE ก็ใช้งานได้เลย

จะสลับไปใช้กับเครื่องใหม่ก็ทำขั้นตอนเดิมได้สะดวก ไม่ต้องรีเซ็ตให้วุ่นวาย

ตั้งค่าใน Quick Control ไม่ต้องลงแอปเพิ่ม

หนึ่งในความสะดวกของ Buds3 FE บนสมาร์ทโฟน Galaxy คือ ไม่จำเป็นต้องโหลดแอปเสริม เพื่อปรับแต่งให้วุ่นวายเหมือนเมื่อก่อน

เพียงแค่เลื่อนแถบการแจ้งเตือนลงจากด้านบน แล้วเข้าไปที่ Quick Control:

  • เปิด/ปิดระบบตัดเสียงรบกวนได้ทันที

  • ปรับ Equaliser ให้เสียงออกแนวที่ชอบ เช่น เบสแน่น เสียงใส หรือบาลานซ์

  • เปิดใช้งานระบบเสียงรอบทิศ 360 องศา

ทั้งหมดนี้จัดการได้ในที่เดียวผ่านหน้าจอ ไม่ต้องคอยสลับแอปไปมา

เสียง 360 องศา + ANC ตัดเสียงแน่นๆ สองโหมด

Galaxy Buds3 FE มาพร้อมระบบเสียง 360 องศา ที่ช่วยสร้างมิติเสียงเหมือนฟังจากลำโพงรอบตัว ทำให้ดูหนังหรือฟังคอนเสิร์ตสดๆ ได้อารมณ์กว่าเดิม

ในส่วนของการจัดการเสียงรบกวน รุ่นนี้ใช้ไมโครโฟนถึง 3 ตัวต่อข้างในการตรวจจับเสียงรอบข้าง แล้วช่วยตัดออกผ่านระบบ Active Noise Cancelling (ANC) สามารถเลือกได้ 2 โหมดหลักๆ

  • โหมด Active Noise Cancelling
    เน้นตัดเสียงรบกวนรอบตัว เช่น เสียงบนรถไฟฟ้า รถยนต์ เครื่องบิน หรือในออฟฟิศที่อยากโฟกัสทำงาน เสียงภายนอกจะเบาลงอย่างชัดเจน ทำให้จดจ่อกับเพลงหรือคอนเทนต์ที่ฟังมากขึ้น

  • โหมด Ambient Sound
    เปิดรับเสียงรอบตัวให้ได้ยินชัด เหมาะกับการเดินบนถนน ออกกำลังกายกลางแจ้ง หรือสถานการณ์ที่ต้องระวังความปลอดภัย ไม่ถูกตัดขาดจากสิ่งรอบตัวจนเกินไป

ฟีเจอร์ AI แบบใช้ง่าย แปลภาษาเรียลไทม์

ส่วนที่ทำให้ Buds3 FE ดูฉลาดสมชื่อ คือการใส่ฟีเจอร์ AI มาให้ใช้งานแบบไม่ต้องเป็นสายเทคก็ใช้เป็น

  • เรียกผู้ช่วยเสียงได้ง่ายๆ ทั้งการกดค้าง หรือสั่งด้วยเสียงว่า “Hey Google”

  • สั่งงานแบบแฮนด์ฟรี ไม่ต้องแตะจอ เช่น เล่นเพลง เปลี่ยนเพลง เช็กข้อความ หรือถามข้อมูลทั่วไป

ไฮไลต์ของรุ่นนี้คือการทำงานร่วมกับ Galaxy AI Interpreter บนสมาร์ทโฟน:

  • ฟังการบรรยายหรือพรีเซนต์เป็นภาษาต่างประเทศได้เข้าใจขึ้น

  • ใช้ช่วยสนทนากับคนต่างชาติได้ราบรื่นขึ้น เพราะมีการแปลภาษาแบบเรียลไทม์

พูดง่ายๆ คือ Buds3 FE ไม่ได้เป็นแค่หูฟัง แต่กลายเป็นผู้ช่วยล่ามส่วนตัวเวลาต้องเจอภาษาที่ไม่ถนัด

รีวิวภาพรวม: น่าโดนแค่ไหนในงบ 4,290 บาท?

จากการใช้งานในภาพรวม Galaxy Buds3 FE คือหูฟังที่รวมความเป็น แกดเจ็ตอัจฉริยะ + หูฟังคุณภาพเสียงดี ไว้ในตัวเดียว

สิ่งที่ได้จากรุ่นนี้มีทั้ง:

  • AI แปลภาษาแบบเรียลไทม์ ช่วยให้คุยกับชาวต่างชาติหรือฟังคอนเทนต์ภาษาต่างประเทศได้ลื่นขึ้น

  • ระบบตัดเสียงรบกวน ANC ที่ทำงานได้ดี เหมาะกับการใช้ในที่สาธารณะและที่ทำงาน

  • ระบบเสียง 360 องศา เพิ่มมิติให้การดูหนัง ฟังเพลง หรือดูคอนเทนต์ที่รองรับ

  • ดีไซน์สวย ทันสมัย เคสโปร่งใส หูฟังใส่สบายตลอดทั้งวัน

  • แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาว เหมาะกับคนใส่ติดหูทั้งวันทั้งทำงานและเอ็นเตอร์เทน

ด้านคุณภาพเสียง จัดว่า บาลานซ์ดีทุกย่าน:

  • เสียงสูงไม่บาดหู

  • เสียงกลางชัด เคลียร์

  • เสียงต่ำหรือเบสนุ่มลึก ฟังแล้วเต็มอิ่ม ถูกใจสายเพลงเบสแน่นแน่นอน

เมื่อเทียบฟีเจอร์ที่ให้มา กับราคาเปิดตัว 4,290 บาท ต้องบอกว่าเป็นหนึ่งในหูฟังไร้สายสายคุ้มที่น่าลองมาก โดยเฉพาะคนที่ใช้งานสมาร์ทโฟน Galaxy อยู่แล้ว จะยิ่งได้ความสะดวกแบบเต็มระบบ

สเปก และจุดเด่นของ Samsung Galaxy Buds3 FE

เพื่อให้ตัดสินใจง่ายขึ้น มาดูสรุปสเปกและจุดเด่นแบบย่อยสั้นๆ กัน

  • ขนาดหูฟัง: 21.1 x 18.0 x 33.8 มม. น้ำหนัก 5 กรัมต่อข้าง

  • ขนาดเคสชาร์จ: 48.7 x 58.9 x 24.4 มม. น้ำหนักรวม 41.8 กรัม

  • การเชื่อมต่อ: Bluetooth 5.4 รองรับโปรไฟล์ A2DP, AVRCP, HFP

  • ไมโครโฟน: ระบบตัดเสียงรบกวนด้วยไมค์ข้างละ 3 ตัว

  • ฟีเจอร์เด่น: ANC และแปลภาษาเรียลไทม์ผ่าน Galaxy AI

  • การควบคุม: บีบก้านหูฟัง + ระบบสัมผัส พร้อมเซ็นเซอร์ตรวจจับการสวมใส่

  • แบตเตอรี่: หูฟังข้างละ 53 mAh, เคสชาร์จ 515 mAh

  • ระยะเวลาการใช้งานรวมสูงสุด: ประมาณ 30 ชั่วโมง (รวมเคส)

  • มาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น: IP54 ใช้งานกลางแจ้งหรือออกกำลังกายได้สบายใจขึ้น

  • รองรับการชาร์จไร้สาย และชาร์จผ่าน USB-C

  • เซ็นเซอร์: Hall Sensor, Pressure Sensor, Proximity Sensor, Touch Sensor

  • สีให้เลือก: Gray และ Black

  • ราคาเปิดตัว: ประมาณ 4,290 บาท

สรุปง่ายๆ ถ้าคุณอยากได้หูฟังไร้สายที่ทำได้มากกว่าฟังเพลง มีทั้ง AI ช่วยงาน ตัดเสียงดี เสียงแน่น และดีไซน์สวยสะดุดตา Galaxy Buds3 FE เป็นตัวเลือกที่ควรลองฟังก่อนตัดสินใจซื้อคู่ใหม่แน่นอน