รับแอปรับแอป

Garmin ทุ่มกว่า 3 พันล้าน ปักหมุดโรงงานสมาร์ตวอทช์แห่งแรกในอาเซียนที่ชลบุรี เกมใหญ่ที่ไทยต้องรู้!

พงศ์ภัทร จันดี01-30

Garmin บุกชลบุรี ฐานผลิตสมาร์ตวอทช์แห่งแรกในอาเซียน

บีโอไอไฟเขียวให้ Garmin ผู้ผลิตอุปกรณ์อัจฉริยะระดับโลก ลงทุนกว่า 3,000 ล้านบาท ตั้งฐานการผลิต Smart Watch และ GPS Navigator แห่งแรกในอาเซียน ที่จังหวัดชลบุรี เสริมบทบาทประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางการผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะของภูมิภาค

โครงการนี้อยู่ภายใต้บริษัท การ์มิน ชลบุรี (ประเทศไทย) จำกัด ในเครือ Garmin Ltd. (Switzerland) มุ่งผลิตผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ เช่น นาฬิกาอัจฉริยะ (GPS Smart Watch) และ อุปกรณ์นำทางอัจฉริยะสำหรับยานยนต์และการเดินเรือ (GPS Navigator) ภายใต้แบรนด์ Garmin เพื่อป้อนทั้งตลาดในไทยและส่งออกไปต่างประเทศ

ไฮไลต์การลงทุน: เงิน 3,000 ล้าน + เทคโนโลยีล้ำยุค

โครงการโรงงานที่ชลบุรีนี้จะเป็น ฐานการผลิตแห่งแรกของ Garmin ในอาเซียน และคาดว่าจะเริ่มเดินสายการผลิตภายในปี 2569 โดยใช้เทคโนโลยีการผลิตครบทั้งไลน์ เพื่อรองรับผลิตภัณฑ์อัจฉริยะที่ซับซ้อนและต้องการความแม่นยำสูง

เทคโนโลยีสำคัญที่จะถูกใช้ในไลน์ผลิต ได้แก่

  • เซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจและระดับออกซิเจนในเลือดแบบเรียลไทม์

  • เซ็นเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหว สำหรับวัดความเร็ว ระยะทาง และข้อมูลการออกกำลังกายเชิงลึก

  • ระบบ AI วิเคราะห์ข้อมูลสุขภาพ ของผู้สวมใส่ Smart Watch เพื่อให้คำแนะนำที่ชาญฉลาดและเหมาะกับแต่ละบุคคล

  • เทคโนโลยีระบบนำทางที่สามารถรับ ข้อมูลสภาพอากาศและกระแสน้ำแบบเรียลไทม์ เพิ่มความแม่นยำในการวางแผนเส้นทางและการเดินเรือ

ทั้งหมดนี้คือชุดนวัตกรรมที่ช่วยให้การตรวจจับและวิเคราะห์ข้อมูลมีความแม่นยำขั้นสูง และยังรองรับการ เชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่น เช่น สมาร์ตโฟน หรือคอมพิวเตอร์ ผ่านระบบไร้สายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตอบโจทย์เทรนด์ อุปกรณ์สวมใส่และอุปกรณ์อัจฉริยะยุคใหม่ อย่างเต็มตัว

ทำไม Garmin ถึงเลือกประเทศไทย?

Garmin ถือเป็นหนึ่งในผู้นำระดับโลกด้าน Smart Watch และอุปกรณ์ GPS ที่มีกลุ่มแฟนเหนียวแน่น ทั้งนักกีฬา สายรักสุขภาพ และนักเดินทางทั่วโลก โดยในปี 2567 บริษัททำยอดขายรวมกว่า 6,000 ล้านเหรียญสหรัฐ เติบโตมากกว่าปีก่อนหน้ากว่า 20% แสดงให้เห็นว่าตลาดอุปกรณ์อัจฉริยะยังร้อนแรงต่อเนื่อง

ปัจจุบัน Garmin มีโรงงานผลิตในหลายประเทศ อาทิ จีน ไต้หวัน เนเธอร์แลนด์ โปแลนด์ และสหรัฐอเมริกา แต่การตัดสินใจตั้งโรงงานแห่งแรกในอาเซียนที่ประเทศไทย ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เพราะไทยมีจุดแข็งหลายด้าน ได้แก่

  • ทำเลที่ตั้งอยู่ใจกลางภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

  • โครงสร้างพื้นฐานด้านอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ที่แข็งแรง

  • ระบบขนส่งและโลจิสติกส์ที่ทันสมัย รองรับการส่งออกได้ดี

  • บุคลากรมีทักษะและคุณภาพ พร้อมต่อยอดเทคโนโลยี

  • นโยบายส่งเสริมการลงทุนจากภาครัฐที่ชัดเจนและจูงใจ

  • ซัพพลายเชนอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ที่ ครบวงจร เอื้อต่อการขยายกำลังการผลิตและการเติบโตระยะยาว

การเข้ามาของ Garmin จึงไม่ใช่แค่การตั้งโรงงานหนึ่งแห่ง แต่คือการ เติมตัวต่อสำคัญในระบบนิเวศอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะของไทย

สัญญาณใหญ่: ไทยกำลังกลายเป็นฮับอุปกรณ์อัจฉริยะ

การที่แบรนด์อุปกรณ์อัจฉริยะระดับโลกเลือกใช้ไทยเป็นฐานการผลิตในอาเซียน เป็นการส่งสัญญาณชัดเจนว่า ประเทศไทยพร้อมรองรับอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง โดยเฉพาะกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะที่กำลังเติบโตเร็วทั่วโลก

นโยบายการพัฒนาซัพพลายเชนของไทย ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ช่วยให้ทุกฟันเฟืองในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์เกื้อหนุนกัน จนเกิดเป็น ระบบนิเวศที่แข็งแรง สามารถรองรับเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่จะเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในอนาคต ไม่ว่าจะเป็น AI, IoT หรืออุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะรูปแบบใหม่

การมาของ Garmin จึงไม่ใช่ดีลสวย ๆ หนึ่งข่าว แต่เป็นหมุดหมายสำคัญของไทยบนแผนที่เทคโนโลยีโลก

ตัวเลขที่ต้องโฟกัส: เงินลงทุนระดับแสนล้านในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์

นับตั้งแต่บีโอไอเริ่มใช้ยุทธศาสตร์ใหม่ในปี 2566 จนถึงเดือนกันยายน 2568 ไทยมีคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรม อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า รวมแล้ว

  • จำนวนโครงการ: 1,035 โครงการ

  • มูลค่าการลงทุนรวม: กว่า 760,000 ล้านบาท

ในจำนวนนี้ เป็นการลงทุนในกิจการผลิต อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะและเครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะ ที่สามารถตรวจจับข้อมูล รับส่งข้อมูล เชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นหรือโครงข่ายผ่านระบบไร้สาย และมีระบบปฏิบัติการหรือระบบประมวลผลฝังตัวอยู่ภายในอุปกรณ์เอง จำนวน

  • 44 โครงการ

  • มูลค่าการลงทุนกว่า 92,700 ล้านบาท

ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนชัดว่า ไทยไม่ได้แค่เป็นฐานผลิตของเก่า แต่กำลังก้าวไปสู่การเป็นฐานผลิต อุปกรณ์อัจฉริยะยุคใหม่ ที่เน้นการเชื่อมต่อและการประมวลผลอัตโนมัติ

แล้วสายอุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะควรมองโอกาสตรงไหน?

สำหรับคนที่อินกับโลก Wearable Tech หรือกำลังมองหาโอกาสในห่วงโซ่คุณค่าใหม่ ๆ การที่ Garmin ลงทุนในไทย เปิดโอกาสหลายด้าน เช่น

  • ผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เซ็นเซอร์ แบตเตอรี่ หรือโมดูลการเชื่อมต่อไร้สาย

  • ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ วิเคราะห์ข้อมูลสุขภาพ และแพลตฟอร์ม AI ที่เชื่อมกับอุปกรณ์สวมใส่

  • ธุรกิจโลจิสติกส์และซัพพลายเชนที่รองรับการส่งออกสินค้าเทคไปทั่วโลก

  • สถาบันการศึกษาและด้านพัฒนาทักษะบุคลากรเกี่ยวกับอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ

เมื่อ โรงงานสมาร์ตวอทช์ระดับโลกมาตั้งถึงหน้าบ้าน ระบบนิเวศรอบ ๆ โรงงานจะค่อย ๆ เติบโตตามมา ใครที่มองเกมขาดและเข้าไปจับจังหวะให้ทัน ย่อมมีโอกาสขึ้นเป็นผู้เล่นสำคัญในตลาดอุปกรณ์อัจฉริยะได้ไม่ยาก

สรุปสั้น ๆ: Garmin ทุ่ม 3,000 ล้านตั้งฐานผลิตสมาร์ตวอทช์และ GPS ที่ชลบุรี ไม่ได้เป็นแค่ดีลการลงทุน แต่คือสัญญาณชัดว่า ไทยกำลังกลายเป็นฮับอุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะของอาเซียน และนี่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของคลื่นโอกาสลูกใหม่ ที่สายเทคและนักลงทุนไม่ควรมองข้าม