รับแอปรับแอป

สรุปราคา Apple Watch ทุกรุ่น เลือกรุ่นไหนคุ้มสุดสำหรับข้อมือของคุณ?

ชนินทร์ อินทร์ดี01-29

อัปเดตราคา Apple Watch ล่าสุด เลือกรุ่นให้ตรงสไตล์คุณ

Apple Watch ไม่ได้เป็นแค่นาฬิกาบอกเวลาอีกต่อไป แต่กลายเป็นทั้ง ผู้ช่วยด้านสุขภาพ โค้ชฟิตเนส และผู้ช่วยส่วนตัวบนข้อมือ ถ้าคุณกำลังเล็งอยากอัปเกรดหรือซื้อนาฬิกาเรือนแรก แต่ยังลังเลว่าควรเริ่มที่รุ่นไหนดี มาดูภาพรวมแต่ละซีรีส์กันแบบเข้าใจง่ายๆ ว่าจุดเด่นคืออะไร และรุ่นไหนเหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคุณที่สุด

เราจะพาไล่ตั้งแต่สายลุยตัวท็อปอย่าง Ultra ไปจนถึงรุ่นคุ้มค่าอย่าง SE เพื่อช่วยให้คุณตอบตัวเองได้ชัดๆ ว่า “ต้องจ่ายเพิ่มแค่ไหน ถึงจะได้ฟีเจอร์ที่คุณใช้จริง”

Apple Watch Ultra 3: สายลุย สายเอ็กซ์ตรีม ต้องจัด

Ultra 3 ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อ “ทน” อย่างเดียว แต่เกิดมาเพื่อ ทำลายทุกขีดจำกัดของสมาร์ทวอทช์ทั่วไป เหมาะสุดๆ สำหรับสายผจญภัย นักกีฬา และคนที่จริงจังกับกิจกรรมกลางแจ้ง

  • ตัวเรือนไทเทเนียมเกรดอุตสาหกรรมอวกาศ ขนาด 49 มม.

  • แข็งแรงแบบสุดทาง แต่ยังคงน้ำหนักเบา

  • หน้าจอ Retina ที่สว่างที่สุด มองเห็นชัดทั้งกลางแดดจ้าและในที่มืด

ฟีเจอร์เด่นสายลุยที่ห้ามมองข้าม

  • GPS ความถี่คู่ (Dual-Frequency GPS):
    ให้ความแม่นยำขั้นสูงในการระบุตำแหน่ง แม้จะอยู่ท่ามกลางตึกสูงหรือหุบเขาลึก เหมาะกับการวิ่งเทรล ปั่นจักรยานไกล หรือออกสำรวจเส้นทางใหม่ๆ

  • ปุ่มแอ็คชั่น (Action Button):
    ปุ่มสีส้มที่ปรับแต่งได้ตามใจคุณ จะตั้งให้เริ่มออกกำลังกาย สร้างจุดนำทาง (Waypoint) หรือเริ่มโหมดดำน้ำ แค่กดทีเดียวจบ แม้ใส่ถุงมืออยู่ก็ใช้งานได้สบาย

  • แบตเตอรี่อึดใช้ได้หลายวัน:
    ใช้งานได้สูงสุดประมาณ 36 ชั่วโมง และยาวกว่านั้นเมื่อเปิดโหมดประหยัดพลังงาน เหมาะกับทริปที่คุณไม่อยากพกชาร์จเจอร์ให้เกะกะ

  • ทนสภาพสุดโหด:

    • กันน้ำระดับ 100 เมตร (WR100)

    • รองรับดำน้ำเชิงนันทนาการ พร้อมมาตรวัดความลึกและเซ็นเซอร์วัดอุณหภูมิน้ำ

    • ผ่านมาตรฐาน MIL-STD 810H ทดสอบทั้งอุณหภูมิสูง/ต่ำจัด การสั่นสะเทือน และแรงกระแทก

Apple Watch Series 11: สมดุลระหว่างความพรีเมียมและราคา

Series 11 คือ รุ่นหลักที่คนส่วนใหญ่เล็งเป็นตัวเลือกแรก เพราะผสมผสานดีไซน์สวย ฟีเจอร์สุขภาพจัดเต็ม และราคาที่จับต้องง่ายกว่าตระกูล Ultra

  • มีทั้งตัวเรือนอะลูมิเนียมหลากสี และรุ่นสแตนเลสสตีลที่หรูหราขึ้น

  • ขนาดตัวเรือนให้เลือกตามขนาดข้อมือและสไตล์การใช้งาน

ประสบการณ์การใช้งานที่ยกระดับขึ้นไปอีกขั้น

  • Always-On Retina Display ขนาดใหญ่และสว่างกว่าเดิม:
    มองเวลา การแจ้งเตือน หรือข้อมูลออกกำลังกายได้ตลอด โดยไม่ต้องยกข้อมือปลุกจอ ความสว่างกลางแจ้งก็ดีขึ้นชัดเจน

  • ฟีเจอร์สุขภาพเชิงลึก:
    Series 11 ทำหน้าที่เหมือน ผู้ช่วยดูแลสุขภาพส่วนตัวบนข้อมือ ด้วยเซ็นเซอร์ขั้นสูง เช่น

    • ECG (วัดคลื่นไฟฟ้าหัวใจ): บันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจแบบซิงเกิลลีด ระดับใกล้เคียงเครื่องมือแพทย์

    • Blood Oxygen: ติดตามระดับออกซิเจนในเลือด ตัวชี้วัดสภาพร่างกายและระบบหายใจ

    • Temperature Sensing ขณะนอนหลับ: ช่วยให้ข้อมูลด้านสุขภาพของผู้หญิง และช่วยติดตามรอบเดือนอย่างแม่นยำขึ้น

  • ฟีเจอร์ความปลอดภัยอัจฉริยะ:

    • การตรวจจับการล้ม (Fall Detection)

    • การตรวจจับการชนกัน (Crash Detection)
      ทั้งสองสามารถโทรหาบริการฉุกเฉินให้อัตโนมัติเมื่อเกิดเหตุรุนแรง ช่วยเพิ่มความอุ่นใจให้ทั้งผู้ใช้และคนในครอบครัว

Apple Watch SE 3: ตัวเลือกสุดคุ้ม เน้นฟีเจอร์ที่ใช้จริง

SE รุ่นที่ 3 ถูกวางให้เป็น รุ่นคุ้มที่สุดในไลน์ Apple Watch ทั้งด้านราคาและฟังก์ชัน เหมาะสำหรับคนที่ต้องการฟีเจอร์หลักๆ สำหรับสุขภาพ ฟิตเนส และการเชื่อมต่อ โดยไม่จำเป็นต้องจ่ายถึงระดับเรือธงอย่าง Series 11 หรือ Ultra 3

ครบเครื่องกว่าที่ราคาให้ได้

  • พื้นฐานสุขภาพและความปลอดภัยที่วางใจได้:
    ถึงจะเป็นรุ่นประหยัด แต่ยังมาพร้อมเซ็นเซอร์สำคัญ

    • วัดอัตราการเต้นของหัวใจ

    • แจ้งเตือนหัวใจเต้นเร็วหรือต่ำผิดปกติ

    • ฟีเจอร์ความปลอดภัยระดับสูงเหมือนรุ่นแพงๆ

  • Fall Detection (ตรวจจับการล้ม):
    ถ้า SE 3 ตรวจพบว่าผู้ใช้ล้มแรงและไม่ตอบสนอง สามารถโทรหาบริการฉุกเฉินได้อัตโนมัติ

  • Crash Detection (ตรวจจับการชนกัน):
    เทคโนโลยีเดียวกับรุ่นท็อป ช่วยโทรขอความช่วยเหลือทันทีหากเกิดอุบัติเหตุรถยนต์รุนแรง

  • คู่หูฟิตเนสที่ฉลาดและใช้งานได้ทุกวัน:
    ติดตามการเดิน วิ่ง ว่ายน้ำ และการออกกำลังกายหลายรูปแบบผ่านแอป Workout พร้อมวงแหวน Activity ที่ช่วยกระตุ้นให้คุณลุกขึ้นขยับตัวทุกวัน

  • พร้อมสำหรับ Family Setup:
    เหมาะมากสำหรับผู้ปกครองที่อยากซื้อนาฬิกาให้ลูกหรือผู้สูงอายุ โดยคนใส่ไม่จำเป็นต้องมี iPhone เอง ก็ยังรับสาย โทรออก เช็กตำแหน่ง และใช้ฟีเจอร์ฉุกเฉินได้

  • ดีไซน์เบา ใส่สบายทั้งวัน:
    ตัวเรือนอะลูมิเนียมหลายสี ดีไซน์เรียบแต่ดูดี น้ำหนักเบา ไม่ทำให้รู้สึกรำคาญเวลาสวมทั้งวัน

Apple Watch Ultra 2: สายลุยตัวท็อปที่ตอนนี้ยิ่งน่าซื้อ

แม้ Ultra 3 จะเปิดตัวแล้ว แต่ Ultra 2 ยังเป็นดีลสุดโหด สำหรับคนที่อยากได้ความสามารถระดับเรือธง ในราคาที่ลดลงจากตอนเปิดตัว

Ultra 2 เหมาะสำหรับนักกีฬาและนักผจญภัยที่ต้องการสมาร์ทวอทช์ที่ถึก ทน และไว้ใจได้ในทุกสภาพแวดล้อม

จุดเด่นที่ยังโหดไม่แพ้รุ่นใหม่

  • หน้าจอสว่าง 3,000 นิต:
    ระดับความสว่างที่มองเห็นชัดแม้กลางแดดเปรี้ยงๆ ไม่ต้องเพ่งให้ล้าตา

  • แบตเตอรี่อึดสูงสุด 72 ชั่วโมง:
    ใช้งานทั่วไปได้ราว 36 ชั่วโมง และ最多ประมาณ 72 ชั่วโมงเมื่อเปิดโหมดประหยัดพลังงาน ไปแคมป์หรือทริปยาวๆ ได้สบาย

  • คำสั่ง “แตะสองครั้ง” (Double Tap):
    ใช้นิ้วโป้งแตะนิ้วชี้สองครั้งเพื่อสั่งงาน เช่น รับสาย วางสาย เลื่อนดูการแจ้งเตือน ใช้งานมือเดียวแบบไม่ต้องแตะจอโดยตรง

  • ตัวเรือนไทเทเนียม 49 มม. + ปุ่ม Action:
    วัสดุแข็งแรงทนการกระแทก พร้อมปุ่ม Action Button ที่ตั้งค่าเป็นปุ่มลัดฟังก์ชันที่คุณใช้บ่อย ทำให้การใช้งานระหว่างออกกำลังกายหรือผจญภัยสะดวกขึ้นมาก

  • Dual-Frequency GPS + WatchOS 10:
    ระบบ GPS แม่นยำ รองรับฟีเจอร์สายเอาต์ดอร์เต็มที่ ทั้งการวัดระดับความสูงแบบเรียลไทม์ และการเชื่อมต่ออุปกรณ์เสริมสายปั่นจักรยานได้แบบจริงจัง

Apple Watch Series 10: ตัวรองที่ยังน่าเล่นมาก

Series 10 คือการยกเครื่องครั้งใหญ่ของตระกูล Series ทั้งในแง่ดีไซน์และประสบการณ์ใช้งาน แม้ตอนนี้จะมี Series 11 แล้ว แต่ด้วยราคาที่ปรับลง ทำให้ Series 10 ยังเป็น ตัวเลือกที่คุ้มค่าสำหรับคนที่อยากได้รุ่นใหม่ในงบประหยัดลงหน่อย

ดีไซน์ใหม่ที่บาง เบา และจอใหญ่ขึ้น

  • ตัวเครื่องบางลงและเบาขึ้นอย่างชัดเจน

  • หน้าจอขยายเป็น 42 มม. และ 46 มม. ใหญ่สุดในกลุ่ม Series ช่วยให้เห็นข้อมูลได้เต็มตา ทั้งหน้าปัด วิดเจ็ต และข้อมูลสุขภาพ

ประสิทธิภาพจัดเต็มด้วยชิป S10

  • มาพร้อมชิป S10 และ Neural Engine รุ่นใหม่

  • การตอบสนองเร็ว ลื่น รองรับฟีเจอร์ที่ใช้ AI ในอนาคต (Apple Intelligence) ได้อย่างสบาย

ชาร์จเร็วแบบรู้สึกได้

  • ปรับปรุงระบบชาร์จใหม่ ทำให้เป็น Apple Watch ที่ชาร์จได้เร็วสุดรุ่นหนึ่ง

  • ชาร์จได้ถึง 80% ในเวลาประมาณ 30 นาที เหมาะกับไลฟ์สไตล์ที่เร่งรีบ

ฟีเจอร์จาก Ultra ถูกดึงมาใส่ใน Series 10

  • รองรับการวัดความลึกและอุณหภูมิน้ำผ่านแอป Depth

  • ใช้กับกิจกรรมทางน้ำได้สบาย ทั้งเล่นน้ำ ดำน้ำตื้น หรือกิจกรรมทางน้ำทั่วไป

ฝาหลังโลหะใหม่ + ระบบลดเสียงรบกวน:

  • ฝาหลังแบบใหม่ช่วยให้การชาร์จมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

  • เสียงสนทนาระหว่างคุยโทรศัพท์ผ่านนาฬิกาคมชัดขึ้น เพราะมีเทคโนโลยีช่วยลดเสียงรบกวนรอบข้าง

สรุป: รุ่นไหนเหมาะกับคุณ?

ถ้าจะให้เลือก Apple Watch ซักเรือน ลองโฟกัสที่ ไลฟ์สไตล์ + งบประมาณ + ฟีเจอร์ที่คุณใช้จริง

  • ถ้าคุณเป็นสายเอ็กซ์ตรีม ปีนเขา ดำน้ำ วิ่งเทรล: Ultra 3 หรือ Ultra 2 คือคำตอบ

  • ถ้าอยากได้ความสมดุลระหว่างฟีเจอร์สุขภาพจัดเต็มกับราคา: เลือก Series 11

  • ถ้าอยากได้ดีไซน์ใหม่ จอใหญ่ บาง เบา ในราคาย่อมลงกว่ารุ่นล่าสุด: มองไปที่ Series 10

  • ถ้าต้องการความคุ้มค่า ใช้ฟีเจอร์หลักครบ เน้นราคาสบายกระเป๋า หรือซื้อติดครอบครัว: SE 3 คือเพื่อนคู่ใจที่ตอบโจทย์

ท้ายที่สุดแล้ว Apple Watch ที่ดีที่สุดคือรุ่นที่เข้ากับชีวิตประจำวันของคุณมากที่สุด เลือกให้ตรงการใช้งาน แล้วคุณจะรู้ว่าการมีผู้ช่วยอัจฉริยะบนข้อมือ เปลี่ยนไลฟ์สไตล์ให้ดีขึ้นได้จริงๆ