รับแอปรับแอป

เปลี่ยน Apple Watch ให้เป็นผู้ช่วยดูแลผู้สูงอายุ 24 ชั่วโมงบนข้อมือ

ชาตรี วัฒนชัย01-29

Apple Watch ไม่ได้มีแค่สายสปอร์ต แต่คือสายใยความห่วงใยผู้สูงอายุ

หลายคนมักมองว่า Apple Watch คือสมาร์ตวอทช์ของคนรุ่นใหม่ที่ชอบเทคโนโลยี ออกกำลังกาย และอยากได้การแจ้งเตือนแบบทันใจ

แต่ในมุมของผู้สูงอายุ นาฬิกาเรือนเล็ก ๆ นี้สามารถกลายเป็น “นาฬิกาสุขภาพ” ที่ช่วยเพิ่มทั้งความปลอดภัยและความอุ่นใจ ให้ทั้งคนใส่และคนในครอบครัวได้อย่างจริงจัง

ทำไม Apple Watch ถึงตอบโจทย์ผู้สูงอายุ

ปัญหาหลักที่ผู้สูงอายุต้องเจอในชีวิตประจำวันมักวนอยู่กับสองเรื่องใหญ่ ๆ คือ สุขภาพ และ ความปลอดภัย

ยิ่งถ้าอยู่บ้านคนเดียว หรือมีช่วงเวลาที่ต้องอยู่ลำพังนาน ๆ ความเสี่ยงก็ยิ่งสูงขึ้น ทั้งการล้มโดยไม่มีใครเห็น หรืออาการเจ็บป่วยเฉียบพลันที่ช่วยไม่ทัน

Apple Watch จึงถูกออกแบบให้มีฟีเจอร์ด้านสุขภาพและความปลอดภัยจำนวนมาก เพื่อให้กลายเป็นผู้ช่วยบนข้อมือ ที่คอยจับตาดูสัญญาณร่างกายตลอดทั้งวัน

ต่อไปนี้คือฟีเจอร์เด่นที่เหมาะกับผู้สูงอายุโดยเฉพาะ

ฟีเจอร์ด้านความปลอดภัยและสุขภาพที่ใช้งานได้จริง

ตรวจจับการล้ม (Fall Detection) ฟีเจอร์เล็ก ๆ แต่ช่วยชีวิตได้

หนึ่งในฟังก์ชันที่สำคัญมากสำหรับผู้สูงอายุคือ Fall Detection หรือระบบตรวจจับการล้ม

เมื่อระบบตรวจจับได้ว่าผู้สวมใส่ล้มแรงผิดปกติ และไม่มีการตอบสนองภายใน 60 วินาที Apple Watch จะเริ่มดำเนินการช่วยเหลือให้อัตโนมัติ

  • ส่งสัญญาณเตือนไปยังหมายเลขฉุกเฉิน

  • แจ้งไปยังรายชื่อผู้ติดต่อที่บันทึกไว้ใน Medical ID

ผลคือ แม้ผู้สูงอายุจะอยู่ลำพัง ก็ยังมีโอกาสได้รับความช่วยเหลือทันเวลา ลดความเสี่ยงจากการล้มหรือหมดสติ โดยไม่มีใครรู้

วัดชีพจรและเตือนภาวะหัวใจเต้นผิดปกติ

Apple Watch มีเซ็นเซอร์บนตัวเรือนและสายนาฬิกาที่คอยวัดอัตราการเต้นของหัวใจตลอดทั้งวันแบบอัตโนมัติ

เมื่อพบความผิดปกติ เช่น

  • หัวใจเต้นเร็วเกินไป

  • เต้นช้าผิดปกติ

  • มีภาวะหัวใจเต้นไม่สม่ำเสมอ (เช่น Atrial Fibrillation หรือ AFib)

นาฬิกาจะแจ้งเตือนให้ผู้สวมใส่รู้ตัวทันที ซึ่งภาวะเหล่านี้บางครั้งเป็นสาเหตุของ โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) หากตรวจพบเร็ว โอกาสรักษาก็สูงขึ้นตามไปด้วย

แอป ECG ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจได้เองจากข้อมือ

สำหรับผู้สูงอายุที่มีประวัติโรคหัวใจ การไปโรงพยาบาลทุกครั้งเพื่อวัดคลื่นไฟฟ้าหัวใจอาจไม่สะดวกเท่าไหร่

Apple Watch จึงมีแอป ECG ให้ผู้ใช้ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจด้วยตัวเองได้ง่าย ๆ

  • เพียงแค่สวม Apple Watch แล้วใช้ปลายนิ้วแตะที่เม็ดมะยมด้านข้าง

  • รอประมาณ 30 วินาที ระบบจะบันทึกข้อมูลคลื่นไฟฟ้าหัวใจ

  • จากนั้นสามารถส่งข้อมูลให้แพทย์ได้อย่างสะดวก

วิธีนี้ช่วยให้สามารถตรวจเจอความผิดปกติของหัวใจในระยะเริ่มต้นได้ง่ายขึ้น และใช้เป็นข้อมูลประกอบการวินิจฉัยของแพทย์ได้ด้วย

ระบบ Emergency SOS และ Medical ID

ในสถานการณ์ฉุกเฉิน ความเร็วคือหัวใจสำคัญ Apple Watch จึงมาพร้อมฟีเจอร์ Emergency SOS ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยเหลือในวินาทีคับขัน

  • กดปุ่มด้านข้างค้างไว้เพื่อโทรหาหน่วยฉุกเฉินทันที

  • ระบบสามารถแจ้งตำแหน่งและข้อมูลเบื้องต้นให้ผู้รับสาย

นอกจากนี้ยังมี Medical ID สำหรับบันทึกข้อมูลทางการแพทย์สำคัญ เช่น

  • โรคประจำตัว

  • ยาที่แพ้

  • ข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ

เจ้าหน้าที่ฉุกเฉินสามารถเข้าถึงข้อมูลเหล่านี้ได้อย่างรวดเร็ว แม้ในบางกรณีจะไม่มีสัญญาณมือถือก็ตาม ช่วยลดความล่าช้าในการรักษา และเพิ่มโอกาสรับการดูแลที่ถูกต้อง

วัดระดับออกซิเจนในเลือด (SpO2)

ตั้งแต่รุ่น Series 6 ขึ้นไป Apple Watch มีเซ็นเซอร์สำหรับวัดระดับออกซิเจนในเลือดแบบเรียลไทม์

ฟีเจอร์นี้มีประโยชน์มากกับผู้สูงอายุที่มีปัญหาเกี่ยวกับ

  • โรคปอด

  • โรคหัวใจ

  • ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

การเห็นค่าระดับออกซิเจนในเลือดอย่างต่อเนื่องช่วยให้เฝ้าระวังสุขภาพได้ง่ายขึ้น และหากค่าผิดปกติเป็นระยะ ๆ ก็เป็นสัญญาณให้รีบพบแพทย์ก่อนจะเกิดอาการรุนแรง

ติดตามการนอนหลับอย่างละเอียด

การนอนหลับที่มีคุณภาพคือพื้นฐานสุขภาพที่ดีของผู้สูงอายุ

Apple Watch ช่วยติดตามรูปแบบการนอนของผู้สวมใส่ได้ เช่น

  • ระยะเวลาการนอนแต่ละคืน

  • ช่วงเวลาที่ตื่นบ่อยหรือนอนหลับไม่สนิท

จากข้อมูลเหล่านี้ ระบบสามารถให้คำแนะนำเพื่อปรับพฤติกรรมการนอน เช่น เข้านอนให้เป็นเวลา หรือปรับกิจกรรมก่อนนอน เพื่อช่วยให้ผู้สูงอายุพักผ่อนได้เต็มที่มากขึ้น

Family Setup ให้ลูกหลานดูแลจากระยะไกล

หนึ่งในฟีเจอร์ที่ทำให้หลายครอบครัวหันมาเลือก Apple Watch ให้ผู้สูงอายุคือ Family Setup

ด้วยฟีเจอร์นี้ ลูกหลานสามารถ

  • ตั้งค่า Apple Watch ของผู้สูงอายุจากระยะไกล

  • เชื่อมต่อและดูข้อมูลสุขภาพได้ แม้ผู้สูงอายุจะไม่มี iPhone ส่วนตัว

  • ตรวจเช็กตำแหน่งคร่าว ๆ ของผู้สวมใส่

  • ใช้ติดต่อสื่อสารกันได้สะดวกยิ่งขึ้น

ผลลัพธ์คือ ทั้งผู้สูงอายุและครอบครัวจะรู้สึกปลอดภัยขึ้น เพราะเหมือนมีคนคอยมองอยู่เสมอ แม้จะไม่ได้อยู่บ้านเดียวกัน

เลือก Apple Watch รุ่นไหนดีให้ผู้สูงอายุ

เมื่อรู้แล้วว่า Apple Watch มีฟีเจอร์อะไรที่โดดเด่นสำหรับผู้สูงอายุ คำถามต่อมาคือ แล้วรุ่นไหนเหมาะที่สุด?

ด้านล่างนี้คือแนวทางเลือกเบื้องต้น แยกตามงบประมาณและไลฟ์สไตล์การใช้งาน

Apple Watch Series 9 – ฟีเจอร์ครบ ใช้ยาว ๆ

ถ้าต้องการความคุ้มค่าในระยะยาว ทั้งในแง่ฟีเจอร์สุขภาพและราคา Series 9 เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจที่สุด

จุดเด่นคือมีฟีเจอร์ด้านสุขภาพหลัก ๆ ครบถ้วน เช่น

  • แอป ECG สำหรับตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ

  • การวัดระดับออกซิเจนในเลือด

  • ระบบตรวจจับการล้ม (Fall Detection)

  • การแจ้งเตือนอัตราการเต้นของหัวใจผิดปกติ

เหมาะกับผู้สูงอายุที่ต้องการนาฬิกาสุขภาพแบบรอบด้าน ในราคาที่ไม่สูงเกินไปเมื่อเทียบกับความสามารถ

Apple Watch Ultra 2 – แบตอึด จอใหญ่ ทนถึก

สำหรับผู้สูงอายุที่ชอบออกไปทำกิจกรรมนอกบ้านบ่อย ๆ หรืออยากได้หน้าจอใหญ่ อ่านง่าย ชัดทุกแสง Apple Watch Ultra 2 คือคำตอบ

  • หน้าจอขนาด 49 มม. ใหญ่และสว่างที่สุดในตระกูล Apple Watch

  • ตัวเรือนไทเทเนียม แข็งแรง ทนทานต่อแรงกระแทกและรอยขีดข่วน

  • แบตเตอรี่ใช้งานได้ประมาณ 18 ชั่วโมงในโหมดปกติ

  • มีโหมดประหยัดพลังงานที่ยืดระยะเวลาใช้งานได้ถึงราว 36 ชั่วโมง

เหมาะกับผู้สูงอายุที่ต้องการ ความอึด ทน และจออ่านง่าย รวมถึงสายลุยหรือชอบเดินทาง

Apple Watch SE (2022) – ตัวเลือกเพื่อความคุ้มค่า

ถ้างบประมาณคือเรื่องสำคัญ Apple Watch SE (2022) เป็นตัวเลือกที่ค่อนข้างคุ้ม

แม้จะไม่มีฟีเจอร์บางอย่าง เช่น

  • การวัดออกซิเจนในเลือด

  • แอป ECG

แต่ยังคงมีฟีเจอร์สำคัญสำหรับผู้สูงอายุ เช่น

  • Fall Detection ตรวจจับการล้ม

  • การติดตามการนอนหลับ

  • ฟังก์ชันด้านสุขภาพพื้นฐานที่จำเป็น

เหมาะกับการเริ่มต้นให้ผู้สูงอายุลองใช้งานสมาร์ตวอทช์ โดยยังไม่ต้องจ่ายในราคาที่สูงเกินไป

สรุป: นาฬิกาเรือนเดียว ที่เพิ่มความอุ่นใจให้ทั้งบ้าน

เมื่อมองลึกไปกว่าภาพลักษณ์นาฬิกาไฮเทค Apple Watch จริง ๆ แล้วคือ อุปกรณ์ดูแลสุขภาพและความปลอดภัยแบบครบวงจรสำหรับผู้สูงอายุ

  • ช่วยเฝ้าดูอาการผิดปกติของหัวใจ

  • แจ้งเตือนเมื่อมีการล้ม

  • ติดต่อขอความช่วยเหลือฉุกเฉินได้ทันที

  • บันทึกข้อมูลสุขภาพให้แพทย์ใช้ประกอบการรักษา

  • ลูกหลานดูแลได้จากระยะไกลผ่านฟีเจอร์ Family Setup

สำหรับครอบครัวที่อยากเพิ่มชั้นความปลอดภัยให้คนที่รัก การมี Apple Watch บนข้อมือผู้สูงอายุสักเรือน อาจไม่ใช่แค่ “แก็ดเจ็ต” แต่คืออีกหนึ่งวิธีดูแลกันแบบไม่ต้องเฝ้าตัวติดกันตลอดเวลา

เพราะบางครั้ง ความสบายใจของทั้งบ้าน ก็เริ่มต้นจากเสียงเตือนเล็ก ๆ บนข้อมือเท่านั้นเอง