เปิดข้อมือให้ล้ำ! สมาร์ตวอทช์ไม่เกิน 3,000 บาทก็โหดได้
ถ้าคุณกำลังเล็ง สมาร์ตวอทช์จอสีสวย ฟีเจอร์แน่น แบตอึด แต่ไม่อยากควักเกิน 3,000 บาท ปี 2025 นี้บอกเลยว่ามีตัวเลือกโหด ๆ เยอะมาก
สายออกกำลังกายอยากได้ตัวช่วยเก็บสถิติ สายเฮลท์แคร์อยากติดตามสุขภาพทั้งวัน หรือสายชิลที่แค่ต้องการนาฬิกาแจ้งเตือนข้อความ–โทรเข้า แต่ยังต้อง ดีไซน์ดูดี ราคาไม่บาดใจ บทความนี้รวบให้แล้ว 10 รุ่นน่าโดน ครบทั้งสเปก ฟีเจอร์ และจุดเด่น–ข้อสังเกตแบบเน้น ๆ
10 สมาร์ตวอทช์น่าซื้อ ปี 2025 ในงบไม่เกิน 3,000 บาท
ด้านล่างนี้คือ 10 รุ่นเด่น ที่เน้น ความคุ้ม ฟังก์ชันจริงจัง แบตใช้งานได้หลายวัน เหมาะทั้งมือใหม่และคนที่เคยใช้สมาร์ตวอทช์มาก่อน
Amazfit Bip 5
Xiaomi Redmi Watch 5 Lite
CMF by Nothing – Watch Pro 2
Aolon GT5 Pro
Kieslect KS3
Mibro Watch GS Active
Samsung Galaxy Fit 3
HCare Go5
Black Shark S1 Pro
Aston GEO Track
1. Amazfit Bip 5 – ตัวจบสายประหยัด แบตโหด
Amazfit Bip 5 เหมาะกับคนที่อยากเริ่มใช้สมาร์ตวอทช์แบบ ใช้งานง่าย แบตอยู่ยาว ไม่ต้องชาร์จทุกคืน เน้นความคุ้ม ไม่หวือหวาแต่ครบฟังก์ชันสำคัญ
รองรับการวัดชีพจร นับก้าว ติดตามการนอน และฟีเจอร์สุขภาพพื้นฐานต่าง ๆ ดีไซน์อาจจะไม่ล้ำเท่ารุ่นแฟชั่นจัด ๆ แต่ได้ความเรียบง่าย น้ำหนักเบา และราคาน่าคบ ทำให้เหมาะมากสำหรับคนที่อยากได้ สมาร์ตวอทช์ถูกและดีในชีวิตประจำวัน
รายละเอียดฟีเจอร์
หน้าจอ: 1.91 นิ้ว LCD
แบตเตอรี่: 300 mAh
ระยะเวลาการใช้งาน: ราว 10–12 วัน
ความทนทาน: กันน้ำระดับ IP68
น้ำหนัก: 26 กรัม
ราคา: ประมาณ 2,290 บาท
จุดเด่น
แบตเตอรี่อึด ใช้งานได้หลายวันต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง
หน้าจอใหญ่ ทัชง่าย อ่านข้อมูลได้ชัด
โหมดกีฬามากกว่า 120 โหมด รองรับกิจกรรมหลากหลาย
ข้อสังเกต
ดีไซน์เรียบง่าย เน้นใช้งานจริงมากกว่าความหวือหวา
2. Xiaomi Redmi Watch 5 Lite – จอสวย ฟีเจอร์ครบ ในราคาเบา ๆ
Xiaomi Redmi Watch 5 Lite เหมาะกับคนที่อยากได้ ดีไซน์สวย ทันสมัย จอสดใส แต่ยังอยากประหยัดงบ ตัวนี้จัดว่าโหดในช่วงราคา ฟีเจอร์จำเป็นให้มาครบ
รองรับวัดอัตราการเต้นหัวใจ นับก้าว ติดตามการนอน พร้อมจอสีสันคมชัด แบตใช้งานได้นานสุดราว 18 วัน มี GPS ในตัว และยังรองรับการโทรผ่าน Bluetooth ได้ด้วย
รายละเอียดฟีเจอร์
หน้าจอ: 1.96 นิ้ว AMOLED
แบตเตอรี่: 350 mAh
ระยะเวลาการใช้งาน: สูงสุดประมาณ 18 วัน
ความทนทาน: กันน้ำระดับ 5 ATM
น้ำหนัก: 29.2 กรัม
ราคา: ประมาณ 1,430 บาท
จุดเด่น
หน้าจอ AMOLED สีสด คมชัด
โทรผ่าน Bluetooth ได้
มี GPS ในตัว ใช้งานด้านออกกำลังกายได้จริงจัง
ข้อสังเกต
แอป Mi Fitness อาจรู้สึกซับซ้อนสำหรับมือใหม่
ถ้าเปิด GPS บ่อย แบตจะลดไวขึ้น
3. CMF by Nothing – Watch Pro 2 สายแฟชั่นต้องมอง
CMF by Nothing – Watch Pro 2 เด่นด้วย ดีไซน์สไตล์จัด มีเอกลักษณ์ เหมาะกับคนที่อยากได้สมาร์ตวอทช์ที่เป็นทั้งอุปกรณ์ไอทีและแฟชั่นไอเท็มในเรือนเดียว
ใช้หน้าจอ AMOLED ขนาดใหญ่ คมชัด แบตเตอรี่อยู่ได้สูงสุดราว 11–13 วัน พร้อม GPS ในตัว และโหมดกีฬาให้เลือกเยอะ สามารถใช้ได้ทั้งสายสุขภาพและสายเท่
รายละเอียดฟีเจอร์
หน้าจอ: 1.32 นิ้ว AMOLED
แบตเตอรี่: 305 mAh
ระยะเวลาการใช้งาน: ราว 11 วัน
ความทนทาน: IP68
น้ำหนัก: 48.1 กรัม
ราคา: ประมาณ 2,699 บาท
จุดเด่น
ดีไซน์เก๋ ทันสมัย เหมาะกับคนชอบแนวแฟชั่น
แบตเตอรี่อึด ใช้งานได้ยาวหลายวัน
หน้าจอ AMOLED สีสวยคมชัด
ข้อสังเกต
โหมดกีฬาประมาณ 120 ชนิด แต่ลายตาได้เหมือนกันถ้าไม่ได้ใช้เยอะ
4. Aolon GT5 Pro – สายลุยกลางแจ้งต้องลอง
Aolon GT5 Pro เหมาะกับคนที่ต้องการ สมาร์ตวอทช์แนวลุย แข็งแรง ใช้ได้หลายสถานการณ์ โดยเฉพาะกิจกรรมกลางแจ้งและกีฬาแนวแอดเวนเจอร์
มากับหน้าจอ TFT-LCD ขนาด 1.69 นิ้ว ความละเอียด 360×360 พิกเซล แบตเตอรี่ 340 mAh ใช้งานได้ราว 7–10 วัน มีโหมดกีฬาเกิน 100 โหมด รองรับการโทรผ่าน Bluetooth มีเข็มทิศ และกันน้ำระดับ IP67
รายละเอียดฟีเจอร์
หน้าจอ: 1.69 นิ้ว TFT
แบตเตอรี่: 340 mAh
ระยะเวลาการใช้งาน: ประมาณ 7 วัน (ประหยัด ๆ ดันได้ราว 10 วัน)
ความทนทาน: IP67
น้ำหนัก: 52 กรัม
ราคา: ประมาณ 1,800 บาท
จุดเด่น
วัสดุแข็งแรง ดีไซน์แนวสปอร์ตหรู แต่น้ำหนักยังถือว่าไม่หนักเกิน
โหมดกีฬาให้มากกว่า 120 รูปแบบ
ฟีเจอร์สุขภาพพื้นฐานครบ วัดชีพจรได้ตลอดวัน
แบตเตอรี่อยู่ได้หลายวัน เหมาะกับคนไม่ชอบชาร์จบ่อย
ข้อสังเกต
ใช้จอ TFT-LCD สีสันและคอนทราสต์จะไม่เด่นเท่า AMOLED
5. Kieslect KS3 – จอใหญ่คม โทรได้ ฟีลพรีเมียมในงบเอื้อมถึง
Kieslect KS3 เหมาะกับคนที่ให้ความสำคัญกับ หน้าจอสวยใช้งานเพลิน และอยากได้สมาร์ตวอทช์ที่โทรผ่าน Bluetooth ได้ในตัวเดียว
หน้าจอ AMOLED ขนาด 2.1 นิ้ว ให้สีสด คมชัด ทัชลื่น ฟีเจอร์พื้นฐานด้านสุขภาพและการออกกำลังกายมีครบ การใช้งานโดยรวมไม่ซับซ้อน เหมาะกับทั้งมือใหม่และผู้ใช้ทั่วไป
รายละเอียดฟีเจอร์
หน้าจอ: 2.1 นิ้ว AMOLED
แบตเตอรี่: 400 mAh
ระยะเวลาการใช้งาน: ราว 7–10 วัน
ความทนทาน: กันน้ำระดับ 5 ATM
น้ำหนัก: 46 กรัม
ราคา: ประมาณ 2,590 บาท
จุดเด่น
รองรับการโทรผ่าน Bluetooth ใช้คุยสายได้สะดวก
หน้าจอ AMOLED สีสด การทัชลื่นมือ
โหมดกีฬาเยอะ ระดับกว่า 150 โหมด
ข้อสังเกต
ถ้าเปิดหน้าจอบ่อยหรือใช้งานหนัก แบตจะลดเร็วกว่าบางรุ่นที่เน้นอึดจัด
6. Mibro Watch GS Active – สายฟิตเนสจัดเต็ม แบตอึดสุดในลิสต์
Mibro Watch GS Active ถูกออกแบบมาเพื่อ สายออกกำลังกายตัวจริง ที่อยากเก็บข้อมูลละเอียด ทั้งการเดิน วิ่ง ไปจนถึงการเวิร์กเอาต์หลากหลายรูปแบบ
มี GPS ในตัว ทำให้ติดตามเส้นทางการออกกำลังกายได้แม่นยำ แบตใช้ได้นานสูงสุดถึงประมาณ 20 วัน ดีไซน์สปอร์ต เท่ และมีสายให้เลือกหลายแบบ เข้ากับทั้งชุดลำลองและชุดฟิตเนส
รายละเอียดฟีเจอร์
หน้าจอ: 1.3 นิ้ว AMOLED
แบตเตอรี่: 400 mAh
ระยะเวลาการใช้งาน: สูงสุดราว 20 วัน
ความทนทาน: กันน้ำ 5 ATM
น้ำหนัก: 51.5 กรัม
ราคา: ประมาณ 2,840 บาท
จุดเด่น
ดีไซน์สปอร์ตสวย สายให้เลือกหลายสไตล์
โหมดกีฬา 100+ ครอบคลุมกิจกรรมครบ ๆ
แบตเตอรี่จัดว่าอึดมาก เหมาะกับคนที่ชอบออกกำลังบ่อย
ข้อสังเกต
ลุคสปอร์ตจัด ๆ อาจไม่ถูกใจสายมินิมอลหรือสายแฟชั่นที่อยากได้ลุคเนี้ยบ ๆ
7. Samsung Galaxy Fit 3 – เบา ใส่สบาย สายซัมซุงต้องส่อง
Samsung Galaxy Fit 3 เป็นสายรัดข้อมืออัจฉริยะที่ใกล้เคียงสมาร์ตวอทช์ เหมาะมากกับคนที่ใช้มือถือ Samsung อยู่แล้ว เพราะการเชื่อมต่อทำงานได้ลื่นและเสถียร
ดีไซน์เพรียว น้ำหนักเบามาก ใส่ทั้งวันก็ไม่เกะกะ แบตอยู่ได้ราว 13 วัน ฟีเจอร์ด้านสุขภาพและการออกกำลังกายพื้นฐานครบ พร้อมฟังก์ชันแจ้งเตือนฉุกเฉินเพื่อความอุ่นใจ
รายละเอียดฟีเจอร์
หน้าจอ: 1.6 นิ้ว AMOLED
แบตเตอรี่: 208 mAh
ระยะเวลาการใช้งาน: ประมาณ 13 วัน
ความทนทาน: IP68
น้ำหนัก: 15 กรัม
ราคา: ประมาณ 1,990 บาท
จุดเด่น
หน้าจอ AMOLED สีสวย
น้ำหนักเบามาก เพียง 15 กรัม ใส่สบายสุด ๆ
มีฟังก์ชันช่วยเหลือฉุกเฉิน เพิ่มความปลอดภัยเวลาใช้งาน
ข้อสังเกต
หน้าจอค่อนข้างเล็ก เหมาะกับข้อมือเล็กหรือผู้หญิงมากกว่า
8. HCare Go5 – สายดูแลผู้สูงอายุควรมี
HCare Go5 เน้นการเป็น สมาร์ตวอทช์ดูแลสุขภาพผู้สูงอายุโดยเฉพาะ เหมาะกับคนที่อยากมีตัวช่วยดูแลคนในครอบครัวแบบใกล้ชิดมากขึ้น
มีฟังก์ชันวัดอัตราการเต้นของหัวใจ วัดความดันโลหิต และแจ้งเตือนเมื่อมีการล้ม ใช้งานง่าย มี GPS ในตัวช่วยติดตามตำแหน่งได้ ดีไซน์อาจไม่หวือหวา แบตไม่ยาวที่สุดในกลุ่ม แต่แลกกับฟีเจอร์เพื่อความปลอดภัยที่ชัดเจน
รายละเอียดฟีเจอร์
หน้าจอ: 2.01 นิ้ว TFT
แบตเตอรี่: 380 mAh
ระยะเวลาการใช้งาน: ประมาณ 5–7 วัน
ความทนทาน: กันน้ำระดับ IP67
น้ำหนัก: 55 กรัม
ราคา: ประมาณ 2,730 บาท
จุดเด่น
หน้าจอใหญ่ 2.0 นิ้ว อ่านง่าย เหมาะกับผู้สูงอายุ
เน้นฟีเจอร์ตรวจเช็คสุขภาพสำคัญ
แบตเตอรี่ขนาดค่อนข้างใหญ่ รองรับการใช้งานได้หลายวัน
ข้อสังเกต
โหมดออกกำลังกายราว 100 ชนิด เพียงพอแต่ไม่จัดเต็มเท่ารุ่นสายสปอร์ตล้วน ๆ
9. Black Shark S1 Pro – สมาร์ตวอทช์สายเกมเมอร์ มี AI ในตัว
Black Shark S1 Pro ออกแบบมาสำหรับ สายเกมเมอร์และสายเทคจัด ๆ เพราะมี AI ในตัวและรองรับการพูดคุยกับ Chat GPT รวมถึงฟีเจอร์ดูแลสุขภาพสำหรับคนเล่นเกม
มีโหมด Gaming Health Monitoring ช่วยเตือนเรื่องเวลาการเล่น พร้อมหน้าจอ AMOLED ขนาด 1.43 นิ้ว สีสวยคมชัด แบตใช้ได้ราว 15 วัน บอดี้แข็งแรง กันน้ำกันเหงื่อระดับ IP68 และสามารถเปลี่ยนสายได้ตามสไตล์ผู้ใช้
รายละเอียดฟีเจอร์
หน้าจอ: 1.43 นิ้ว AMOLED
แบตเตอรี่: 310 mAh
ระยะเวลาการใช้งาน: ราว 15 วัน
ความทนทาน: IP68
น้ำหนัก: ไม่ได้ระบุชัดเจน
ราคา: ประมาณ 2,800 บาท
จุดเด่น
โหมด Game Health ช่วยดูแลสุขภาพสำหรับคอเกม
แบตเตอรี่ทน ใช้งานได้นานต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง
ตัวเรือนดูแข็งแรง ทนมือทนเหงื่อ
ข้อสังเกต
โหมดกีฬาไม่ได้เยอะเท่ารุ่นที่เน้นฟิตเนสโดยตรง
10. Aston GEO Track – เน้น GPS และความปลอดภัยสำหรับคนที่ต้องการดูแลเป็นพิเศษ
Aston GEO Track ถูกออกแบบมาเพื่อใช้เป็น นาฬิกาติดตามตัวและเพิ่มความปลอดภัย เหมาะกับเด็กและผู้สูงอายุที่ต้องการการดูแลอย่างใกล้ชิด
รองรับ GPS Tracking ติดตามตำแหน่งแบบเรียลไทม์ มีฟังก์ชัน SOS ขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน และกำหนดโซนปลอดภัยได้ แบตใช้งานได้พอสมควร ดีไซน์เรียบ ใช้งานง่าย รองรับ Bluetooth 5.4 ระยะเชื่อมต่อราว 10 เมตร และมีประกันสินค้า 1 ปี
รายละเอียดฟีเจอร์
หน้าจอ: 1.83 นิ้ว IPS
แบตเตอรี่: 240 mAh
ระยะเวลาการใช้งาน: ประมาณ 3–4 วัน
ความทนทาน: IP68
น้ำหนัก: ไม่ได้ระบุชัดเจน
ราคา: ประมาณ 1,190 บาท
จุดเด่น
หน้าจอใหญ่ สีสด อ่านง่าย
โหมดออกกำลังกายมากกว่า 100 โหมด
รองรับการรับสาย–โทรออกผ่าน Bluetooth
ข้อสังเกต
ดีไซน์ค่อนข้างเรียบ ใครชอบความล้ำอาจรู้สึกธรรมดาไปหน่อย
Smart Watch ทำอะไรได้บ้าง?
สมาร์ตวอทช์ยุคนี้ไม่ได้เป็นแค่นาฬิกาบอกเวลา แต่คือ ผู้ช่วยส่วนตัวบนข้อมือ ที่ทำได้หลายอย่าง เช่น
ติดตามสุขภาพพื้นฐาน: วัดอัตราการเต้นหัวใจ, คุณภาพการนอน, บางรุ่นรองรับ SpO₂
แจ้งเตือนต่าง ๆ: ข้อความ, สายเรียกเข้า, แจ้งเตือนแอปบนมือถือ
ควบคุมเพลงจากข้อมือ ไม่ต้องหยิบมือถือบ่อย
บางรุ่นรองรับการชำระเงินผ่าน NFC
ปรับแต่งหน้าปัดได้หลากแนว เหมาะกับคนที่ชอบเปลี่ยนสไตล์บ่อย ๆ
สรุปง่าย ๆ คือช่วยให้เราเห็นข้อมูลสุขภาพได้เร็วขึ้น และลดการหยิบมือถือโดยไม่จำเป็น
เลือก Smart Watch ยี่ห้อไหนดีให้ตรงไลฟ์สไตล์
การเลือกสมาร์ตวอทช์ไม่ได้มีคำตอบตายตัว ขึ้นอยู่กับ ไลฟ์สไตล์และสิ่งที่คุณให้ความสำคัญ มากที่สุด
ลองเช็กตัวเองแบบนี้:
ถ้าคุณเป็นสายออกกำลังกาย
เลือกรุ่นที่มีโหมดกีฬาหลากหลาย และรองรับ GNSS หรือ GPS ในตัว
ตัวอย่างเช่น Xiaomi Redmi Watch 5 Lite, Mibro Watch GS Active, CMF by Nothing – Watch Pro 2
ถ้าคุณเน้นดีไซน์และความเป็นแฟชั่น
เลือกจอ AMOLED ขนาดใหญ่ เปลี่ยนสายได้ และดีไซน์ไม่เชย
ตัวอย่างเช่น CMF by Nothing – Watch Pro 2, Kieslect KS3
ถ้าเน้นดูแลคนในครอบครัว โดยเฉพาะผู้สูงอายุหรือเด็ก
เลือกรุ่นที่มี GPS, SOS, ฟีเจอร์ตรวจสุขภาพชัดเจน
ตัวอย่างเช่น HCare Go5, Aston GEO Track
แบตสมาร์ตวอทช์ใช้ได้นานแค่ไหน?
โดยทั่วไปแล้ว ระยะเวลาการใช้งานแบตเตอรี่ขึ้นอยู่กับสองอย่าง คือ รุ่นที่เลือก และรูปแบบการใช้งานของเราเอง
ส่วนใหญ่ใช้งานได้ประมาณ 5–15 วัน
รุ่นที่เน้นแบตอึดและจอประหยัดพลังงานอาจไปได้มากกว่านั้น
ถ้าเปิดความสว่างจอสูง ใช้ GPS บ่อย เปิดแจ้งเตือนเยอะ แบตจะลดเร็วกว่าปกติ
ดังนั้น ถ้าคุณเป็นสายออกกำลังกลางแจ้ง เปิด GPS ตลอด ควรโฟกัสรุ่นที่เคลมแบตอึดเป็นพิเศษ เช่น Amazfit Bip 5 หรือ Mibro Watch GS Active
สมาร์ตวอทช์สำหรับสายออกกำลังกาย เลือกรุ่นไหนดี?
ถ้าจุดโฟกัสหลักของคุณคือ การออกกำลังกายและการเก็บข้อมูลการเคลื่อนไหวแบบละเอียด รุ่นต่อไปนี้ถือว่าน่าสนใจมาก:
Xiaomi Redmi Watch 5 Lite – โหมดกีฬาหลากหลาย มี GPS ในตัว แบตอึด และราคายังเบา
CMF by Nothing – Watch Pro 2 – ดีไซน์สวย พร้อมโหมดกีฬาเยอะ เหมาะกับทั้งออกกำลังและใส่เป็นแฟชั่น
Mibro Watch GS Active – สำหรับคนที่วิ่งหรือออกกำลังจริงจัง แบตอึด โหมดกีฬาเยอะ และมี GPS ในตัว
รุ่นอื่น ๆ ในลิสต์ก็ใช้กับออกกำลังกายได้ดีเช่นกัน ขึ้นกับว่า คุณต้องการเน้นอะไรระหว่างขนาดจอ ดีไซน์ ฟีเจอร์ หรือแบตเตอรี่
สรุป: งบไม่เกิน 3,000 ก็ได้สมาร์ตวอทช์ดี ๆ ได้
การจะเลือกสมาร์ตวอทช์ดี ๆ ในงบไม่เกิน 3,000 บาท ปี 2025 ไม่ใช่เรื่องยากแล้ว เพราะทั้ง 10 รุ่นข้างบนนี้ มีจุดเด่นต่างกันไปและตอบโจทย์หลากหลายสไตล์
ถ้าเน้นดีไซน์เรียบง่าย แบตอึด ใช้งานสบาย ๆ ทุกวัน
Amazfit Bip 5 คือคำตอบที่น่าสนใจมาก
ถ้าอยากได้สวย เท่ ฟีเจอร์แน่น จอ AMOLED คม ๆ
มองไปที่ CMF by Nothing – Watch Pro 2, Kieslect KS3, หรือ Xiaomi Redmi Watch 5 Lite
ถ้าเน้นออกกำลังกายจริงจัง และอยากมี GPS ในตัวแบบไม่เกินงบ
ลองดู Mibro Watch GS Active หรือ Redmi Watch 5 Lite
สุดท้ายแล้วให้ลองถามตัวเองว่า คุณอยากได้มันไปทำอะไรเป็นหลัก ถ้าเจอตัวที่ตรงกับไลฟ์สไตล์มากที่สุด นั่นแหละคือเรือนที่คุ้มที่สุดสำหรับคุณในงบไม่เกิน 3,000 บาท ใช้ยาว ๆ แบบสบายกระเป๋าและสบายใจไปพร้อมกัน

