รับแอปรับแอป

10 สมาร์ตวอทช์จอสวยแบตอึดไม่เกิน 3,000 บาท เลือกเรือนไหนให้คุ้มสุดปี 2025

อภิสิทธิ์ ศรีทอง01-29

เปิดข้อมือให้ล้ำ! สมาร์ตวอทช์ไม่เกิน 3,000 บาทก็โหดได้

ถ้าคุณกำลังเล็ง สมาร์ตวอทช์จอสีสวย ฟีเจอร์แน่น แบตอึด แต่ไม่อยากควักเกิน 3,000 บาท ปี 2025 นี้บอกเลยว่ามีตัวเลือกโหด ๆ เยอะมาก

สายออกกำลังกายอยากได้ตัวช่วยเก็บสถิติ สายเฮลท์แคร์อยากติดตามสุขภาพทั้งวัน หรือสายชิลที่แค่ต้องการนาฬิกาแจ้งเตือนข้อความ–โทรเข้า แต่ยังต้อง ดีไซน์ดูดี ราคาไม่บาดใจ บทความนี้รวบให้แล้ว 10 รุ่นน่าโดน ครบทั้งสเปก ฟีเจอร์ และจุดเด่น–ข้อสังเกตแบบเน้น ๆ

10 สมาร์ตวอทช์น่าซื้อ ปี 2025 ในงบไม่เกิน 3,000 บาท

ด้านล่างนี้คือ 10 รุ่นเด่น ที่เน้น ความคุ้ม ฟังก์ชันจริงจัง แบตใช้งานได้หลายวัน เหมาะทั้งมือใหม่และคนที่เคยใช้สมาร์ตวอทช์มาก่อน

  • Amazfit Bip 5

  • Xiaomi Redmi Watch 5 Lite

  • CMF by Nothing – Watch Pro 2

  • Aolon GT5 Pro

  • Kieslect KS3

  • Mibro Watch GS Active

  • Samsung Galaxy Fit 3

  • HCare Go5

  • Black Shark S1 Pro

  • Aston GEO Track

1. Amazfit Bip 5 – ตัวจบสายประหยัด แบตโหด

Amazfit Bip 5 เหมาะกับคนที่อยากเริ่มใช้สมาร์ตวอทช์แบบ ใช้งานง่าย แบตอยู่ยาว ไม่ต้องชาร์จทุกคืน เน้นความคุ้ม ไม่หวือหวาแต่ครบฟังก์ชันสำคัญ

รองรับการวัดชีพจร นับก้าว ติดตามการนอน และฟีเจอร์สุขภาพพื้นฐานต่าง ๆ ดีไซน์อาจจะไม่ล้ำเท่ารุ่นแฟชั่นจัด ๆ แต่ได้ความเรียบง่าย น้ำหนักเบา และราคาน่าคบ ทำให้เหมาะมากสำหรับคนที่อยากได้ สมาร์ตวอทช์ถูกและดีในชีวิตประจำวัน

รายละเอียดฟีเจอร์

  • หน้าจอ: 1.91 นิ้ว LCD

  • แบตเตอรี่: 300 mAh

  • ระยะเวลาการใช้งาน: ราว 10–12 วัน

  • ความทนทาน: กันน้ำระดับ IP68

  • น้ำหนัก: 26 กรัม

  • ราคา: ประมาณ 2,290 บาท

จุดเด่น

  • แบตเตอรี่อึด ใช้งานได้หลายวันต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง

  • หน้าจอใหญ่ ทัชง่าย อ่านข้อมูลได้ชัด

  • โหมดกีฬามากกว่า 120 โหมด รองรับกิจกรรมหลากหลาย

ข้อสังเกต

  • ดีไซน์เรียบง่าย เน้นใช้งานจริงมากกว่าความหวือหวา

2. Xiaomi Redmi Watch 5 Lite – จอสวย ฟีเจอร์ครบ ในราคาเบา ๆ

Xiaomi Redmi Watch 5 Lite เหมาะกับคนที่อยากได้ ดีไซน์สวย ทันสมัย จอสดใส แต่ยังอยากประหยัดงบ ตัวนี้จัดว่าโหดในช่วงราคา ฟีเจอร์จำเป็นให้มาครบ

รองรับวัดอัตราการเต้นหัวใจ นับก้าว ติดตามการนอน พร้อมจอสีสันคมชัด แบตใช้งานได้นานสุดราว 18 วัน มี GPS ในตัว และยังรองรับการโทรผ่าน Bluetooth ได้ด้วย

รายละเอียดฟีเจอร์

  • หน้าจอ: 1.96 นิ้ว AMOLED

  • แบตเตอรี่: 350 mAh

  • ระยะเวลาการใช้งาน: สูงสุดประมาณ 18 วัน

  • ความทนทาน: กันน้ำระดับ 5 ATM

  • น้ำหนัก: 29.2 กรัม

  • ราคา: ประมาณ 1,430 บาท

จุดเด่น

  • หน้าจอ AMOLED สีสด คมชัด

  • โทรผ่าน Bluetooth ได้

  • มี GPS ในตัว ใช้งานด้านออกกำลังกายได้จริงจัง

ข้อสังเกต

  • แอป Mi Fitness อาจรู้สึกซับซ้อนสำหรับมือใหม่

  • ถ้าเปิด GPS บ่อย แบตจะลดไวขึ้น

3. CMF by Nothing – Watch Pro 2 สายแฟชั่นต้องมอง

CMF by Nothing – Watch Pro 2 เด่นด้วย ดีไซน์สไตล์จัด มีเอกลักษณ์ เหมาะกับคนที่อยากได้สมาร์ตวอทช์ที่เป็นทั้งอุปกรณ์ไอทีและแฟชั่นไอเท็มในเรือนเดียว

ใช้หน้าจอ AMOLED ขนาดใหญ่ คมชัด แบตเตอรี่อยู่ได้สูงสุดราว 11–13 วัน พร้อม GPS ในตัว และโหมดกีฬาให้เลือกเยอะ สามารถใช้ได้ทั้งสายสุขภาพและสายเท่

รายละเอียดฟีเจอร์

  • หน้าจอ: 1.32 นิ้ว AMOLED

  • แบตเตอรี่: 305 mAh

  • ระยะเวลาการใช้งาน: ราว 11 วัน

  • ความทนทาน: IP68

  • น้ำหนัก: 48.1 กรัม

  • ราคา: ประมาณ 2,699 บาท

จุดเด่น

  • ดีไซน์เก๋ ทันสมัย เหมาะกับคนชอบแนวแฟชั่น

  • แบตเตอรี่อึด ใช้งานได้ยาวหลายวัน

  • หน้าจอ AMOLED สีสวยคมชัด

ข้อสังเกต

  • โหมดกีฬาประมาณ 120 ชนิด แต่ลายตาได้เหมือนกันถ้าไม่ได้ใช้เยอะ

4. Aolon GT5 Pro – สายลุยกลางแจ้งต้องลอง

Aolon GT5 Pro เหมาะกับคนที่ต้องการ สมาร์ตวอทช์แนวลุย แข็งแรง ใช้ได้หลายสถานการณ์ โดยเฉพาะกิจกรรมกลางแจ้งและกีฬาแนวแอดเวนเจอร์

มากับหน้าจอ TFT-LCD ขนาด 1.69 นิ้ว ความละเอียด 360×360 พิกเซล แบตเตอรี่ 340 mAh ใช้งานได้ราว 7–10 วัน มีโหมดกีฬาเกิน 100 โหมด รองรับการโทรผ่าน Bluetooth มีเข็มทิศ และกันน้ำระดับ IP67

รายละเอียดฟีเจอร์

  • หน้าจอ: 1.69 นิ้ว TFT

  • แบตเตอรี่: 340 mAh

  • ระยะเวลาการใช้งาน: ประมาณ 7 วัน (ประหยัด ๆ ดันได้ราว 10 วัน)

  • ความทนทาน: IP67

  • น้ำหนัก: 52 กรัม

  • ราคา: ประมาณ 1,800 บาท

จุดเด่น

  • วัสดุแข็งแรง ดีไซน์แนวสปอร์ตหรู แต่น้ำหนักยังถือว่าไม่หนักเกิน

  • โหมดกีฬาให้มากกว่า 120 รูปแบบ

  • ฟีเจอร์สุขภาพพื้นฐานครบ วัดชีพจรได้ตลอดวัน

  • แบตเตอรี่อยู่ได้หลายวัน เหมาะกับคนไม่ชอบชาร์จบ่อย

ข้อสังเกต

  • ใช้จอ TFT-LCD สีสันและคอนทราสต์จะไม่เด่นเท่า AMOLED

5. Kieslect KS3 – จอใหญ่คม โทรได้ ฟีลพรีเมียมในงบเอื้อมถึง

Kieslect KS3 เหมาะกับคนที่ให้ความสำคัญกับ หน้าจอสวยใช้งานเพลิน และอยากได้สมาร์ตวอทช์ที่โทรผ่าน Bluetooth ได้ในตัวเดียว

หน้าจอ AMOLED ขนาด 2.1 นิ้ว ให้สีสด คมชัด ทัชลื่น ฟีเจอร์พื้นฐานด้านสุขภาพและการออกกำลังกายมีครบ การใช้งานโดยรวมไม่ซับซ้อน เหมาะกับทั้งมือใหม่และผู้ใช้ทั่วไป

รายละเอียดฟีเจอร์

  • หน้าจอ: 2.1 นิ้ว AMOLED

  • แบตเตอรี่: 400 mAh

  • ระยะเวลาการใช้งาน: ราว 7–10 วัน

  • ความทนทาน: กันน้ำระดับ 5 ATM

  • น้ำหนัก: 46 กรัม

  • ราคา: ประมาณ 2,590 บาท

จุดเด่น

  • รองรับการโทรผ่าน Bluetooth ใช้คุยสายได้สะดวก

  • หน้าจอ AMOLED สีสด การทัชลื่นมือ

  • โหมดกีฬาเยอะ ระดับกว่า 150 โหมด

ข้อสังเกต

  • ถ้าเปิดหน้าจอบ่อยหรือใช้งานหนัก แบตจะลดเร็วกว่าบางรุ่นที่เน้นอึดจัด

6. Mibro Watch GS Active – สายฟิตเนสจัดเต็ม แบตอึดสุดในลิสต์

Mibro Watch GS Active ถูกออกแบบมาเพื่อ สายออกกำลังกายตัวจริง ที่อยากเก็บข้อมูลละเอียด ทั้งการเดิน วิ่ง ไปจนถึงการเวิร์กเอาต์หลากหลายรูปแบบ

มี GPS ในตัว ทำให้ติดตามเส้นทางการออกกำลังกายได้แม่นยำ แบตใช้ได้นานสูงสุดถึงประมาณ 20 วัน ดีไซน์สปอร์ต เท่ และมีสายให้เลือกหลายแบบ เข้ากับทั้งชุดลำลองและชุดฟิตเนส

รายละเอียดฟีเจอร์

  • หน้าจอ: 1.3 นิ้ว AMOLED

  • แบตเตอรี่: 400 mAh

  • ระยะเวลาการใช้งาน: สูงสุดราว 20 วัน

  • ความทนทาน: กันน้ำ 5 ATM

  • น้ำหนัก: 51.5 กรัม

  • ราคา: ประมาณ 2,840 บาท

จุดเด่น

  • ดีไซน์สปอร์ตสวย สายให้เลือกหลายสไตล์

  • โหมดกีฬา 100+ ครอบคลุมกิจกรรมครบ ๆ

  • แบตเตอรี่จัดว่าอึดมาก เหมาะกับคนที่ชอบออกกำลังบ่อย

ข้อสังเกต

  • ลุคสปอร์ตจัด ๆ อาจไม่ถูกใจสายมินิมอลหรือสายแฟชั่นที่อยากได้ลุคเนี้ยบ ๆ

7. Samsung Galaxy Fit 3 – เบา ใส่สบาย สายซัมซุงต้องส่อง

Samsung Galaxy Fit 3 เป็นสายรัดข้อมืออัจฉริยะที่ใกล้เคียงสมาร์ตวอทช์ เหมาะมากกับคนที่ใช้มือถือ Samsung อยู่แล้ว เพราะการเชื่อมต่อทำงานได้ลื่นและเสถียร

ดีไซน์เพรียว น้ำหนักเบามาก ใส่ทั้งวันก็ไม่เกะกะ แบตอยู่ได้ราว 13 วัน ฟีเจอร์ด้านสุขภาพและการออกกำลังกายพื้นฐานครบ พร้อมฟังก์ชันแจ้งเตือนฉุกเฉินเพื่อความอุ่นใจ

รายละเอียดฟีเจอร์

  • หน้าจอ: 1.6 นิ้ว AMOLED

  • แบตเตอรี่: 208 mAh

  • ระยะเวลาการใช้งาน: ประมาณ 13 วัน

  • ความทนทาน: IP68

  • น้ำหนัก: 15 กรัม

  • ราคา: ประมาณ 1,990 บาท

จุดเด่น

  • หน้าจอ AMOLED สีสวย

  • น้ำหนักเบามาก เพียง 15 กรัม ใส่สบายสุด ๆ

  • มีฟังก์ชันช่วยเหลือฉุกเฉิน เพิ่มความปลอดภัยเวลาใช้งาน

ข้อสังเกต

  • หน้าจอค่อนข้างเล็ก เหมาะกับข้อมือเล็กหรือผู้หญิงมากกว่า

8. HCare Go5 – สายดูแลผู้สูงอายุควรมี

HCare Go5 เน้นการเป็น สมาร์ตวอทช์ดูแลสุขภาพผู้สูงอายุโดยเฉพาะ เหมาะกับคนที่อยากมีตัวช่วยดูแลคนในครอบครัวแบบใกล้ชิดมากขึ้น

มีฟังก์ชันวัดอัตราการเต้นของหัวใจ วัดความดันโลหิต และแจ้งเตือนเมื่อมีการล้ม ใช้งานง่าย มี GPS ในตัวช่วยติดตามตำแหน่งได้ ดีไซน์อาจไม่หวือหวา แบตไม่ยาวที่สุดในกลุ่ม แต่แลกกับฟีเจอร์เพื่อความปลอดภัยที่ชัดเจน

รายละเอียดฟีเจอร์

  • หน้าจอ: 2.01 นิ้ว TFT

  • แบตเตอรี่: 380 mAh

  • ระยะเวลาการใช้งาน: ประมาณ 5–7 วัน

  • ความทนทาน: กันน้ำระดับ IP67

  • น้ำหนัก: 55 กรัม

  • ราคา: ประมาณ 2,730 บาท

จุดเด่น

  • หน้าจอใหญ่ 2.0 นิ้ว อ่านง่าย เหมาะกับผู้สูงอายุ

  • เน้นฟีเจอร์ตรวจเช็คสุขภาพสำคัญ

  • แบตเตอรี่ขนาดค่อนข้างใหญ่ รองรับการใช้งานได้หลายวัน

ข้อสังเกต

  • โหมดออกกำลังกายราว 100 ชนิด เพียงพอแต่ไม่จัดเต็มเท่ารุ่นสายสปอร์ตล้วน ๆ

9. Black Shark S1 Pro – สมาร์ตวอทช์สายเกมเมอร์ มี AI ในตัว

Black Shark S1 Pro ออกแบบมาสำหรับ สายเกมเมอร์และสายเทคจัด ๆ เพราะมี AI ในตัวและรองรับการพูดคุยกับ Chat GPT รวมถึงฟีเจอร์ดูแลสุขภาพสำหรับคนเล่นเกม

มีโหมด Gaming Health Monitoring ช่วยเตือนเรื่องเวลาการเล่น พร้อมหน้าจอ AMOLED ขนาด 1.43 นิ้ว สีสวยคมชัด แบตใช้ได้ราว 15 วัน บอดี้แข็งแรง กันน้ำกันเหงื่อระดับ IP68 และสามารถเปลี่ยนสายได้ตามสไตล์ผู้ใช้

รายละเอียดฟีเจอร์

  • หน้าจอ: 1.43 นิ้ว AMOLED

  • แบตเตอรี่: 310 mAh

  • ระยะเวลาการใช้งาน: ราว 15 วัน

  • ความทนทาน: IP68

  • น้ำหนัก: ไม่ได้ระบุชัดเจน

  • ราคา: ประมาณ 2,800 บาท

จุดเด่น

  • โหมด Game Health ช่วยดูแลสุขภาพสำหรับคอเกม

  • แบตเตอรี่ทน ใช้งานได้นานต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง

  • ตัวเรือนดูแข็งแรง ทนมือทนเหงื่อ

ข้อสังเกต

  • โหมดกีฬาไม่ได้เยอะเท่ารุ่นที่เน้นฟิตเนสโดยตรง

10. Aston GEO Track – เน้น GPS และความปลอดภัยสำหรับคนที่ต้องการดูแลเป็นพิเศษ

Aston GEO Track ถูกออกแบบมาเพื่อใช้เป็น นาฬิกาติดตามตัวและเพิ่มความปลอดภัย เหมาะกับเด็กและผู้สูงอายุที่ต้องการการดูแลอย่างใกล้ชิด

รองรับ GPS Tracking ติดตามตำแหน่งแบบเรียลไทม์ มีฟังก์ชัน SOS ขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน และกำหนดโซนปลอดภัยได้ แบตใช้งานได้พอสมควร ดีไซน์เรียบ ใช้งานง่าย รองรับ Bluetooth 5.4 ระยะเชื่อมต่อราว 10 เมตร และมีประกันสินค้า 1 ปี

รายละเอียดฟีเจอร์

  • หน้าจอ: 1.83 นิ้ว IPS

  • แบตเตอรี่: 240 mAh

  • ระยะเวลาการใช้งาน: ประมาณ 3–4 วัน

  • ความทนทาน: IP68

  • น้ำหนัก: ไม่ได้ระบุชัดเจน

  • ราคา: ประมาณ 1,190 บาท

จุดเด่น

  • หน้าจอใหญ่ สีสด อ่านง่าย

  • โหมดออกกำลังกายมากกว่า 100 โหมด

  • รองรับการรับสาย–โทรออกผ่าน Bluetooth

ข้อสังเกต

  • ดีไซน์ค่อนข้างเรียบ ใครชอบความล้ำอาจรู้สึกธรรมดาไปหน่อย

Smart Watch ทำอะไรได้บ้าง?

สมาร์ตวอทช์ยุคนี้ไม่ได้เป็นแค่นาฬิกาบอกเวลา แต่คือ ผู้ช่วยส่วนตัวบนข้อมือ ที่ทำได้หลายอย่าง เช่น

  • ติดตามสุขภาพพื้นฐาน: วัดอัตราการเต้นหัวใจ, คุณภาพการนอน, บางรุ่นรองรับ SpO₂

  • แจ้งเตือนต่าง ๆ: ข้อความ, สายเรียกเข้า, แจ้งเตือนแอปบนมือถือ

  • ควบคุมเพลงจากข้อมือ ไม่ต้องหยิบมือถือบ่อย

  • บางรุ่นรองรับการชำระเงินผ่าน NFC

  • ปรับแต่งหน้าปัดได้หลากแนว เหมาะกับคนที่ชอบเปลี่ยนสไตล์บ่อย ๆ

สรุปง่าย ๆ คือช่วยให้เราเห็นข้อมูลสุขภาพได้เร็วขึ้น และลดการหยิบมือถือโดยไม่จำเป็น

เลือก Smart Watch ยี่ห้อไหนดีให้ตรงไลฟ์สไตล์

การเลือกสมาร์ตวอทช์ไม่ได้มีคำตอบตายตัว ขึ้นอยู่กับ ไลฟ์สไตล์และสิ่งที่คุณให้ความสำคัญ มากที่สุด

ลองเช็กตัวเองแบบนี้:

  • ถ้าคุณเป็นสายออกกำลังกาย

    • เลือกรุ่นที่มีโหมดกีฬาหลากหลาย และรองรับ GNSS หรือ GPS ในตัว

    • ตัวอย่างเช่น Xiaomi Redmi Watch 5 Lite, Mibro Watch GS Active, CMF by Nothing – Watch Pro 2

  • ถ้าคุณเน้นดีไซน์และความเป็นแฟชั่น

    • เลือกจอ AMOLED ขนาดใหญ่ เปลี่ยนสายได้ และดีไซน์ไม่เชย

    • ตัวอย่างเช่น CMF by Nothing – Watch Pro 2, Kieslect KS3

  • ถ้าเน้นดูแลคนในครอบครัว โดยเฉพาะผู้สูงอายุหรือเด็ก

    • เลือกรุ่นที่มี GPS, SOS, ฟีเจอร์ตรวจสุขภาพชัดเจน

    • ตัวอย่างเช่น HCare Go5, Aston GEO Track

แบตสมาร์ตวอทช์ใช้ได้นานแค่ไหน?

โดยทั่วไปแล้ว ระยะเวลาการใช้งานแบตเตอรี่ขึ้นอยู่กับสองอย่าง คือ รุ่นที่เลือก และรูปแบบการใช้งานของเราเอง

  • ส่วนใหญ่ใช้งานได้ประมาณ 5–15 วัน

  • รุ่นที่เน้นแบตอึดและจอประหยัดพลังงานอาจไปได้มากกว่านั้น

  • ถ้าเปิดความสว่างจอสูง ใช้ GPS บ่อย เปิดแจ้งเตือนเยอะ แบตจะลดเร็วกว่าปกติ

ดังนั้น ถ้าคุณเป็นสายออกกำลังกลางแจ้ง เปิด GPS ตลอด ควรโฟกัสรุ่นที่เคลมแบตอึดเป็นพิเศษ เช่น Amazfit Bip 5 หรือ Mibro Watch GS Active

สมาร์ตวอทช์สำหรับสายออกกำลังกาย เลือกรุ่นไหนดี?

ถ้าจุดโฟกัสหลักของคุณคือ การออกกำลังกายและการเก็บข้อมูลการเคลื่อนไหวแบบละเอียด รุ่นต่อไปนี้ถือว่าน่าสนใจมาก:

  • Xiaomi Redmi Watch 5 Lite – โหมดกีฬาหลากหลาย มี GPS ในตัว แบตอึด และราคายังเบา

  • CMF by Nothing – Watch Pro 2 – ดีไซน์สวย พร้อมโหมดกีฬาเยอะ เหมาะกับทั้งออกกำลังและใส่เป็นแฟชั่น

  • Mibro Watch GS Active – สำหรับคนที่วิ่งหรือออกกำลังจริงจัง แบตอึด โหมดกีฬาเยอะ และมี GPS ในตัว

รุ่นอื่น ๆ ในลิสต์ก็ใช้กับออกกำลังกายได้ดีเช่นกัน ขึ้นกับว่า คุณต้องการเน้นอะไรระหว่างขนาดจอ ดีไซน์ ฟีเจอร์ หรือแบตเตอรี่

สรุป: งบไม่เกิน 3,000 ก็ได้สมาร์ตวอทช์ดี ๆ ได้

การจะเลือกสมาร์ตวอทช์ดี ๆ ในงบไม่เกิน 3,000 บาท ปี 2025 ไม่ใช่เรื่องยากแล้ว เพราะทั้ง 10 รุ่นข้างบนนี้ มีจุดเด่นต่างกันไปและตอบโจทย์หลากหลายสไตล์

  • ถ้าเน้นดีไซน์เรียบง่าย แบตอึด ใช้งานสบาย ๆ ทุกวัน

    • Amazfit Bip 5 คือคำตอบที่น่าสนใจมาก

  • ถ้าอยากได้สวย เท่ ฟีเจอร์แน่น จอ AMOLED คม ๆ

    • มองไปที่ CMF by Nothing – Watch Pro 2, Kieslect KS3, หรือ Xiaomi Redmi Watch 5 Lite

  • ถ้าเน้นออกกำลังกายจริงจัง และอยากมี GPS ในตัวแบบไม่เกินงบ

    • ลองดู Mibro Watch GS Active หรือ Redmi Watch 5 Lite

สุดท้ายแล้วให้ลองถามตัวเองว่า คุณอยากได้มันไปทำอะไรเป็นหลัก ถ้าเจอตัวที่ตรงกับไลฟ์สไตล์มากที่สุด นั่นแหละคือเรือนที่คุ้มที่สุดสำหรับคุณในงบไม่เกิน 3,000 บาท ใช้ยาว ๆ แบบสบายกระเป๋าและสบายใจไปพร้อมกัน