รับแอปรับแอป

8 สมาร์ทวอตช์น่าซื้อปี 2025 งบไม่เกิน 3,000 เลือกยังไงให้คุ้มสุด

สกล วิริยะกิจ01-29

รวมสมาร์ทวอตช์สุดคุ้ม ปี 2025 งบแค่ 3,000 ก็ได้ของดี

ในยุคที่ทุกอย่างเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนและโลกออนไลน์ สมาร์ทวอตช์ กลายเป็นผู้ช่วยประจำข้อมือที่หลายคนขาดไม่ได้ ทั้งเรื่องสุขภาพ การออกกำลังกาย การนอนหลับ ไปจนถึงแจ้งเตือนต่างๆ จากมือถือ

ถ้าคุณกำลังมองหาสมาร์ทวอตช์ดีไซน์สวย ฟังก์ชันครบ แบรนด์น่าเชื่อถือ และที่สำคัญคือ ราคาไม่เกิน 3,000 บาท ลองมาดู 8 รุ่นที่คัดมาแล้วว่า คุ้มจริง ใช้งานได้ยาวไม่เสียของ

1. IMIKI SF1 สมาร์ทวอตช์สายพรีเมียมราคาน่ารัก

IMIKI SF1 เหมาะกับคนที่อยากได้ลุคหรูหรา แต่ไม่อยากควักเงินเยอะ โดยรุ่นนี้มาพร้อมหน้าจอ AMOLED สีสด รายละเอียดคมชัด ดีไซน์เรียบ ดูแพง และตัวเรือนทำจากโลหะคุณภาพดี ให้ความรู้สึกแข็งแรงและพรีเมียมเวลาสวมใส่

จุดเด่นน่าสนใจ ได้แก่

  • เม็ดมะยมหมุนได้ลื่น ใช้ปรับเปลี่ยนฟังก์ชันได้สะดวก

  • รองรับ Bluetooth Calling คุยโทรศัพท์ได้ผ่านนาฬิกา

  • อัปโหลดรูปและปรับแต่งหน้าปัดได้เองตามใจ

  • ใช้ได้ทั้ง Google Assistant และ Siri

  • ฟังก์ชันเพื่อสุขภาพครบ ทั้งวัดชีพจร เลือดออกซิเจน การนอนหลับ ความเครียด และความดันโลหิต

เหมาะกับ: คนที่อยากได้สมาร์ทวอตช์หน้าตาดี ดูแพง แต่ราคาเอื้อมถึง และยังได้ฟังก์ชันครบถ้วน

2. Redmi Watch 5 Active สายฟิตเนสต้องมี

ใครที่เน้นเรื่องออกกำลังกายเป็นหลัก Redmi Watch 5 Active เป็นตัวเลือกที่น่าลอง เพราะตัวเรือนน้ำหนักเบา สวมใส่สบาย หน้าจอใหญ่และสีสันชัด ดูข้อมูลระหว่างวิ่งหรือออกกำลังกายได้ง่าย

ฟีเจอร์เด่นมีดังนี้

  • หน้าจอ LCD ขนาด 2 นิ้ว มองชัดเต็มตา

  • แบตเตอรี่อึด ใช้งานได้นานสุดประมาณ 18 วัน

  • ติดตามความเครียดและระดับออกซิเจนในเลือดได้ทั้งวัน

  • กันน้ำระดับ 5ATM ใส่ออกกำลังกายหรือโดนน้ำได้สบาย

  • มาพร้อมไมโครโฟนคู่ ช่วยตัดเสียงรบกวน และรองรับการโทรผ่าน Bluetooth

เหมาะกับ: คนที่ออกกำลังกายบ่อย อยากได้สมาร์ทวอตช์ไว้ติดตามสุขภาพและการเคลื่อนไหวอย่างจริงจัง

3. Xmars Smart Watch HW-01 รุ่นเริ่มต้นที่คุ้มกว่าที่คิด

ใครเพิ่งจะลองใช้สมาร์ทวอตช์ครั้งแรก Xmars HW-01 เป็นรุ่นที่ตอบโจทย์ เพราะฟีเจอร์พื้นฐานให้มาครบ ทั้งวัดชีพจร ควบคุมเพลง รับแจ้งเตือนสายเรียกเข้า แถมยังโทรผ่าน Bluetooth ได้ด้วย

ความสามารถหลักของรุ่นนี้ ได้แก่

  • เชื่อมต่อผ่านบลูทูธ ใช้งานร่วมกับแอป Fitpro ได้ทั้ง 2 ระบบปฏิบัติการ

  • มีลำโพงในตัว คุยโทรศัพท์หรือฟังเพลงผ่านนาฬิกาได้โดยตรง

  • แสดงข้อมูลก้าวเดิน การออกกำลังกาย และโหมดสุขภาพต่างๆ

เหมาะกับ: มือใหม่ที่อยากลองใช้สมาร์ทวอตช์ หรือคนข้อมือเล็กที่มองหาตัวเลือกคุ้มราคา

4. Amazfit Bip 5 สายสุขภาพตัวจริงต้องลอง

Amazfit Bip 5 มาจากแบรนด์ที่โดดเด่นด้านอุปกรณ์สุขภาพโดยเฉพาะ รุ่นนี้ใช้ระบบ Zepp OS ที่ลื่น ใช้ง่าย และรองรับ Alexa ช่วยสั่งงานด้วยเสียงได้สะดวก

ด้านสุขภาพก็จัดเต็ม เช่น

  • ตรวจวัดความเครียด

  • ติดตามการนอนอย่างละเอียด

  • วัดอัตราการเต้นหัวใจต่อเนื่องทั้งวัน

  • แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวประมาณ 10 วันต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง

เหมาะกับ: คนที่จริงจังกับการดูแลสุขภาพ อยากได้สมาร์ทวอตช์เน้นฟีเจอร์สุขภาพโดยเฉพาะ

5. Why Smart Watch SW-101A เรียบง่ายแต่ได้ฟังก์ชันครบ

ใครที่อยากได้อะไรตรงไปตรงมา ใช้งานง่าย Why Smart Watch รุ่น SW-101A ถือว่าตอบโจทย์ เพราะหน้าจอสัมผัสความละเอียดสูง และรองรับการโทรเข้า-ออกผ่าน Bluetooth แบบไม่ยุ่งยาก

ฟีเจอร์หลักที่ให้มาคือ

  • ใช้งานคู่กับแอปเพื่อควบคุมกล้องถ่ายรูป

  • ควบคุมเพลงจากข้อมือได้

  • รับการแจ้งเตือนพื้นฐานครบ

  • รองรับการใช้งานเมนูภาษาไทย

เหมาะกับ: ผู้ใช้ทั่วไปที่อยากได้สมาร์ทวอตช์ใช้ง่าย ไม่ซับซ้อน แต่ได้ฟังก์ชันหลากหลายในราคาเป็นมิตร

6. Xiaomi Band 9 Pro สมาร์ทแบนด์ที่ใกล้เคียงสมาร์ทวอตช์เต็มตัว

ถ้าอยากได้อะไรที่บางเบาแต่ฟีเจอร์แน่น Xiaomi Band 9 Pro คือคำตอบ มาพร้อมหน้าจอ AMOLED ขนาดใหญ่ ใช้งานสบายตา และยังวัดชีพจร รวมถึง SpO2 ได้แบบครบถ้วน

จุดเด่นของรุ่นนี้คือ

  • ใช้ตั้งปลุก ควบคุมเพลงจากข้อมือได้

  • รองรับโหมดออกกำลังกายประมาณ 11 แบบ เช่น เดิน วิ่ง ฟุตบอล แบดมินตัน ฯลฯ

  • กันน้ำและฝุ่นมาตรฐาน IP67 พร้อมฟังก์ชันด้านสุขภาพพื้นฐานครบ

  • เชื่อมต่อกับแอป Mi Fitness ที่หน้าตาอินเทอร์เฟซใช้งานง่าย

เหมาะกับ: คนที่ชอบดีไซน์เพรียวบาง น้ำหนักเบา และต้องการติดตามสุขภาพในทุกวัน

7. Coco Muse Co10 Mini สมาร์ทวอตช์ไซซ์มินิสายแฟชั่น

สำหรับคนข้อมือเล็กหรือสาวๆ ที่อยากได้สมาร์ทวอตช์ขนาดกำลังน่ารัก Coco Muse Co10 Mini เป็นตัวเลือกที่ดูดีทีเดียว เพราะเครื่องมีขนาดเล็กกะทัดรัด สีสันมีให้เลือกหลายแบบ และยังให้ฟังก์ชันพื้นฐานครบถ้วน

ฟีเจอร์หลัก เช่น

  • หน้าจอ AMOLED ความละเอียดสูง สีสวยคมชัด

  • เชื่อมต่อกับมือถือได้ทุกระบบ รับการแจ้งเตือนได้

  • สามารถเชื่อมหูฟังบลูทูธใช้งานไปพร้อมกับนาฬิกาได้

เหมาะกับ: คนที่ให้ความสำคัญกับดีไซน์น่ารัก ขนาดเล็กพอดีข้อมือ แต่ยังอยากใช้ฟังก์ชันพื้นฐานได้ครบ

8. Remax Watch11 สไตล์คล้ายแบรนด์ดังในงบสบายกระเป๋า

Remax Watch11 เป็นรุ่นที่มาในลุคทันสมัย ใครที่ชอบดีไซน์สไตล์คล้ายสมาร์ทวอตช์แบรนด์ดังน่าจะถูกใจ หน้าจอสี ใช้งานได้หลากหลาย ทั้งควบคุมเพลง กล้อง และแจ้งเตือนจากสมาร์ทโฟน

ฟังก์ชันที่ให้มามีทั้ง

  • โทรออก รับสาย และสนทนาผ่านตัวนาฬิกา

  • รองรับการชาร์จแบบ Wireless Charge

  • เก็บข้อมูลการออกกำลังกายและข้อมูลสุขภาพต่างๆ

  • ใช้กดถ่ายรูปผ่านตัวนาฬิกาได้

เหมาะกับ: คนที่อยากได้สมาร์ทวอตช์ดีไซน์ทันสมัย หน้าตาดี ฟีเจอร์ครบ ในราคาที่จับต้องได้

สรุป: เลือกสมาร์ทวอตช์ให้ตรงสไตล์ แล้วจะรู้ว่าของดีไม่จำเป็นต้องแพง

ทั้ง 8 รุ่นนี้คือสมาร์ทวอตช์ที่จัดว่า คุ้มค่า คุ้มราคา สำหรับงบประมาณไม่เกิน 3,000 บาท ไม่ว่าคุณจะเน้นออกกำลังกาย เน้นดีไซน์ หรือเน้นการโทรและการแจ้งเตือน ก็มีตัวเลือกให้เลือกครบ

ก่อนตัดสินใจ ลองถามตัวเองให้ชัดว่า

  • อยากเน้นฟังก์ชันด้านไหนเป็นพิเศษ

  • ใช้เพื่อสุขภาพจริงจัง หรือแค่แจ้งเตือนทั่วไป

  • ให้ความสำคัญกับดีไซน์มากแค่ไหน

แค่เลือกให้ตรงไลฟ์สไตล์ของตัวเอง คุณก็จะได้สมาร์ทวอตช์เป็นผู้ช่วยดิจิทัลคู่ใจ ที่ทั้งดูดีและใช้งานได้คุ้มทุกบาททุกสตางค์