เปิดประตูสู่ดินแดนคริสต์มาสแห่งยุโรป
สำหรับสายหลงรักบรรยากาศคริสต์มาสแบบหมดใจ แคว้น Alsace ทางตะวันออกของฝรั่งเศสคือดินแดนที่ต้องไปเยือนให้ได้สักครั้งในชีวิต ดินแดนเล็กๆ ริมพรมแดนเยอรมนีแห่งนี้ไม่ใช่แค่ฉากหลังของเทพนิยายหลายเรื่อง แต่ยังถูกยกให้เป็นหนึ่งใน The Capital of Christmas ของยุโรปอย่างสมศักดิ์ศรี
เมื่อปลายปีเริ่มใกล้เข้ามา เสียงเพลงคริสต์มาส แสงไฟระยิบระยับ และต้นสนประดับไฟก็เริ่มปลุกเมืองทั้งแคว้นให้มีชีวิต ช่วงเวลานี้คือฤดูกาลที่ใครหลายคนยอมขึ้นเครื่องบินข้ามทวีปเพื่อมาดื่มด่ำมนตร์เสน่ห์เฉพาะของคริสต์มาสแบบ Alsatian ที่ ทั้งอบอุ่น ละมุน และโรแมนติกเหมือนเดินอยู่ในหนังสือภาพ
และนี่คือ 5 เมืองใน Alsace ที่จะทำให้คุณหลุดเข้าไปอยู่ในเทพนิยายแบบเต็มตัว
Strasbourg: หัวใจแห่งคริสต์มาสของยุโรป
Strasbourg ไม่ได้เป็นแค่เมืองใหญ่ประจำแคว้น แต่ยังถูกขนานนามในฐานะ เมืองหลวงแห่งคริสต์มาสของยุโรป แบบไม่เกินจริงเลย เพราะทันทีที่ก้าวเข้าสู่ย่านเมืองเก่า คุณจะถูกโอบล้อมด้วยบรรยากาศคริสต์มาสทุกตารางเมตร
ซุ้มไฟที่พาดผ่านเหนือถนน Grand Île
ตลาดคริสต์มาสที่กระจายอยู่ทั่วเมือง มากกว่าสิบจุด
ตรอกเก่าที่แน่นไปด้วยเสียงคอรัสเพลงคริสต์มาสแบบสดๆ
ไฮไลต์ที่ต้องไม่พลาดใน Strasbourg
เดินชมความยิ่งใหญ่ของมหาวิหาร Strasbourg Cathedral ที่ยอดหอสูงเสียดฟ้าถูกโอบด้วยแสงไฟยามค่ำคืน
ซื้อ Pretzel สอดไส้ foie gras de canard มาจับคู่กับ Vin Chaud (ไวน์ร้อน) แล้วนั่งมองม้าหมุนที่แต่งไฟสวยเหมือนในนิทาน
ปิดท้ายด้วย เบรเดเล คุกกี้คริสต์มาสแบบ Alsace แท้ๆ ที่หอมเนยและเครื่องเทศจนหยุดกินไม่ได้
อีกหนึ่งซีนที่ห้ามพลาดคือ ตลาดคริสต์มาสที่ Place Kléber สแควร์ใจกลางเมืองที่ตั้งต้นคริสต์มาสยักษ์ซึ่งสวยจนโปสการ์ดยังสู้ไม่ได้ ช่วงประมาณสองทุ่มจะมีการแสดงไฟประกอบเพลงคริสต์มาสสุดคลาสสิก รับรองว่าคนรักคริสต์มาสมีสิทธิน้ำตาซึมโดยไม่รู้ตัว และเชื่อเถอะว่า คุณจะตกหลุมรัก Strasbourg แบบถอนตัวไม่ขึ้น
Colmar: เมืองลูกกวาดที่หลุดออกมาจากแอนิเมชัน
Colmar คืออีกหนึ่งเมืองใหญ่ที่ขึ้นชื่อว่าเป็น หนึ่งในเมืองคริสต์มาสที่สวยที่สุดในยุโรป และหลายคนเชื่อว่าบรรยากาศของเมืองนี้คือแรงบันดาลใจให้กับแอนิเมชันและนิทานหลายเรื่อง รวมถึง Howl’s Moving Castle ของสตูดิโอ Ghibli ด้วย
ภาพจำของ Colmar คือบ้านไม้หลากสีเรียงตัวริมคลอง ทุกหลังถูกตกแต่งด้วยไฟและพร็อพคริสต์มาสอย่างประณีต จนทั้งเมืองดูเหมือน ดินแดนลูกกวาดที่มีชีวิต
สิ่งที่ทำให้ Colmar พิเศษในช่วงคริสต์มาส
ตลาดคริสต์มาส 6 โซน ที่แต่ละโซนมีคาแรกเตอร์ของตัวเอง
แผงงานคราฟต์และของแต่งบ้านที่ทำด้วยมือแบบเน้นดีเทล
มุมถ่ายรูปที่แทบจะกดชัตเตอร์ได้ทุกก้าว โดยเฉพาะย่าน La Petite Venise ที่โรแมนติกที่สุดของเมือง
เสียงเพลงคริสต์มาส แสงไฟ และเงาสะท้อนบ้านสีหวานในลำคลองทำให้ Colmar กลายเป็นเมืองที่ทำให้คุณ กลับมาเชื่อในความมหัศจรรย์ของคริสต์มาสอีกครั้ง
Obernai: เมืองเล็กสุดอบอุ่นสำหรับคนหนีความวุ่นวาย
ถ้าคุณเริ่มรู้สึกว่าเมืองใหญ่คนเยอะไปหน่อย ลองขยับออกมาจาก Strasbourg อีกนิดแล้วแวะที่ Obernai เมืองเล็กๆ ที่สะท้อนเสน่ห์คริสต์มาสแบบ Alsatian ดั้งเดิมได้อย่างน่ารักน่าหลงใหล
ที่นี่เต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมยุคกลางและวิถีชีวิตท้องถิ่นที่ยังคงชัดเจนในทุกมุม ถนนหินกรวดเล็กๆ ร้านค้าโฮมเมด และจัตุรัสกลางเมืองที่ประดับไฟอย่างอบอุ่นทำให้บรรยากาศต่างจากเมืองท่องเที่ยวยอดฮิตแบบสัมผัสได้
ใครอยากหนีความวุ่นวาย มาดินเนอร์แบบสโลว์ไลฟ์ในคืนคริสต์มาส เราขอแนะนำให้จองร้านบรรยากาศดีในเมือง เช่นร้านสไตล์ท้องถิ่นที่เสิร์ฟอาหาร Alsatian แท้ๆ แล้วปล่อยให้ค่ำคืนนั้นผ่านไปอย่างช้าๆ ท่ามกลางแสงไฟและอากาศหนาวกำลังดี
Riquewihr: ฉากจริงของเมืองในเทพนิยาย
ถ้าภาพในหัวของคุณคือเมืองเล็กๆ ในหุบเขา บ้านไม้หลากสีเรียงราย มีปล่องควันและหิมะโปรยบางๆ บอกเลยว่า Riquewihr คือคำตอบที่ตรงทุกข้อ
เมืองนี้ตั้งอยู่เหนือไร่องุ่นและเป็นที่รู้กันดีว่าเป็นแรงบันดาลใจให้ฉากเมืองในการ์ตูนเรื่อง Beauty and the Beast ของ Disney เมื่อเข้าสู่ช่วงคริสต์มาส หลังคาและหน้าต่างเกือบทุกหลังจะถูกแต่งด้วยไฟวิบวับและตุ๊กตาหมีตัวโตที่เป็นเอกลักษณ์
ยิ่งเดินลึกเข้าไปในเขตเมืองเก่า ความรู้สึกเหมือนกำลังก้าวเข้าไปในหน้าหนังสือนิทานก็ยิ่งทวีคูณ
สิ่งที่ต้องลองใน Riquewihr
เดินเล่นในตลาดคริสต์มาสขนาดกะทัดรัดแต่เต็มไปด้วยงานแฮนด์คราฟต์พื้นบ้าน
เลือกช้อปของตกแต่งคริสต์มาสทำมือที่หาไม่ได้จากห้างใหญ่
ลองผลิตภัณฑ์จากองุ่นท้องถิ่น โดยเฉพาะไวน์หวาน Gewürztraminer ที่ขึ้นชื่อ
ซื้อ Macarons De Riquewihr หรือมาการองมะพร้าวประจำเมือง รสนุ่ม หอมหวาน เหมาะเป็นของฝากสำหรับคืนเฉลิมฉลองสุดๆ
Ribeauvillé: คริสต์มาสยุคกลางที่มีชีวิต
ระหว่างที่หลายเมืองเลือกเล่าเรื่องคริสต์มาสผ่านแสงไฟสวยๆ และตลาดน่ารักๆ Ribeauvillé กลับเลือกตีความเทศกาลนี้ด้วยธีมที่ไม่เหมือนใคร นั่นคือ Medieval Christmas Market หรือคริสต์มาสย้อนยุคกลางที่หาเจอได้ไม่กี่แห่งในยุโรป
เมื่อคุณเดินเข้าสู่เขตเมืองเก่า ภาพที่เห็นจะไม่ใช่แค่แผงขายของธรรมดา แต่คือฉากชีวิตยุคกลางที่ถูกชุบชีวิตขึ้นมาใหม่
พ่อค้าแม่ค้าสวมชุดนักรบและชาวบ้านยุคกลาง
นักดนตรีเล่นพิณ ลองแปนด์ และขลุ่ยโบราณให้บรรยากาศคล้ายงานเทศกาลในปราสาท
ตัวละครจากตำนานพื้นบ้านเดินทักทายผู้คนตลอดเส้นทาง
ตลาดคริสต์มาสของที่นี่โดดเด่นด้วยงานหัตถกรรมท้องถิ่นที่เล่าเรื่องวิถีชีวิตยุคกลางอย่างตั้งใจ ตั้งแต่ของตกแต่งทำมือ เครื่องโลหะตีแบบดั้งเดิม ไปจนถึงเครื่องแก้วและเซรามิกจากหมู่บ้านใกล้เคียง
ในเรื่องอาหารก็ไม่ธรรมดา เพราะคุณจะได้ลองเมนูสไตล์ยุคกลางจริงๆ อย่าง หมูย่างเตาถ่าน และเครื่องดื่มน้ำผึ้งหมักโบราณหรือ Méthéglin ที่ทั้งแปลกใหม่และชวนอบอุ่นในอากาศหนาว
สรุป: ถ้ารักคริสต์มาสจริง ต้องไป Alsace สักครั้ง
5 เมืองในแคว้น Alsace คือการรวมตัวของทุกภาพฝันคริสต์มาสที่เราเคยเห็นในโปสการ์ด หนัง และนิทาน ตั้งแต่เมืองใหญ่ที่เต็มไปด้วยไฟและตลาดคึกคัก ไปจนถึงเมืองเล็กแสนอบอุ่นที่ทำให้คุณอยากเดินช้าๆ แล้วเก็บทุกโมเมนต์ใส่ความทรงจำ
อยากสัมผัสบรรยากาศ เมืองหลวงแห่งคริสต์มาส – ไป Strasbourg
อยากเดินเล่นในเมืองลูกกวาดที่หลุดมาจากแอนิเมชัน – ไป Colmar
อยากดินเนอร์คริสต์มาสแบบอบอุ่นโลคอล – แวะ Obernai
อยากหลงในฉากนิทาน Beauty and the Beast – ปักหมุด Riquewihr
อยากลองคริสต์มาสยุคกลางที่ไม่เหมือนใคร – ต้อง Ribeauvillé
ถ้าคุณหลงใหลเทศกาลปลายปีและกำลังมองหาที่สักแห่งบนโลกที่จะทำให้หัวใจคุณเต้นแรงทุกครั้งที่ไฟคริสต์มาสถูกเปิด Alsace คือหมุดหมายที่ควรตั้งใจไปให้ได้สักครั้งในชีวิต

