รับแอปรับแอป

หนาวนี้ไปหลงทางในเทพนิยาย: 5 เมืองคริสต์มาสใน Alsace ที่สวยจนไม่อยากกลับบ้าน

ภูวดล พงศ์ไพศาล01-30

เปิดประตูสู่ดินแดนคริสต์มาสแห่งยุโรป

สำหรับสายหลงรักบรรยากาศคริสต์มาสแบบหมดใจ แคว้น Alsace ทางตะวันออกของฝรั่งเศสคือดินแดนที่ต้องไปเยือนให้ได้สักครั้งในชีวิต ดินแดนเล็กๆ ริมพรมแดนเยอรมนีแห่งนี้ไม่ใช่แค่ฉากหลังของเทพนิยายหลายเรื่อง แต่ยังถูกยกให้เป็นหนึ่งใน The Capital of Christmas ของยุโรปอย่างสมศักดิ์ศรี

เมื่อปลายปีเริ่มใกล้เข้ามา เสียงเพลงคริสต์มาส แสงไฟระยิบระยับ และต้นสนประดับไฟก็เริ่มปลุกเมืองทั้งแคว้นให้มีชีวิต ช่วงเวลานี้คือฤดูกาลที่ใครหลายคนยอมขึ้นเครื่องบินข้ามทวีปเพื่อมาดื่มด่ำมนตร์เสน่ห์เฉพาะของคริสต์มาสแบบ Alsatian ที่ ทั้งอบอุ่น ละมุน และโรแมนติกเหมือนเดินอยู่ในหนังสือภาพ

และนี่คือ 5 เมืองใน Alsace ที่จะทำให้คุณหลุดเข้าไปอยู่ในเทพนิยายแบบเต็มตัว

Strasbourg: หัวใจแห่งคริสต์มาสของยุโรป

Strasbourg ไม่ได้เป็นแค่เมืองใหญ่ประจำแคว้น แต่ยังถูกขนานนามในฐานะ เมืองหลวงแห่งคริสต์มาสของยุโรป แบบไม่เกินจริงเลย เพราะทันทีที่ก้าวเข้าสู่ย่านเมืองเก่า คุณจะถูกโอบล้อมด้วยบรรยากาศคริสต์มาสทุกตารางเมตร

  • ซุ้มไฟที่พาดผ่านเหนือถนน Grand Île

  • ตลาดคริสต์มาสที่กระจายอยู่ทั่วเมือง มากกว่าสิบจุด

  • ตรอกเก่าที่แน่นไปด้วยเสียงคอรัสเพลงคริสต์มาสแบบสดๆ

ไฮไลต์ที่ต้องไม่พลาดใน Strasbourg

  • เดินชมความยิ่งใหญ่ของมหาวิหาร Strasbourg Cathedral ที่ยอดหอสูงเสียดฟ้าถูกโอบด้วยแสงไฟยามค่ำคืน

  • ซื้อ Pretzel สอดไส้ foie gras de canard มาจับคู่กับ Vin Chaud (ไวน์ร้อน) แล้วนั่งมองม้าหมุนที่แต่งไฟสวยเหมือนในนิทาน

  • ปิดท้ายด้วย เบรเดเล คุกกี้คริสต์มาสแบบ Alsace แท้ๆ ที่หอมเนยและเครื่องเทศจนหยุดกินไม่ได้

อีกหนึ่งซีนที่ห้ามพลาดคือ ตลาดคริสต์มาสที่ Place Kléber สแควร์ใจกลางเมืองที่ตั้งต้นคริสต์มาสยักษ์ซึ่งสวยจนโปสการ์ดยังสู้ไม่ได้ ช่วงประมาณสองทุ่มจะมีการแสดงไฟประกอบเพลงคริสต์มาสสุดคลาสสิก รับรองว่าคนรักคริสต์มาสมีสิทธิน้ำตาซึมโดยไม่รู้ตัว และเชื่อเถอะว่า คุณจะตกหลุมรัก Strasbourg แบบถอนตัวไม่ขึ้น

Colmar: เมืองลูกกวาดที่หลุดออกมาจากแอนิเมชัน

Colmar คืออีกหนึ่งเมืองใหญ่ที่ขึ้นชื่อว่าเป็น หนึ่งในเมืองคริสต์มาสที่สวยที่สุดในยุโรป และหลายคนเชื่อว่าบรรยากาศของเมืองนี้คือแรงบันดาลใจให้กับแอนิเมชันและนิทานหลายเรื่อง รวมถึง Howl’s Moving Castle ของสตูดิโอ Ghibli ด้วย

ภาพจำของ Colmar คือบ้านไม้หลากสีเรียงตัวริมคลอง ทุกหลังถูกตกแต่งด้วยไฟและพร็อพคริสต์มาสอย่างประณีต จนทั้งเมืองดูเหมือน ดินแดนลูกกวาดที่มีชีวิต

สิ่งที่ทำให้ Colmar พิเศษในช่วงคริสต์มาส

  • ตลาดคริสต์มาส 6 โซน ที่แต่ละโซนมีคาแรกเตอร์ของตัวเอง

  • แผงงานคราฟต์และของแต่งบ้านที่ทำด้วยมือแบบเน้นดีเทล

  • มุมถ่ายรูปที่แทบจะกดชัตเตอร์ได้ทุกก้าว โดยเฉพาะย่าน La Petite Venise ที่โรแมนติกที่สุดของเมือง

เสียงเพลงคริสต์มาส แสงไฟ และเงาสะท้อนบ้านสีหวานในลำคลองทำให้ Colmar กลายเป็นเมืองที่ทำให้คุณ กลับมาเชื่อในความมหัศจรรย์ของคริสต์มาสอีกครั้ง

Obernai: เมืองเล็กสุดอบอุ่นสำหรับคนหนีความวุ่นวาย

ถ้าคุณเริ่มรู้สึกว่าเมืองใหญ่คนเยอะไปหน่อย ลองขยับออกมาจาก Strasbourg อีกนิดแล้วแวะที่ Obernai เมืองเล็กๆ ที่สะท้อนเสน่ห์คริสต์มาสแบบ Alsatian ดั้งเดิมได้อย่างน่ารักน่าหลงใหล

ที่นี่เต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมยุคกลางและวิถีชีวิตท้องถิ่นที่ยังคงชัดเจนในทุกมุม ถนนหินกรวดเล็กๆ ร้านค้าโฮมเมด และจัตุรัสกลางเมืองที่ประดับไฟอย่างอบอุ่นทำให้บรรยากาศต่างจากเมืองท่องเที่ยวยอดฮิตแบบสัมผัสได้

ใครอยากหนีความวุ่นวาย มาดินเนอร์แบบสโลว์ไลฟ์ในคืนคริสต์มาส เราขอแนะนำให้จองร้านบรรยากาศดีในเมือง เช่นร้านสไตล์ท้องถิ่นที่เสิร์ฟอาหาร Alsatian แท้ๆ แล้วปล่อยให้ค่ำคืนนั้นผ่านไปอย่างช้าๆ ท่ามกลางแสงไฟและอากาศหนาวกำลังดี

Riquewihr: ฉากจริงของเมืองในเทพนิยาย

ถ้าภาพในหัวของคุณคือเมืองเล็กๆ ในหุบเขา บ้านไม้หลากสีเรียงราย มีปล่องควันและหิมะโปรยบางๆ บอกเลยว่า Riquewihr คือคำตอบที่ตรงทุกข้อ

เมืองนี้ตั้งอยู่เหนือไร่องุ่นและเป็นที่รู้กันดีว่าเป็นแรงบันดาลใจให้ฉากเมืองในการ์ตูนเรื่อง Beauty and the Beast ของ Disney เมื่อเข้าสู่ช่วงคริสต์มาส หลังคาและหน้าต่างเกือบทุกหลังจะถูกแต่งด้วยไฟวิบวับและตุ๊กตาหมีตัวโตที่เป็นเอกลักษณ์

ยิ่งเดินลึกเข้าไปในเขตเมืองเก่า ความรู้สึกเหมือนกำลังก้าวเข้าไปในหน้าหนังสือนิทานก็ยิ่งทวีคูณ

สิ่งที่ต้องลองใน Riquewihr

  • เดินเล่นในตลาดคริสต์มาสขนาดกะทัดรัดแต่เต็มไปด้วยงานแฮนด์คราฟต์พื้นบ้าน

  • เลือกช้อปของตกแต่งคริสต์มาสทำมือที่หาไม่ได้จากห้างใหญ่

  • ลองผลิตภัณฑ์จากองุ่นท้องถิ่น โดยเฉพาะไวน์หวาน Gewürztraminer ที่ขึ้นชื่อ

  • ซื้อ Macarons De Riquewihr หรือมาการองมะพร้าวประจำเมือง รสนุ่ม หอมหวาน เหมาะเป็นของฝากสำหรับคืนเฉลิมฉลองสุดๆ

Ribeauvillé: คริสต์มาสยุคกลางที่มีชีวิต

ระหว่างที่หลายเมืองเลือกเล่าเรื่องคริสต์มาสผ่านแสงไฟสวยๆ และตลาดน่ารักๆ Ribeauvillé กลับเลือกตีความเทศกาลนี้ด้วยธีมที่ไม่เหมือนใคร นั่นคือ Medieval Christmas Market หรือคริสต์มาสย้อนยุคกลางที่หาเจอได้ไม่กี่แห่งในยุโรป

เมื่อคุณเดินเข้าสู่เขตเมืองเก่า ภาพที่เห็นจะไม่ใช่แค่แผงขายของธรรมดา แต่คือฉากชีวิตยุคกลางที่ถูกชุบชีวิตขึ้นมาใหม่

  • พ่อค้าแม่ค้าสวมชุดนักรบและชาวบ้านยุคกลาง

  • นักดนตรีเล่นพิณ ลองแปนด์ และขลุ่ยโบราณให้บรรยากาศคล้ายงานเทศกาลในปราสาท

  • ตัวละครจากตำนานพื้นบ้านเดินทักทายผู้คนตลอดเส้นทาง

ตลาดคริสต์มาสของที่นี่โดดเด่นด้วยงานหัตถกรรมท้องถิ่นที่เล่าเรื่องวิถีชีวิตยุคกลางอย่างตั้งใจ ตั้งแต่ของตกแต่งทำมือ เครื่องโลหะตีแบบดั้งเดิม ไปจนถึงเครื่องแก้วและเซรามิกจากหมู่บ้านใกล้เคียง

ในเรื่องอาหารก็ไม่ธรรมดา เพราะคุณจะได้ลองเมนูสไตล์ยุคกลางจริงๆ อย่าง หมูย่างเตาถ่าน และเครื่องดื่มน้ำผึ้งหมักโบราณหรือ Méthéglin ที่ทั้งแปลกใหม่และชวนอบอุ่นในอากาศหนาว

สรุป: ถ้ารักคริสต์มาสจริง ต้องไป Alsace สักครั้ง

5 เมืองในแคว้น Alsace คือการรวมตัวของทุกภาพฝันคริสต์มาสที่เราเคยเห็นในโปสการ์ด หนัง และนิทาน ตั้งแต่เมืองใหญ่ที่เต็มไปด้วยไฟและตลาดคึกคัก ไปจนถึงเมืองเล็กแสนอบอุ่นที่ทำให้คุณอยากเดินช้าๆ แล้วเก็บทุกโมเมนต์ใส่ความทรงจำ

  • อยากสัมผัสบรรยากาศ เมืองหลวงแห่งคริสต์มาส – ไป Strasbourg

  • อยากเดินเล่นในเมืองลูกกวาดที่หลุดมาจากแอนิเมชัน – ไป Colmar

  • อยากดินเนอร์คริสต์มาสแบบอบอุ่นโลคอล – แวะ Obernai

  • อยากหลงในฉากนิทาน Beauty and the Beast – ปักหมุด Riquewihr

  • อยากลองคริสต์มาสยุคกลางที่ไม่เหมือนใคร – ต้อง Ribeauvillé

ถ้าคุณหลงใหลเทศกาลปลายปีและกำลังมองหาที่สักแห่งบนโลกที่จะทำให้หัวใจคุณเต้นแรงทุกครั้งที่ไฟคริสต์มาสถูกเปิด Alsace คือหมุดหมายที่ควรตั้งใจไปให้ได้สักครั้งในชีวิต