รับแอปรับแอป

เปิดแผนลุยยุโรปครั้งแรกแบบไม่งง: จากฝันในหัวสู่ทริปในมือ

พีรวิชญ์ สุวรรณดี01-29

เปิดภาพรวมทริปยุโรปสำหรับสายเที่ยวจากไทย

ยุโรปไม่ใช่แค่ “อีกทวีปหนึ่ง” แต่มันคือเวทีใหญ่ที่รวมทั้งประวัติศาสตร์ ศิลปะ และธรรมชาติระดับโลกไว้ในที่เดียว คุณจะได้เจอทั้งเมืองหลวงสุดคึกคัก ปราสาทเก่าแก่ที่เหมือนหลุดออกมาจากนิทาน ไปจนถึงภูเขา หิมะ และวิวพีคๆ ที่เห็นแล้วต้องเผลอกดชัตเตอร์รัวๆ

ไม่ว่าจะเป็นปารีสที่โรแมนติกสุดใจ โรมที่เต็มไปด้วยเรื่องราวในตำรา หรือเทือกเขาแอลป์ที่ยิ่งใหญ่อลังการ ยุโรปคือจุดหมายที่ตอบโจทย์ทั้งสายชิล สายฟิน และสายผจญภัย

เดินทางจากไทยสู่ยุโรปเริ่มยังไงดี?

โดยส่วนมากเราจะบินลงฮับใหญ่ของยุโรปก่อน เช่น London Heathrow (LHR), Paris Charles de Gaulle (CDG), Frankfurt (FRA) หรือ Amsterdam Schiphol (AMS) จากนั้นค่อยต่อเครื่อง รถไฟความเร็วสูง หรือรถบัสไปเมืองอื่นๆ

  • เครื่องบินภายในยุโรป: เหมาะกับการข้ามระยะไกลและประหยัดเวลา

  • รถไฟความเร็วสูง (Thalys, TGV, ICE ฯลฯ): นั่งสบาย ตรงเวลา วิวดีตลอดทาง

  • รถบัสข้ามประเทศ: เหมาะกับสายประหยัดและคนไม่รีบ

ทำไมยุโรปถึงเหมาะกับการเที่ยวหลายประเทศในทริปเดียว

ด้วยระบบขนส่งที่เชื่อมถึงกันทั้งทวีป คุณสามารถเริ่มทริปที่ฝรั่งเศส ต่อรถไฟไปอิตาลี แวะเยอรมนี แล้วปิดทริปที่สวิตเซอร์แลนด์ได้ภายในไม่กี่วัน การจัดทริปแบบ Multi-country เลยกลายเป็นสไตล์ยอดฮิตของคนไทยที่ไปยุโรปครั้งแรก

เมื่อไหร่คือช่วงเวลาทองของการเที่ยวยุโรป

การเลือกฤดูกาลคือหมัดเด็ดที่ทำให้ทริปออกมาดีหรือดรอปไปเลยก็ได้

  • ฤดูใบไม้ผลิ (เมษายน – พฤษภาคม):

    • อากาศสบาย ดอกไม้บาน เมืองสวยแบบไม่ต้องเติมฟิลเตอร์

    • คนยังไม่แน่นเท่าหน้าร้อน เดินเล่นชิลๆ ได้ทั้งวัน

  • ฤดูร้อน (มิถุนายน – สิงหาคม):

    • เดย์ไลท์ยาว เที่ยวได้ยาวถึงค่ำ เทศกาลแน่นเมือง

    • คนเยอะที่สุด ที่พัก-ตั๋วต่างๆ ราคาพีคสุดของปี

  • ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน – ตุลาคม):

    • อากาศเริ่มเย็น ใบไม้เปลี่ยนสีสวยเหมือนโปสการ์ด

    • คนซอฟต์ลง เหมาะกับสายชิลและสายถ่ายรูปจริงจัง

  • ฤดูหนาว (พฤศจิกายน – มีนาคม):

    • สวรรค์ของสายสกีและคนรักตลาดคริสต์มาส

    • หลายเมืองอากาศหนาวจัด บางสถานที่ปิดบริการ ต้องเช็กก่อนเสมอ

ช่วงไหล่ฤดู (เม.ย.–พ.ค. และ ก.ย.–ต.ค.) คือจังหวะที่ลงตัวที่สุด ทั้งเรื่องอากาศ คนไม่แน่นเกิน และราคาไม่แรงเท่าหน้าร้อน

แลนด์มาร์กยุโรปที่ต้องไปให้ได้สักครั้ง

ยุโรปเต็มไปด้วยจุดเช็กอินระดับโลกที่เห็นปุ๊บก็รู้ปั๊บว่าที่ไหน

  • หอไอเฟล – ปารีส, ฝรั่งเศส
    สัญลักษณ์แห่งความรักและวิวเมืองที่โรแมนติกทุกมุมมอง

  • โคลอสเซียม – โรม, อิตาลี
    สนามประลองยุคโบราณที่ยังยืนหยัดเล่าเรื่องจักรวรรดิโรมันได้อย่างทรงพลัง

  • มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์และนครรัฐวาติกัน
    ใจกลางโลกคาทอลิกที่อัดแน่นด้วยงานศิลปะระดับตำนาน

  • ปราสาทนอยชวานชไตน์ – บาวาเรีย, เยอรมนี
    ปราสาทเทพนิยายที่เป็นแรงบันดาลใจให้ปราสาทดิสนีย์

  • ฟยอร์ด – นอร์เวย์
    ช่องแคบธรรมชาติสุดยิ่งใหญ่ที่ได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลก

  • อะโครโพลิส – เอเธนส์, กรีซ
    แหล่งอารยธรรมสำคัญของโลกตะวันตกที่ยังคงกลิ่นอายความรุ่งเรืองยุคโบราณ

  • ตลาดคริสต์มาส – เยอรมนี / ออสเตรีย
    โลกอีกใบของไฟประดับ กลิ่นไวน์ร้อน และบรรยากาศคริสต์มาสที่อบอุ่นเกินคำบรรยาย (เฉพาะหน้าหนาว)

ทริปยุโรปครั้งแรกต้องรู้อะไรบ้าง

สิ่งสำคัญก่อนออกเดินทาง

  • วีซ่า:
    คนไทยที่ไปกลุ่มประเทศเชงเก้นไม่เกิน 90 วันต้องขอวีซ่าเชงเก้นล่วงหน้า โดยยื่นกับสถานทูตของประเทศที่คุณจะเข้าประเทศแรกหรือพำนักนานที่สุด

  • สกุลเงิน:
    ส่วนใหญ่ใช้ยูโร (€) แต่ยังมีหลายประเทศที่ใช้เงินของตัวเอง เช่น สวิตเซอร์แลนด์ (ฟรังก์สวิส), อังกฤษ (ปอนด์), โปแลนด์ (ซวอตี)
    แนะนำให้พกเงินสดนิดหน่อย ที่เหลือใช้บัตรเครดิต/เดบิตจะคล่องตัวกว่า

  • ความปลอดภัย:
    โดยรวมถือว่าปลอดภัย แต่ มิจฉาชีพและนักล้วงกระเป๋าในแหล่งท่องเที่ยวมีจริง ควรเก็บพาสปอร์ตและเงินให้มิดชิด ระวังเป็นพิเศษในรถไฟ รถใต้ดิน และสถานที่คนเยอะ

  • มารยาทพื้นฐาน:
    คำทักทายและคำขอบคุณในภาษาท้องถิ่น เช่น Bonjour, Ciao, Guten Tag, Merci, Grazie, Danke เป็นสิ่งเล็กๆ ที่สร้างความประทับใจได้มาก
    หากเข้าชมศาสนสถานควรแต่งกายสุภาพและสำรวม

  • การแต่งกาย:
    เน้นความสบายและเหมาะกับสภาพอากาศ รองเท้าดีๆ ที่เดินได้นานคือไอเท็มบังคับ
    ถ้าไปหน้าหนาว อย่าลืมเสื้อกันหนาวดีๆ ผ้าพันคอ หมวก และถุงมือ

  • ปลั๊กไฟและแรงดัน:
    ส่วนใหญ่ใช้ปลั๊ก Type C และ Type F (ขากลมสองขา) แรงดัน 220–240V พกอะแดปเตอร์สากลไปเลยจบ

  • ภาษา:
    แต่ละประเทศมีภาษาของตัวเอง แต่บริเวณท่องเที่ยว โรงแรม ร้านอาหารใหญ่ๆ ใช้ภาษาอังกฤษได้สบาย
    ถ้าหัดจำวลีพื้นฐานสักนิด การสื่อสารจะง่ายและเป็นกันเองมากขึ้น

  • อินเทอร์เน็ต:
    เลือกได้ทั้ง eSIM/ซิมโรมมิ่งที่ใช้ได้หลายประเทศในยุโรป หรือเช่า Pocket WiFi ตามสไตล์การใช้งานของคุณ

กินให้สุด: เมนูยุโรปที่ต้องลองสักครั้งในชีวิต

การไปยุโรปแล้วไม่อินกับอาหาร ถือว่าพลาดของจริง

  • อิตาลี:
    พิซซ่าแบบต้นตำรับจากนาโปลี, พาสต้าเส้นสด, เจลาโต้เนียนๆ และทีรามิสุหอมๆ

  • ฝรั่งเศส:
    ครัวซองต์กรอบนอกนุ่มใน, มาการงหลากสี, หอยทากอบเนย และสเต็กฟรายส์จานใหญ่

  • สเปน:
    ทาปาสกินเพลิน, ปาเอญ่าหอมกลิ่นซุปทะเล, ชูโรสจิ้มช็อกโกแลต และซังเกรียเย็นๆ

  • เยอรมนี:
    ไส้กรอกหลากแบบ, เพรทเซลอบใหม่ และเบียร์หลายสไตล์

  • กรีซ:
    ซูฟลากีย่างหอม, มูซาก้า และกรีกโยเกิร์ตที่รสชาติไม่เหมือนกินที่ไหนในโลก

  • เช็กเกีย:
    ทรเดลนิกอบร้อนๆ และกูลัชสไตล์ยุโรปกลาง

อย่าลืมแวะ ตลาดท้องถิ่นและสตรีตฟู้ด หรือหาคาเฟ่บรรยากาศดีๆ นั่งดูผู้คนเดินผ่านไปมา คุณจะได้เห็นอีกมุมของวิถีชีวิตคนยุโรปที่ไม่อยู่ในไกด์บุ๊ก

ตัวอย่างแพลนทริปยุโรปสำหรับสายเที่ยวต่างสไตล์

1 วัน: เที่ยวเมืองหลวงแบบจัดหนัก

  • ปารีสสำหรับสายคู่รัก:
    เริ่มวันด้วยการขึ้นหอไอเฟล ชมวิวทั้งเมือง
    ต่อด้วยล่องเรือแม่น้ำแซน รับลมเย็นๆ
    เดินเล่นถนนฌ็องเซลิเซ่ แล้วปิดวันด้วยดินเนอร์ใต้แสงเทียนสุดโรแมนติก

3 วัน: อินจัดๆ กับประวัติศาสตร์โรมและวาติกัน

  • Day 1: โคลอสเซียม, โรมันฟอรัม

  • Day 2: นครวาติกัน, มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์, พิพิธภัณฑ์วาติกัน

  • Day 3: น้ำพุเทรวี่, บันไดสเปน, ชิลล์ที่จัตุรัสนาโวนา

5 วัน: สวิตเซอร์แลนด์สายธรรมชาติและครอบครัว

  • Day 1: เดินเล่นซูริก ทำความรู้จักเมือง

  • Day 2: ลูเซิร์น + ขึ้นยอดเขาพิลลาตุส

  • Day 3: อินเทอร์ลาเคน ทำกิจกรรมกลางแจ้ง

  • Day 4: ยุงเฟรายอร์ค ชมวิวระดับตำนาน

  • Day 5: เจนีวา + ล่องเรือในทะเลสาบ

วางงบเที่ยวยุโรปแบบไม่ให้การเงินสะดุด

ค่าใช้จ่ายในยุโรปต่างกันมากตามเมืองและสไตล์การเที่ยวของแต่ละคน ทั้งที่พัก อาหาร การเดินทาง และค่าเข้าแลนด์มาร์กต่างๆ

สิ่งที่ควรทำคือ กำหนดงบต่อวันคร่าวๆ ตามสไตล์ชีวิตของตัวเอง จากนั้นเผื่อเงินเผื่อใจสำหรับค่าใช้จ่ายไม่คาดคิด เช่น ตั๋วรถไฟจองช้าเกินไป ร้านอาหารที่อยากลองเป็นพิเศษ หรือช็อปปิงของฝาก

เที่ยวแบบไม่ทำร้ายโลก: สายรักษ์โลกต้องอ่าน

อยากเที่ยวให้ฟินและยังเป็นมิตรกับพื้นที่ที่เราไปเยือน ลองเริ่มจากสิ่งง่ายๆ เหล่านี้

  • ใช้ขนส่งสาธารณะ:
    รถไฟ รถบัส และรถรางของยุโรปมีประสิทธิภาพมาก ช่วยลดรอยเท้าคาร์บอนและยังได้เห็นเมืองในมุมคนท้องถิ่น

  • อุดหนุนสินค้าท้องถิ่น:
    เลือกซื้อจากร้านเล็กๆ ตลาดชุมชน หรือศิลปินท้องถิ่น แทนการช้อปแต่แบรนด์โซ่ใหญ่

  • ลดขยะ:
    พกขวดน้ำส่วนตัวและเติมจากจุดบริการที่อนุญาต ลดการใช้แก้วและขวดพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง

  • เคารพวัฒนธรรม:
    ศึกษากฎ กติกา และธรรมเนียมของแต่ละประเทศเล็กน้อยก่อนเดินทาง แต่งกายให้เหมาะสม โดยเฉพาะเวลาจะเข้าศาสนสถานหรือสถานที่สำคัญ

อยากสัมผัสยุโรปให้ “ลึก” กว่าแค่รูปสวย

ยุโรปไม่ได้มีดีแค่แลนด์มาร์ก ถ้าอยากอินให้สุด ลองเพิ่มประสบการณ์เหล่านี้เข้าไปในทริป

  • ร่วมเทศกาลท้องถิ่น:
    ไม่ว่าจะเป็นเทศกาลดนตรี งานอาหาร หรือตลาดคริสต์มาส

  • เดินตลาดนัดและตลาดสด:
    ได้เห็นทั้งวัฒนธรรมการกิน การใช้ชีวิต และได้พูดคุยกับคนท้องถิ่นแบบไม่เป็นทางการ

  • ดูการแสดงศิลปะ:
    โอเปร่า บัลเลต์ หรือคอนเสิร์ตดนตรีคลาสสิกในเมืองอย่างเวียนนาและปรากคือประสบการณ์ที่ต่างจากคอนเสิร์ตทั่วไปอย่างสิ้นเชิง

  • ทัวร์เดินเท้า (Walking Tour):
    ทั้งแบบฟรีทิปและเสียเงิน จะช่วยให้คุณเข้าใจเรื่องราวเบื้องหลังอาคาร ถนน และจัตุรัสต่างๆ ได้ดีขึ้นมาก

  • นั่งคาเฟ่แบบไม่รีบ:
    ใช้เวลาเงียบๆ ในคาเฟ่เก่าแก่ มองดูผู้คน และปล่อยให้เมืองเล่าเรื่องให้ฟัง

FAQ: คำถามยอดฮิตของคนไทยก่อนบินยุโรป

Q: เที่ยวยุโรปเดือนไหนดีที่สุด?
A: หากเน้นอากาศดี คนไม่แน่นเกินไป และราคาไม่โหด ช่วงใบไม้ผลิ (เม.ย.–พ.ค.) และใบไม้ร่วง (ก.ย.–ต.ค.) คือช่วงที่บาลานซ์ที่สุด

Q: ควรใช้เวลากี่วันถึงจะคุ้มค่าทริป?
A: ถ้าเน้นเจาะเมืองหลัก แนะนำอย่างน้อย 3–5 วันต่อเมือง แต่ถ้าอยากเที่ยวหลายประเทศในทริปเดียว ควรมีเวลาอย่างน้อยราว 10–14 วันขึ้นไป

Q: เดินทางคนเดียวในยุโรปปลอดภัยไหม?
A: โดยทั่วไปปลอดภัย แต่ ต้องระวังทรัพย์สินตัวเองตลอดเวลา โดยเฉพาะแถวนักท่องเที่ยวเยอะ ใช้สามัญสำนึกแบบเดียวกับการเดินทางประเทศไหนในโลก

Q: เงินหลักของยุโรปคืออะไร?
A: หลายประเทศใช้ยูโร (€) เป็นหลัก แต่บางประเทศอย่างสวิตเซอร์แลนด์ สหราชอาณาจักร และโปแลนด์ยังใช้สกุลเงินของตัวเองอยู่

Q: แอปฯ ไหนควรมีในมือถือเวลาเที่ยวยุโรป?
A: แอปแผนที่และขนส่งสาธารณะ, แอปวางแผนเส้นทางระหว่างเมือง, แอปจัดการแผนทริป และแอปแปลภาษา ถือว่าเป็นตัวช่วยสำคัญ

Q: อาหารท้องถิ่นอะไรที่ห้ามพลาด?
A: พิซซ่า–พาสต้าในอิตาลี, ครัวซองต์และสเต็กในฝรั่งเศส, ทาปาสในสเปน, ไส้กรอกกับเบียร์ในเยอรมนี และซูฟลากีในกรีซ คือเมนูที่ควรลองอย่างน้อยครั้งหนึ่ง

Q: พาเด็กหรือครอบครัวไปยุโรปยากไหม?
A: ยุโรปเป็นมิตรกับครอบครัวมาก ทั้งสวนสนุก พิพิธภัณฑ์สำหรับเด็ก สวนสาธารณะ และระบบขนส่งที่สะดวก เข็นรถเข็นเด็กได้สบายในหลายเมือง

Q: ควรซื้อตั๋วเข้าชมสถานที่ล่วงหน้าหรือไปซื้อหน้างาน?
A: สถานที่ยอดฮิตควรจองออนไลน์ล่วงหน้า เพื่อประหยัดเวลาและเลี่ยงการต่อคิวยาว โดยเฉพาะช่วงไฮซีซัน

Q: ต้องฉีดวัคซีนพิเศษก่อนไปยุโรปไหม?
A: โดยทั่วไปไม่มีวัคซีนพิเศษบังคับ แต่ควรอัปเดตวัคซีนพื้นฐาน เช่น วัคซีนไข้หวัดใหญ่ หรือวัคซีนโควิด-19 ตามคำแนะนำของแพทย์

Q: น้ำประปายุโรปดื่มได้หรือเปล่า?
A: หลายเมืองดื่มได้อย่างปลอดภัย แต่ถ้าเจอป้าย “Non-potable” หรือ “Do not drink” แปลว่าไม่ควรดื่มโดยตรงจากก๊อก

Q: เดินทางข้ามประเทศในเชงเก้นต้องโชว์พาสปอร์ตทุกครั้งไหม?
A: ส่วนใหญ่ข้ามพรมแดนได้แบบแทบไม่รู้ตัว แต่ก็ควรพกพาสปอร์ตติดตัวตลอดสำหรับเช็กตัวตนหรือเหตุฉุกเฉิน

Q: เรื่องทิปในยุโรปต้องยังไง?
A: หลายประเทศรวมค่าบริการไว้ในบิลแล้ว แต่การปัดเศษหรือให้ทิปเล็กน้อยราว 5–10% สำหรับบริการดีๆ ถือว่าเป็นมารยาทที่คนท้องถิ่นทำกัน

Q: แลกเงินยูโรจากไทยเลย หรือไปกดที่ยุโรปดีกว่า?
A: แลกติดตัวไปจากไทยสักก้อนสำหรับค่าใช้จ่ายช่วงแรก ส่วนที่เหลือสามารถกดจากตู้ ATM ในยุโรป ซึ่งมักจะได้อัตราแลกเปลี่ยนดีกว่าการแลกที่สนามบิน

ท้ายที่สุดแล้ว ทริปยุโรปในฝันของคุณไม่จำเป็นต้องเหมือนใคร แค่เริ่มจากภาพที่อยากเห็น ความรู้สึกที่อยากได้ แล้วค่อยวางแผนเส้นทาง เวลา และงบประมาณให้เข้ากัน ทวีปนี้พร้อมให้คุณไปค้นพบในแบบของตัวเองเสมอ