รับแอปรับแอป

ถอดรหัสพัคโบกอม: จาก ‘แฟนหนุ่มแห่งชาติ’ สู่ไอคอนตัวจริงของยุคนี้

อภิสิทธิ์ ศรีทอง02-02

พัคโบกอมกลับมาแล้ว และครั้งนี้กลับมาใหญ่กว่าเดิม

จากภาพจำในฐานะ ‘แฟนหนุ่มแห่งชาติ’ และ ‘องค์รัชทายาทของสาธารณรัฐเกาหลีใต้’ พัคโบกอมเคยก้าวออกจากสปอตไลต์ไปพักใหญ่เพื่อทำหน้าที่รับใช้ชาติ

วันนี้เขากลับมาเต็มตัว พร้อมโปรเจกต์แน่น ๆ ทั้งซีรีส์เรื่องใหม่ร่วมกับไอยู บทบาทแอมบาสเดอร์ของ CELINE และงานแสดงที่เติบโตขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

บัลลังก์ความเป็น “ราชนิกูลแห่งวงการบันเทิงเกาหลี” เขาไม่ได้แค่ทวงคืน แต่ยิ่งสูงขึ้นกว่าเดิม

จาก Reply 1988 สู่นักแสดงแถวหน้า

พัคโบกอมเริ่มเป็นที่จับตามองจากซีรีส์ Reply 1988 ซึ่งกลายเป็นผลงานแจ้งเกิดอย่างแท้จริง

จากนั้นเส้นทางก็เปิดกว้างสู่บทนำในหลายเรื่อง เช่น

  • Love in the Moonlight (2016)

  • The Encounter (2018)

  • Record of Youth (2020)

แต่เมื่อถึงเวลาต้องเข้ากรม เขาตัดสินใจถอยจากแสงไฟไปปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มความรับผิดชอบเป็นเวลาหลายปี

การหายไปจากสายตาสาธารณชนอาจทำให้ใครบางคนแผ่วลง แต่สำหรับพัคโบกอม มันกลายเป็นพลังสะสมเพื่อการกลับมาที่น่าจับตา

คัมแบ็กด้วยโปรเจกต์หลากมิติ

หลังเสร็จสิ้นภารกิจในกองทัพ พัคโบกอมกลับมาอย่างจริงจังด้วยการท้าทายตัวเองในหลายรูปแบบ

  • ละครเพลง Let Me Fly ที่เขาขึ้นเวทีและใช้การแสดงสดเต็มรูปแบบ

  • ภาพยนตร์โรแมนติกไซไฟ Wonderland ที่ถ่ายทำตั้งแต่ก่อนเข้ากรม

  • ซีรีส์ When Life Gives You Tangerines (ยิ้มไว้ในวันที่ส้มไม่หวาน) ประกบไอยู นักร้อง–นักแต่งเพลงและนักแสดงหญิงมากความสามารถ

  • ซีรีส์เรื่องใหม่ Good Boy ที่กำลังถ่ายทำอยู่

เขาเหมือนกำลังทำงานหนักเพื่อชดเชยเวลาที่หายไป พร้อมสร้างความประทับใจให้แฟน ๆ ที่เห็นว่าไอดอลของตัวเองใช้ชีวิตสมกับภาพลักษณ์ที่ดีและความมุ่งมั่น

ไม่ใช่แค่หน้าตาหวานซื่อหรือบท “ผู้ชายแสนดี” เท่านั้นที่ทำให้เขาโดดเด่น แต่คือการพัฒนาฝีมือแบบไม่หยุดนิ่ง

เขาเคยพลิกภาพลักษณ์ด้วยบทฆาตกรต่อเนื่องใน I Remember You และพิสูจน์ให้เห็นว่าความสามารถทางการแสดงของเขามีหลายด้านมากกว่าที่คนคาดคิด

จากพรมแดงสู่โลกแฟชั่นในฐานะ CELINE Boy

นอกจากผลงานการแสดง เส้นทางในวงการแฟชั่นของพัคโบกอมก็พุ่งแรงไม่แพ้กัน

การเป็นแอมบาสเดอร์ของ CELINE ทำให้ภาพลักษณ์ “ราชนิกูล” ของเขาเด่นชัดยิ่งขึ้น ทั้งในงานแฟชั่นโชว์ อีเวนต์เปิดตัว และดินเนอร์พิเศษตามสถานที่ต่าง ๆ

เขาเล่าว่าทุกโมเมนต์ที่ได้ร่วมงานกับ CELINE นั้นเต็มไปด้วยความทรงจำที่มีค่า โดยเฉพาะการได้เจอแฟน ๆ แบบใกล้ชิดและสร้างช่วงเวลาพิเศษร่วมกัน

เมื่อชีวิต (และไอยู) เข้ามาอยู่ในบทเดียวกัน

ในซีรีส์ When Life Gives You Tangerines พัคโบกอมรับบทเป็น กวานชิก ตัวละครที่เขานิยามว่า

  • เป็นคนที่ให้ความสำคัญกับคนที่รักอย่างสุดหัวใจ

  • ซื่อสัตย์ จริงใจ และเชื่อถือได้

  • ไม่ถนัดเรื่องโกหก เพราะธรรมชาติของเขายึดมั่นในความจริง

การได้แสดงร่วมกับไอยู ซึ่งเคยเรียกเขาว่า “เพื่อนที่แสนล้ำค่า” ทำให้โปรเจกต์นี้พิเศษยิ่งขึ้นสำหรับเขา

เขาบอกว่าการได้ร่วมงานกับเพื่อนรุ่นเดียวกันทำให้ทั้งสบายใจและสนุก ไอยูถ่ายทอดสีสันของตัวละครแอซุนได้อย่างจัดเต็ม จนเขาสามารถหลอมรวมเข้ากับบทของกวานชิกได้อย่างเป็นธรรมชาติ

หลังจากร่วมงานโปรโมตร่วมกัน เขารู้สึกว่าได้สนิทกับเธอมากขึ้น ไอยูสำหรับเขาคือเพื่อนที่สดใส คุยสนุก และมีคุณค่ามากในชีวิต

วิธีเข้าถึงตัวละครในแบบของพัคโบกอม

เบื้องหลังการแสดงที่ดูเป็นธรรมชาติและน่าเชื่อ เขามีวิธีเข้าถึงตัวละครที่ละเอียดและมีวินัยมาก

  • อ่านบทซ้ำไปซ้ำมาจนขึ้นใจ

  • พูดคุยกับนักเขียนและผู้กำกับในทุกประเด็นที่สงสัย

  • พยายามทำความเข้าใจอารมณ์ของตัวละคร แล้วแปลมันออกมาผ่านการแสดงให้ใกล้เคียงที่สุด

ในเรื่องนี้เขาต้องเล่นเป็นตัวละครวัย 19 ปี ช่วงวัยเปลี่ยนผ่านที่เต็มไปด้วยความสับสนและการเติบโต ซึ่งทำให้เขานึกย้อนไปถึงตัวเองในวัยเดียวกัน

ตอนนั้นเขาเริ่มออดิชั่นตั้งแต่อายุ 17 เดบิวต์ตอน 18 และออกสู่สายตาคนดูเต็มตัวในฐานะนักแสดงตอน 19 หลังจบมัธยม เขายอมรับว่าตอนนั้นคือช่วงเวลาที่รู้สึกอย่างชัดเจนว่า “เราไม่ใช่วัยรุ่นอีกต่อไปแล้ว”

แก่ขึ้นแต่ไม่กลัวโตขึ้น

เมื่อถูกถามถึงเรื่องอายุและการเปลี่ยนผ่านสู่ความเป็นผู้ใหญ่ พัคโบกอมไม่ได้มองมันด้วยความกลัว

เขาเชื่อว่า ทุกช่วงวัยมีความสุขของมันเอง

ประสบการณ์ที่หลากหลาย ความท้าทายเล็กใหญ่ คือการเดินทางในการค้นหาตัวเองและการเรียนรู้ชีวิตในอีกรูปแบบหนึ่ง

ในอนาคต เขาเคยจินตนาการตัวเองอยากเป็นครูสอนภาษาเกาหลีและนักเปียโน เพราะรักทั้งคำพูดและเสียงดนตรี

ไม่เพียงเท่านั้น เขายังเคยคิดอยากเป็นพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน เพราะประทับใจในความเป็นมืออาชีพและความใจดีของพวกเขาทุกครั้งที่ขึ้นเครื่อง

จุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิตและการแสดง

ในฐานะนักแสดง เขามองว่าการลองรับบทจากแนวใหม่ ๆ โดยเฉพาะเรื่อง Good Boy คือจุดเปลี่ยนสำคัญ

  • เขาได้ขยายขอบเขตความสามารถของตัวเอง

  • ยิ่งอายุมากขึ้นยิ่งเข้าใจแนวทางและความลึกของบทบาทมากขึ้น

  • เขารู้สึกขอบคุณทีมงานที่ร่วมทางกันมาตั้งแต่เดบิวต์

ด้านชีวิตส่วนตัว ช่วงเวลาที่เปลี่ยนเขาอย่างแท้จริงคือการเข้ารับราชการทหาร

มันเป็นช่วงเวลาที่ทำให้เขาได้หยุด คิด และจัดระเบียบความคิดของตัวเองอย่างจริงจัง จนพร้อมเปิดรับบทบาทที่หลากหลายและท้าทายยิ่งกว่าเดิมเมื่อกลับมา

ดนตรีหรือการแสดง ถ้าต้องเลือก?

เมื่อถูกถามให้เลือกระหว่างเส้นทาง “นักร้อง–นักดนตรี” กับ “นักแสดง” คำตอบของเขาชัดเจน

เขาเลือกไม่ได้

สำหรับพัคโบกอม ดนตรีและการแสดงเชื่อมโยงกันอย่างลึกซึ้ง

  • ดนตรีช่วยขยายอารมณ์ของการแสดง

  • ทั้งสองอย่างทำให้ผู้คนรู้สึกสบายใจและมีความสุข

ดังนั้นเขาจึงรักทั้งสองทางเท่า ๆ กัน และไม่อยากตัดทิ้งสักด้านเดียว

มองตัวเองบนจอ – ตื่นเต้นและไม่เคยหยุดวิจารณ์ตัวเอง

เวลาที่เห็นตัวเองบนจอ พัคโบกอมบอกอย่างตรงไปตรงมาว่าเขารู้สึกตื่นเต้น และคอยลุ้นว่าตัวเองจะกลืนเข้าไปกับเรื่องราวได้ขนาดไหน

แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็เป็นคนแรกที่วิจารณ์ตัวเองเสมอ

  • ทุกครั้งที่ถ่ายทำ เขาจะทุ่มเต็มที่

  • หลังจากนั้นจะย้อนกลับมาคิดและประเมินว่าช่วงไหนยังไม่ใช่

  • ถ้ารู้สึกติดขัด เขาจะจดจำไว้เพื่อปรับปรุงในงานต่อไป

  • ถ้าบางอย่างออกมาดี เขาก็จะอนุญาตให้ตัวเองชื่นชมตัวเองเล็กน้อย พร้อมขอบคุณผู้กำกับและทีมงานจากใจ

คำแนะนำที่ดีที่สุดที่เขาเคยได้รับมาจากครอบครัว และมันเรียบง่ายแต่ทรงพลังมาก

“รู้สึกขอบคุณและสนุกไปกับมัน”

คำสั้น ๆ แต่กลายเป็นคอมพาสสำคัญในชีวิตและการทำงานของเขา

โลกยุคใหม่ของนักแสดง และการเจอแฟน ๆ ผ่านหน้าจอ

ในยุคที่อินเทอร์เน็ตทำให้ขอบเขตของคำว่า “นักแสดง” กว้างขึ้น พัคโบกอมเองก็ไม่ได้ปิดกั้นโอกาสใหม่ ๆ

เขาพูดถึงการคุยกับแฟน ๆ ผ่านไลฟ์สตรีมที่ทำอยู่เป็นครั้งคราว และหวังว่าจะได้เจอกันให้บ่อยขึ้นในปีนี้

ส่วนสิ่งที่ยังไม่เคยลองและอยากสัมผัสสักครั้ง เขาเผยว่าอยากลองออกเดินทางแบบ แสวงบุญ เพื่อค้นหาประสบการณ์ชีวิตอีกแบบหนึ่ง

หัวโบราณหรือทันสมัย – เขาคือส่วนผสมที่ลงตัว

เมื่อให้เขานิยามตัวเองว่าเป็นคนหัวโบราณหรือทันสมัย เขาตอบว่า

เขาคือส่วนผสมของทั้งสองอย่าง

โดยทั่วไปเขามองตัวเองเป็นคนทันสมัย แต่บางครั้งความคิดและการกระทำก็ไม่ได้ “โมเดิร์น” ขนาดนั้น ซึ่งอาจเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งที่ทำให้คนรู้สึกเข้าถึงเขาได้ง่าย

ด้านชีวิตส่วนตัวกับการทำงาน เขามองว่าทั้งสองไม่ได้เคยชนกันจนกลายเป็นปัญหา เขาแยกพื้นที่ได้ดีและรักษาสมดุลได้ในแบบของตัวเอง

ช่วงเวลาเงียบ ๆ ที่กลายเป็นของขวัญจากการเข้ากรม

การออกจากสปอตไลต์ในช่วงที่เข้ารับราชการทหาร สำหรับบางคนอาจเป็นความกังวล แต่สำหรับพัคโบกอม มันคือช่วงเวลาที่สงบและมีความหมาย

เขาแทบไม่อยากเชื่อว่ามันผ่านมาสามปีแล้ว และรู้สึกดีใจที่ได้พบเจอและรู้จักผู้คนมากมายในกองทัพ ซึ่งกลายเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางเติบโตของเขา

ปีแห่งการเจอกันอีกครั้งของพัคโบกอมและแฟน ๆ

ในปีนี้พัคโบกอมตื่นเต้นเป็นพิเศษ เพราะเขามีโอกาสได้เข้าใกล้แฟน ๆ มากขึ้นผ่านหลายโปรเจกต์

  • ซีรีส์ของ Netflix เรื่อง When Life Gives You Tangerines

  • ซีรีส์ของ Amazon Prime Video เรื่อง Good Boy

  • ทอล์คโชว์เกี่ยวกับดนตรีในรายการ Park Bo Gum’s Cantabile

เขาส่งข้อความถึงแฟน ๆ อย่างชัดเจนว่า

  • รู้สึกขอบคุณสำหรับความรักและการสนับสนุนที่ได้รับมาอย่างล้นหลาม

  • ปีนี้เขาจะทุ่มเทเต็มที่ เพื่อ “ตอบแทน” ความรักนั้นผ่านผลงานทุกชิ้น

พัคโบกอม: ไม่ใช่แค่ไอดอล แต่คือคนทำงานที่เชื่อในความกตัญญูและความสุขเรียบง่าย

เมื่อมองภาพรวมของเส้นทางชีวิตและการทำงานของพัคโบกอม จะเห็นชัดว่าเบื้องหลังใบหน้าที่ใคร ๆ เรียกว่า ‘แฟนหนุ่มแห่งชาติ’ คือคนที่

  • ขยันและไม่กลัวการเริ่มต้นในแนวใหม่

  • ใช้ทุกช่วงเวลาของชีวิตเป็นพื้นที่เรียนรู้

  • ไม่ยึดติดกับภาพลักษณ์ แต่โฟกัสที่การเติบโตในฐานะมนุษย์และนักแสดง

เขาไม่ได้เป็นเพียง “ดารา” แต่คือคนหนึ่งที่กำลังเติบโตต่อหน้าสายตาทุกคนอย่างซื่อสัตย์ และเลือกจะเดินหน้าไปข้างหน้าด้วยความขอบคุณและความสุขในสิ่งเล็ก ๆ เสมอ