รับแอปรับแอป

DeepSeek AI ผู้ท้าชิง ChatGPT จากจีน: เก่งคำนวณ ถูกกว่า แถมเข้าใจเอเชียลึกกว่าเดิม

ภูริณัฐ วงศ์ชัย01-30

เปิดโลก DeepSeek AI: ทำไมวงการถึงจับตามอง?

ลองจินตนาการดูว่า ถ้ามี AI ที่ช่วยแก้สมการคณิตศาสตร์สุดโหด วิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกได้ในเสี้ยววินาที แถมยังเข้าใจภาษาและวัฒนธรรมจีนได้อย่างเป็นธรรมชาติครบเครื่องในตัวเดียว คุณคิดถึง AI ตัวไหน?

คำตอบคือ DeepSeek AI ดาวรุ่งจากจีนที่กำลังถูกพูดถึงหนักมากในฐานะ คู่แข่งสำคัญของ ChatGPT หลายคนเริ่มตั้งคำถามว่า

  • DeepSeek AI คืออะไร?

  • ทำไมถึงถูกจับตามองจากทั่วโลก?

  • แล้วมันดีกว่า หรือแตกต่างจาก ChatGPT ยังไง?

ถ้าคุณกำลังมองหา AI ที่ตอบโจทย์ทั้งด้านเทคนิค ธุรกิจ และความคุ้มค่าการลงทุน บทความนี้จะพาคุณไปรู้จัก DeepSeek AI แบบครบมุมมอง

DeepSeek AI คืออะไรกันแน่?

DeepSeek AI คือโมเดลปัญญาประดิษฐ์ที่พัฒนาขึ้นในจีน โดยออกแบบมาเพื่อ เจาะลึกงานวิเคราะห์ข้อมูล การแก้โจทย์คณิตศาสตร์ และคำถามซับซ้อนระดับสูง

จุดเด่นของ DeepSeek AI มีหลายมิติ ได้แก่

  • ความสามารถด้าน การประมวลผลเชิงลึก (deep reasoning) และการแก้ปัญหาที่ต้องใช้ตรรกะซับซ้อน

  • การเข้าใจและประมวลผล ภาษาจีน ได้อย่างลื่นไหล เป็นธรรมชาติ และสอดคล้องบริบท

  • การออกแบบโมเดลให้ คุ้มค่าเรื่องต้นทุนการพัฒนา เมื่อเทียบกับประสิทธิภาพที่ได้

ตัวอย่างที่น่าสนใจคือโมเดล DeepSeek-R1 ที่เปิดตัวในปี 2025 โดยใช้เงินพัฒนาเพียงประมาณ 6 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งต่ำกว่าคู่แข่งหลายเจ้าอย่างชัดเจน แต่ยังให้ประสิทธิภาพในระดับที่สามารถนำมาเทียบกับ AI ชั้นนำอย่าง ChatGPT ได้อย่างไม่เสียหน้า

สรุปสั้น ๆ: DeepSeek AI คือ AI สำหรับคนที่ต้องการ พลังการคำนวณสูง + ความคุ้มค่า + การรองรับตลาดจีนและเอเชีย ในตัวเดียว

เส้นทางสู่ DeepSeek AI: จากไอเดียสู่เวทีโลก

จุดเริ่มต้นของโปรเจกต์ DeepSeek

แนวคิดของ DeepSeek AI เกิดจากความต้องการสร้าง AI ที่ไม่ได้เก่งแค่ภาษาอังกฤษหรือใช้ได้เฉพาะฝั่งตะวันตกเท่านั้น แต่ต้องเป็น AI ที่

  • เข้าใจ บริบทเอเชีย

  • รองรับ ภาษาและวัฒนธรรมจีน อย่างจริงจัง

  • สามารถตอบโจทย์เชิงธุรกิจและเทคโนโลยีในภูมิภาคนี้ได้โดยเฉพาะ

โปรเจกต์ DeepSeek เริ่มต้นราวปี 2019 โดยได้รับแรงสนับสนุนจากทั้งภาคเอกชนและภาครัฐในจีน ทำให้พัฒนาได้อย่างรวดเร็วและมีทรัพยากรพร้อม

เบื้องหลังความสำเร็จ มาจาก 3 ปัจจัยหลัก:

  • การลงทุนแบบมุ่งเป้า
    มีเงินทุนและทรัพยากรจากรัฐบาลที่ต้องการปั้น AI ระดับชาติ แข่งขันกับเทคโนโลยีตะวันตก

  • ทีมวิจัยระดับแนวหน้า
    รวมผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยทั่วประเทศ ทำให้พัฒนาโมเดลที่ทั้งใหญ่ ลึก และปรับแต่งสำหรับงานจริงได้ดี

  • คลังข้อมูลภาษาจีนขนาดมหาศาล
    การเข้าถึงฐานข้อมูลที่กว้างและลึกของจีน ช่วยให้ AI เรียนรู้บริบท วัฒนธรรม และรูปแบบการใช้ภาษาที่เฉพาะตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ด้วยปัจจัยทั้งหมดนี้ DeepSeek AI สามารถเปิดตัวสู่สาธารณะครั้งแรกในปี 2023 และใช้เวลาไม่นานก็ถูกจับตามองจากวงการ AI ทั่วโลก

ผู้อยู่เบื้องหลัง DeepSeek: เหลียง เหวินเฟิง

ชื่อที่คุณควรรู้จักควบคู่ไปกับ DeepSeek AI คือ เหลียง เหวินเฟิง (Liang Wenfeng)

เขาเติบโตในมณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน จบปริญญาตรีด้านวิศวกรรมข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ และปริญญาโทด้านวิศวกรรมข้อมูลและการสื่อสารจากมหาวิทยาลัยเจ้อเจียง ซึ่งเป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยชั้นนำของจีน

เส้นทางของเขาไม่ได้เริ่มจาก AI โดยตรง แต่เริ่มจากโลกการเงิน:

  • เคยร่วมก่อตั้งกองทุนเฮดจ์ฟันด์ชื่อ High-Flyer ในปี 2015

  • ใช้ AI ในการสร้างกลยุทธ์การเทรดสินทรัพย์ทางการเงิน

จากประสบการณ์ตรงในโลกจริง เหลียงมองเห็นว่า AI ไม่ได้มีศักยภาพแค่ในวอลสตรีทหรือซิลิคอนวัลเลย์ แต่ ตลาดเอเชียเองก็ต้องการ AI ของตัวเอง ที่เข้าใจภูมิภาคอย่างแท้จริง

จุดนี้เองทำให้เขาตัดสินใจก่อตั้ง DeepSeek AI ในปี 2023 เพื่อสร้างเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ตลาดเอเชียโดยเฉพาะ

วันนี้ เหลียงจึงไม่ได้เป็นแค่ผู้บริหารกองทุนเท่านั้น แต่ยังกลายเป็นหนึ่งใน ผู้นำด้านเทคโนโลยี AI ระดับโลก ที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง

DeepSeek AI vs ChatGPT: ต่างกันยังไง?

ทั้ง DeepSeek AI และ ChatGPT ต่างก็เป็น AI ระดับหัวแถว แต่บุคลิกและจุดโฟกัสไม่เหมือนกัน

ภาพรวมของ DeepSeek AI (โดยเฉพาะสายโมเดล reasoning อย่าง R1):

  • เน้น การคำนวณและตรรกะเชิงลึก

  • เหมาะกับงาน เชิงวิชาการ คณิตศาสตร์ วิศวกรรม การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก

  • ปรับจูนให้ทำงานได้ดีใน บริบทจีนและเอเชีย

ภาพรวมของ ChatGPT:

  • ถนัดด้าน การสื่อสารเชิงสนทนา การเขียนคอนเทนต์ และการใช้งานทั่วไป

  • รองรับ หลายภาษา และมีฐานผู้ใช้งานทั่วโลก

  • ดีมากสำหรับ การใช้งานเชิงสร้างสรรค์และการสื่อสารกับผู้ใช้ทั่วไป

สรุปแบบง่าย:

  • ถ้าโจทย์หลักของคุณคือ งานเชิงลึกด้านตรรกะ คณิต หรือบริบทจีน–เอเชีย → DeepSeek AI น่าสนใจมาก

  • ถ้าเน้น คอนเทนต์ สนทนา การใช้งานสากลหลายภาษา → ChatGPT ยังเป็นตัวเลือกที่แข็งแกร่ง

ทำไม DeepSeek AI ถึงเขย่าวงการได้แรง?

การมาของ DeepSeek AI ไม่ได้สะเทือนแค่ในจีน แต่ยังสะเทือนภาพรวม อุตสาหกรรม AI ทั่วโลก เพราะมันคือสัญญาณชัดเจนว่า ตลาดไม่ได้มีผู้เล่นรายใหญ่แค่จากสหรัฐฯ หรือยุโรปอีกต่อไป

โดยเฉพาะตลาดเอเชีย DeepSeek AI มีจุดแข็งคือ

  • เข้าใจ ความต้องการด้านความปลอดภัยข้อมูล ขององค์กรและหน่วยงานในจีน

  • สอดคล้องกับ กฎระเบียบและนโยบายภาครัฐ ที่เข้มงวดมากขึ้นเรื่อย ๆ

  • เป็นตัวเลือกที่ช่วยให้หลายองค์กร ลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากตะวันตก

สำหรับธุรกิจในภูมิภาคเอเชีย นี่คือโอกาสในการเลือกใช้ AI ที่สร้างมา เพื่อบริบทของตัวเอง มากขึ้น

DeepSeek AI กับจุดแข็งด้านความปลอดภัยและการกำกับดูแลข้อมูล

หนึ่งในจุดขายสำคัญของ DeepSeek AI คือการออกแบบให้ สอดคล้องกับกรอบกฎหมายและนโยบายด้านความปลอดภัยของจีน ที่เข้มงวดอย่างมาก

1. ปฏิบัติตามกฎหมายข้อมูลและความมั่นคงไซเบอร์ของจีน

  • DeepSeek AI สอดคล้องกับกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของจีน (PIPL) และกฎหมายความมั่นคงทางไซเบอร์

  • ข้อมูลที่ใช้ฝึกและใช้งานจะต้องผ่านการคัดกรองตามแนวทางของรัฐ ลดความเสี่ยงต่อการเผยแพร่ข้อมูลที่อาจเป็นอันตรายหรือผิดนโยบาย

2. การควบคุมเนื้อหาและระบบกลั่นกรองข้อมูล

  • มีระบบกรองเนื้อหาที่เคร่งครัดตามมาตรฐานของจีน ช่วยลดโอกาสที่ AI จะสร้างเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมหรือเป็นอันตรายต่อสังคม

  • ถูกออกแบบให้ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่ข้อมูลที่อาจเสี่ยงต่อความมั่นคงของประเทศ ซึ่งเป็นระดับการควบคุมที่ AI ฝั่งตะวันตกหลายตัวไม่ได้ใช้มาตรฐานเดียวกัน

3. การปกป้องข้อมูลผู้ใช้ภายในประเทศ

  • ข้อมูลผู้ใช้ในจีนจะถูกเก็บและประมวลผลภายในประเทศ ตามข้อกำหนดด้านความมั่นคงข้อมูล

  • สำหรับองค์กรหรือหน่วยงานรัฐที่ต้องการให้ข้อมูล ไม่ออกนอกประเทศ DeepSeek AI จึงเป็นตัวเลือกที่น่าเชื่อถือมาก

4. เน้นความมั่นคงทางไซเบอร์ตั้งแต่ระดับออกแบบ

  • ด้วยการสนับสนุนจากภาครัฐ DeepSeek AI ถูกออกแบบโดยคำนึงถึง การป้องกันภัยคุกคามไซเบอร์ ตั้งแต่ต้นทาง

  • ลดความเสี่ยงจากการถูกแฮ็ก ขโมยข้อมูล หรือดัดแปลงข้อมูลสำคัญ

ผลลัพธ์: ภาคธุรกิจและหน่วยงานรัฐจำนวนมากเริ่มมอง DeepSeek AI เป็น ทางเลือกด้าน AI ที่ปลอดภัยและกลมกลืนกับนโยบายในประเทศ มากขึ้นเรื่อย ๆ

เคสตัวอย่าง: DeepSeek AI vs ChatGPT ในการแก้สมการง่าย ๆ

เพื่อให้เห็นสไตล์การตอบของทั้งสอง AI ลองดูตัวอย่างคำถามพื้นฐานด้านคณิตศาสตร์:

คำถาม: สมการ `2x − 5 = 15` มีคำตอบว่าอะไร?

วิธีตอบในสไตล์ ChatGPT

ChatGPT จะอธิบายเป็นขั้น ๆ แบบอ่านง่าย คล้ายสอนเด็กหรือผู้ใช้ทั่วไป เช่น

  • เพิ่ม 5 ทั้งสองข้างของสมการ → ได้ `2x = 20`

  • หารทั้งสองข้างด้วย 2 → ได้ `x = 10`

เนื้อหาถูกต้องครบถ้วน แต่อ่านแล้วให้ความรู้สึก เป็นมิตรและเข้าใจง่ายสำหรับคนทั่วไป มากกว่าเชิงตำรา

วิธีตอบในสไตล์ DeepSeek AI

DeepSeek AI จะอธิบายคล้ายคำตอบในหนังสือเรียนหรือข้อสอบ เชิงวิชาการมากขึ้น เช่น

  • ระบุขั้นตอนอย่างเป็นระบบ ใช้สัญลักษณ์คณิตศาสตร์ครบถ้วน

  • แสดงแต่ละขั้นตอนของการแยกตัวแปร การบวก และการหารอย่างเป็นทางการ

  • เน้นความถูกต้องและรูปแบบการนำเสนอแบบ formal

และได้คำตอบเดียวกันคือ `x = 10`

สรุปความต่างของสไตล์การตอบ

จากตัวอย่างสมการเดียวกัน เราจะเห็นความต่างชัดเจน:

  • DeepSeek AI

    • ลักษณะคำตอบ ออกแนววิชาการ

    • เหมือนอ่านเฉลยจากหนังสือเรียน หรือรายงานเชิงเทคนิค

    • เหมาะกับห้องเรียน งานวิจัย หรือบริบทที่ต้องการความเป็นทางการ

  • ChatGPT

    • สไตล์การอธิบาย เป็นกันเอง อ่านง่าย

    • เหมาะกับคนทั่วไป ผู้เริ่มต้น หรือผู้ใช้ที่ต้องการคำตอบเร็ว เข้าใจไว

ถ้าคุณต้องการคำตอบที่ดู เป็นทางการ ใช้ในงานวิชาการ DeepSeek AI จะมีภาพลักษณ์ที่เป็นมืออาชีพมากกว่า

แต่ถ้าคุณเน้น การอธิบายให้คนทั่วไปเข้าใจง่าย ChatGPT จะตอบโจทย์มากกว่าอย่างชัดเจน

แล้วในอนาคต เราควรเลือกใช้ AI ตัวไหน?

คำตอบไม่ได้มีแค่ “ตัวไหนดีกว่า” แต่คือ ตัวไหนเหมาะกับงานของคุณมากกว่า

ลองดูแบบนี้:

  • ถ้าคุณต้องการ AI เพื่อ

    • ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก

    • แก้ปัญหาคณิตศาสตร์หรือโจทย์ที่ต้องใช้เหตุผลซับซ้อน

    • ทำงานในบริบทจีนหรือเอเชีย

    DeepSeek AI เป็นตัวเลือกที่น่าลองอย่างยิ่ง

  • ถ้าคุณต้องการ AI เพื่อ

    • เขียนคอนเทนต์ บทความ สคริปต์ โพสต์โซเชียล

    • ตอบแชทลูกค้า หรือใช้งานในเชิงสนทนาทั่วไป

    • ทำงานกับผู้ใช้หลากหลายภาษา ทั่วโลก

    ChatGPT ยังเป็นตัวเลือกที่แข็งแรงและยืดหยุ่นมาก

DeepSeek AI จะมาแทน ChatGPT ได้จริงไหม?

คำถามที่หลายคนอยากรู้ที่สุดอาจไม่ใช่ DeepSeek คืออะไร แต่คือ “มันจะมาแทน ChatGPT ได้ไหม?”

ถ้ามองแบบเป็นกลาง:

  • DeepSeek AI มีจุดแข็งชัดเจนในด้าน

    • การคำนวณและการให้เหตุผลเชิงลึก

    • ความสามารถด้านภาษาจีนและบริบทเอเชีย

    • ต้นทุนการพัฒนาที่ต่ำเมื่อเทียบกับพลังของโมเดล

  • ขณะที่ ChatGPT ยังได้เปรียบด้าน

    • ฐานผู้ใช้ทั่วโลกและ ecosystem ที่ใหญ่

    • การรองรับหลายภาษาในระดับสากล

    • ความสามารถในการใช้งานในหลากหลายสถานการณ์ ทั้งสายคอนเทนต์ ธุรกิจ การศึกษา และการใช้งานส่วนตัว

ดังนั้น ในระยะสั้น DeepSeek AI ยังไม่ได้ “แทนที่” ChatGPT แต่สิ่งที่ชัดเจนคือ มันทำให้ตลาด AI แข่งขันกันดุเดือดขึ้นมาก

และสำหรับผู้ใช้แบบเรา ๆ นี่คือข่าวดี เพราะยิ่งมีการแข่งขันมากเท่าไหร่ เราก็ยิ่งได้เห็น

  • นวัตกรรมใหม่ ๆ

  • AI ที่เก่งขึ้นเรื่อย ๆ

  • ตัวเลือกที่เหมาะกับงานเฉพาะด้านมากขึ้น

สิ่งที่สำคัญที่สุดไม่ใช่ “เลือกข้าง” แต่คือ เลือก AI ที่ตรงกับโจทย์งานของคุณที่สุด ต่างหาก

สรุปแล้ว ถ้าคุณทำงานด้านข้อมูล เทคนิค การเงิน วิชาการ หรือกำลังโฟกัสตลาดจีนและเอเชีย DeepSeek AI คือชื่อที่คุณไม่ควรมองข้าม

แต่สำหรับงานคอนเทนต์สนทนา การสื่อสารทั่วไป และการใช้งานข้ามภาษา ChatGPT ก็ยังเป็นเพื่อนคู่คิดที่ไว้ใจได้

ยุคต่อไปไม่ใช่ยุคของ AI ตัวเดียวครองโลก แต่คือยุคที่ เราเลือกใช้หลาย AI ให้เก่งคนละด้าน แล้วเอามาประกอบกันให้เกิดพลังสูงสุด นั่นต่างหากคือเกมใหม่ของคนทำงานยุค AI