อำลาฮีโร่สี่ขาในเครื่องแบบ
พิธีไว้อาลัย “ตำรวจตรีซาโบ้” สุนัขตำรวจพันธุ์เยอรมันเชพเฟิร์ด ได้ถูกจัดขึ้นท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความโศกเศร้า แต่แฝงด้วยความภาคภูมิใจของทุกคนที่เคยได้ร่วมงานและผูกพันกับเขา
สุนัขตำรวจผู้ภักดีตัวนี้ปฏิบัติหน้าที่ค้นหาวัตถุระเบิดมายาวนานกว่า 5 ปี ก่อนจากไปในวัยเพียง 6 ปี 4 เดือน ท่ามกลางความอาลัยของเจ้าหน้าที่ ผู้บังคับสุนัข และแฟนคลับจำนวนมาก




พิธีไว้อาลัยที่ลานอนุสาวรีย์สุนัขตำรวจ
ช่วงเช้าเวลา 09.00 น. วันที่ 17 ตุลาคม พิธีไว้อาลัยได้จัดขึ้นที่ลานอนุสาวรีย์สุนัขตำรวจเอ๊กซ์ ภายในกองกำกับการสุนัขตำรวจ กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ (บก.สปพ.) ถนนวิภาวดีรังสิต
พล.ต.ต.วรวิทย์ ญาณจินดา ผบก.สปพ. ทำหน้าที่เป็นประธานในพิธี ส่งสุนัขตำรวจสีดำ–น้ำตาลเพศผู้ ผู้ทุ่มเทให้กับงานด้านการค้นหาวัตถุระเบิดจนวาระสุดท้ายของชีวิต
บรรยากาศรายล้อมไปด้วยเจ้าหน้าที่ เพื่อนสุนัขตำรวจ และประชาชนที่ติดตามผลงานของเขามาอย่างต่อเนื่อง ทุกสายตาต่างเต็มไปด้วยความอาลัยและเคารพ
ภายในพิธีมีผู้บังคับสุนัขตำรวจ เจ้าหน้าที่ และสุนัขเพื่อนร่วมรุ่นของซาโบ้ 6 ตัว เข้าร่วมยืนสงบนิ่งไว้อาลัย มีการบรรเลงเพลงแตรนอนและวางดอกไม้หน้าโลงบรรจุร่างอย่างสมเกียรติ สะท้อนให้เห็นว่าสำหรับทุกคนแล้ว เขาไม่ใช่แค่สุนัข แต่คือเพื่อนร่วมรบในภารกิจจริง
จากลูกหมาตัวสั่นสู่ “สุนัขตำรวจตรี”
“ตำรวจตรีซาโบ้” เกิดเมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2562 และเข้ารับราชการในปี 2563 ในสังกัดกองกำกับการสุนัขตำรวจ บก.สปพ. โดยมีชื่อในทะเบียนครุภัณฑ์ว่า YS 2 ก่อนจะได้รับชื่อเล่นว่า “ซาโบ้” ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากตัวละครในการ์ตูนเรื่องวันพีซ
ต่อมาเขาได้รับยศ “สุนัขตำรวจตรี” เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2566 เป็นสัญลักษณ์ของความสามารถและความทุ่มเทในการทำหน้าที่
ตลอดเส้นทางการฝึก ซาโบ้ผ่านหลายหลักสูตรสำคัญ อาทิ
การเชื่อฟังคำสั่งพื้นฐาน
การพิสูจน์และจดจำกลิ่น
การค้นหาวัตถุระเบิดในสถานการณ์ต่าง ๆ
รวมเวลาฝึกกว่า 10 เดือน จนพร้อมออกปฏิบัติภารกิจจริงในการถวายความปลอดภัยพระบรมวงศานุวงศ์ รักษาความปลอดภัยสถานที่สำคัญ และสนับสนุนงานเทศกาลระดับประเทศอย่างต่อเนื่อง
จากสุนัขที่เคยถูกมองว่าไม่ผ่านมาตรฐาน เขากลายเป็นแนวหน้าในงานด้านความปลอดภัยของประเทศได้อย่างสง่างาม
“จากตกเกรด…ถึงเพื่อนร่วมชีวิต” ในมุมมองผู้บังคับสุนัข
ส.ต.อ.จิรทีปต์ ดีพาชู หรือ “คุณโบ” ผู้บังคับสุนัขและเป็นคนดูแลซาโบ้ เล่าว่า เขาเริ่มรับหน้าที่ดูแลซาโบ้ตั้งแต่สุนัขอายุราว 2 ปี
ในช่วงแรกซาโบ้เป็นสุนัขที่ขี้กลัวและระแวงง่าย สะดุ้งแม้กระทั่งเสียงใบไม้หล่น เคยถูกจัดว่าเป็นสุนัข “ตกเกรด” จนต้องเริ่มต้นฝึกใหม่แทบทั้งหมด
การจะเปลี่ยนจากสุนัขขี้กลัวให้กลายเป็นสุนัขปฏิบัติงานแนวหน้าไม่ใช่เรื่องง่าย ใช้เวลาเกือบ 1 ปีเต็มในการปรับพฤติกรรม เสริมความมั่นใจ และพัฒนาทักษะต่าง ๆ จนเขากลับมาลุกขึ้นยืนอย่างมั่นคงในสนามปฏิบัติจริง
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา คุณโบแทบจะใช้ชีวิตอยู่กับซาโบ้ทุกวัน
ฝึกเช้า
ฝึกเย็น
เลิกงานแล้วยังกลับมาฝึกต่อจนดึก
ทั้งหมดก็เพื่อให้ซาโบ้ผ่านการประเมินและได้รับตำแหน่งสุนัขตำรวจอย่างภาคภูมิ
เขายอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า ซาโบ้ไม่ใช่แค่สุนัขในหน้าที่ แต่กลายเป็นเพื่อนและสมาชิกในครอบครัว ที่ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันแทบตลอด 24 ชั่วโมง
ความผูกพันที่เกินกว่าคำว่าแฟนคลับ
ด้านแฟนคลับของเพจ “โบกะโบ้” ก็มีความรู้สึกไม่ต่างกัน หนึ่งในนั้นคือ “คุณฝน” อายุ 42 ปี ที่เดินทางมาร่วมพิธีไว้อาลัยด้วยใจที่เต็มไปด้วยความผูกพัน
เธอเล่าว่ารู้จักซาโบ้จากคลิปใน TikTok เมื่อราว 4 ปีก่อน จากนั้นก็ติดตามมาตลอด ผ่านคลิปการฝึกและการทำงานในชีวิตประจำวัน จนรู้สึกผูกพันเหมือนรู้จักกันจริง ๆ
วันหนึ่งเธอตัดสินใจนั่งรถไฟฟ้าไปหาซาโบ้ ทั้งที่ปกติไม่ได้ใช้บีทีเอสเลย เพียงเพราะอยากเห็นตัวจริงให้ได้สักครั้ง และวันนั้นซาโบ้ก็เข้ามาทักทาย เล่นด้วยราวกับจำคนได้
ตั้งแต่รู้ข่าวว่าเขาป่วย เธอเฝ้าติดตามอาการและส่งกำลังใจมาอย่างต่อเนื่อง และยังฝากข้อความไปถึงเขาว่า
“ซาโบ้เป็นสุนัขที่ใสซื่อ ร่าเริง ถ้าน้องมองเห็นตอนนี้ อยากจะบอกว่าทุกคนยังรักและคิดถึงเสมอ ซาโบ้จะอยู่ในใจแฟนคลับตลอดไป”
คำพูดสั้น ๆ แต่สะท้อนให้เห็นว่าพลังของสุนัขหนึ่งตัว สามารถแตะหัวใจของคนได้มากกว่าที่เราคิด
เพจ “โบกะโบ้” หลังจากไม่มีซาโบ้
เมื่อถูกถามถึงอนาคตของเพจ “โบกะโบ้” ส.ต.อ.จิรทีปต์เผยว่า ยังไม่คิดจะปิดเพจ แต่จะขอพักการทำคอนเทนต์ไว้ก่อน เพราะยังอยู่ในช่วงทำใจและไม่ได้ทำเพจเป็นอาชีพหลัก
ในอนาคต หากได้รับสุนัขตัวใหม่ เขาอาจกลับมาทำคอนเทนต์อีกครั้ง ทว่าตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการให้เวลาตัวเองในการเยียวยาหัวใจ
สำหรับคนรักสุนัขแล้ว การสูญเสียหนึ่งชีวิตที่เดินเคียงข้างกันมาหลายปี ไม่ต่างอะไรกับการจากไปของสมาชิกในครอบครัวแท้ ๆ
สาเหตุการเจ็บป่วยและจากไปของซาโบ้
ด้านกลุ่มงานสัตวแพทย์ บก.สปพ. เปิดเผยข้อมูลด้านสุขภาพว่า ซาโบ้เริ่มป่วยตั้งแต่เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา โดยมีอาการสำคัญคือ
อาเจียนบ่อย
ถ่ายเหลว
ไม่ยอมกินอาหาร
พบของเหลวสะสมในช่องท้องและช่องอก
เขาถูกส่งตัวเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลสัตว์เล็ก คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทีมสัตวแพทย์ได้ดูแลอย่างเต็มความสามารถ แต่อาการกลับทรุดลงอย่างต่อเนื่อง
ท้ายที่สุด ซาโบ้เสียชีวิตเมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 9 ตุลาคม 2568 ด้วยภาวะระบบอวัยวะหลายส่วนล้มเหลว
สำหรับคนที่เลี้ยงสุนัข การได้เห็นสุนัขป่วยเรื้อรังเช่นนี้ คือบททดสอบหัวใจอย่างแท้จริง และเป็นเครื่องเตือนว่า การดูแลสุขภาพสุนัขตั้งแต่เนิ่น ๆ สำคัญกว่าการรอให้ป่วยแล้วค่อยรักษา
พิธีส่งฮีโร่สู่การพักผ่อนครั้งสุดท้าย
หลังเสร็จสิ้นพิธีที่ บก.สปพ. เจ้าหน้าที่ได้เคลื่อนร่างตำรวจตรีซาโบ้ไปประกอบพิธีฌาปนกิจที่วัดผาสุกมณีจักร จังหวัดนนทบุรี
มีพระสงฆ์ทำพิธีบังสุกุล ผู้ร่วมงานยืนสงบนิ่งไว้อาลัย ก่อนปิดฝาโลงและจุดเพลิง ภาพเปลวไฟที่ลุกโชนท่ามกลางบรรยากาศโศกเศร้า กลายเป็นสัญลักษณ์ของการส่งเขาไปสู่การพักผ่อนที่ไม่มีวันต้องปฏิบัติหน้าที่หนักอีกต่อไป
แม้ร่างกายจะจากไป แต่เรื่องราวของเขาจะยังอยู่ในความทรงจำของทุกคนที่เคยเห็นเขาทำงาน เห็นเขาฝึก เห็นเขายิ้ม และเห็นเขาวิ่งด้วยความสุข
บทเรียนจาก “ตำรวจตรีซาโบ้” สำหรับคนรักสุนัข
เรื่องราวของซาโบ้ไม่ได้มีแค่ความเศร้า หากยังแฝงข้อคิดสำคัญไว้หลายอย่างสำหรับคนที่ดูแลสุนัข หรือกำลังคิดจะรับสุนัขมาเป็นสมาชิกใหม่ในบ้าน
ไม่มีสุนัขตัวไหน “ตกเกรด” ถ้าเราไม่ยอมแพ้ ซาโบ้คือหลักฐานชัดเจนว่า สุนัขที่เคยขี้กลัว ถูกมองว่าไม่เหมาะกับงาน ก็สามารถเปลี่ยนแปลงได้ด้วยเวลา ความเข้าใจ และการฝึกอย่างต่อเนื่อง
ความผูกพันสร้างจากเวลาไม่ใช่คำสั่ง การฝึกสุนัขให้เก่งไม่ใช่แค่การสั่งให้ทำ แต่คือการใช้เวลา อยู่ด้วยกันทุกวัน ให้เขาเชื่อใจเราจริง ๆ
สุขภาพสุนัขสำคัญไม่แพ้หน้าที่ อาการอาเจียน ถ่ายเหลว ไม่กินอาหาร และท้องมานหรือมีของเหลวในช่องอก–ช่องท้อง ล้วนเป็นสัญญาณอันตรายที่ไม่ควรมองข้าม หากเจออาการเหล่านี้ต้องรีบพาไปพบสัตวแพทย์ทันที
สุนัขคือครอบครัว ไม่ใช่แค่สัตว์เลี้ยง ทั้งจากมุมมองของผู้บังคับสุนัขและแฟนคลับ ทุกคนพูดตรงกันว่าเขาเป็นเพื่อนร่วมชีวิต มากกว่าจะเป็นสุนัขในหน้าที่
ปิดฉากภารกิจ แต่ไม่ปิดฉากความทรงจำ
ภารกิจค้นหาวัตถุระเบิดของ “ตำรวจตรีซาโบ้” อาจปิดฉากลงแล้ว แต่สิ่งที่เขาทิ้งไว้คือเรื่องราวของความมุ่งมั่น ความซื่อสัตย์ และความรักที่มีต่อมนุษย์อย่างไม่มีเงื่อนไข
สำหรับคนรักสุนัข เรื่องของซาโบ้คือเครื่องย้ำเตือนว่า ทุกชีวิตที่เรารับมาเลี้ยง ล้วนมีเวลาอยู่กับเราอย่างจำกัด สิ่งที่เราทำได้ดีที่สุดคือ ดูแลเขาให้ดีในทุกวัน และทำให้ช่วงเวลาสั้น ๆ นั้นเต็มไปด้วยความหมาย
และไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน ชื่อของ “ซาโบ้” จะยังคงถูกจดจำในฐานะฮีโร่สี่ขาที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างสมศักดิ์ศรี จนถึงลมหายใจสุดท้ายของชีวิต

