รับแอปรับแอป

ลายเฮนน่าพลาดไม่ใช่เรื่องใหญ่! คู่มือเคลียร์คราบบนผิว มือ เล็บ และเสื้อผ้าแบบครบจบในหนึ่งครั้ง

พีรวิชญ์ สุวรรณดี01-31

รอยเฮนน่าติดผิว ทำไงดี?

เฮนน่าได้มาจากใบแห้งบดของพุ่มลอฟโซเนีย เป็นสีย้อมจากธรรมชาติที่ให้โทนแดงสวยและยังมีคุณสมบัติที่ดีต่อเส้นผม แต่เวลาเราย้อมผมหรือเพนต์เมเฮนดีสวย ๆ บนผิว มือ หน้าผาก หู หรือคอ ก็มักจะเผลอเลอะได้ง่าย

คราบสีแดง ๆ บนผิวไม่ได้ติดถาวร แต่การนั่งรอให้มันจางเองเป็นเรื่องน่าอึดอัด โดยเฉพาะสำหรับคนที่ใส่ใจภาพลักษณ์ ยิ่งติดบนใบหน้า มือ หรือส่วนที่เห็นชัด ยิ่งอยากลบให้ไวที่สุด

เฮนน่า รอยสักชั่วคราว และปัญหาคราบด่าง ๆ

นอกจากใช้ย้อมผมแล้ว เฮนน่ายังถูกใช้สร้างลวดลายเมเฮนดีบนผิว เป็นรอยสักชั่วคราวที่อยู่ได้ราวสองสัปดาห์ ลายเส้นบาง ๆ เบา ๆ แบบนี้มีเสน่ห์และให้ความรู้สึกลึกลับ จนกลายเป็นแฟชั่นที่หลายคนหลงรัก

แต่ปัญหาคือ เมื่อเวลาผ่านไป พื้นที่ที่โดนน้ำ สบู่ ผ้าขนหนู หรอถูกับเสื้อผ้า ลายจะเริ่มจางแบบไม่เท่ากัน ทำให้ดูด่าง ๆ ไม่สวย จำเป็นต้องลบออกให้เร็ว เพื่อให้ผิวกลับมาเนียนเรียบ

เข้าใจธรรมชาติของเฮนน่าก่อนล้าง

สีเฮนน่าไม่ถาวร มันติดทนนานบนผมมากกว่าผิว และบนผิวมักจะอยู่ได้ราวสองสัปดาห์ จากนั้นจะหลุดออกไปพร้อมกับการผลัดเซลล์ผิวตามธรรมชาติ

แม้จะใช้เทคนิคเมเฮนดีที่เข้มเป็นพิเศษ และปล่อยให้แห้งติดผิวเต็มที่ การล้างด้วยน้ำอุ่น สบู่ และการถูด้วยผ้าขนหนูเป็นประจำ ก็ช่วยเร่งการหลุดลอกได้ พูดง่าย ๆ คือเฮนน่าค่อย ๆ จากไปพร้อมกับชั้นหนังกำพร้าที่ผลัดใหม่

ผงลอฟโซเนียต่างจากสีย้อมเคมีทั่วไป จึงต้องเข้าใจจุดนี้ก่อนเลือกวิธีลบออกจากผิว

สิ่งสำคัญที่ควรรู้ก่อนเริ่มลบเฮนน่า:

  • น้ำมะนาวและน้ำส้มสายชูเป็นสารฟอกสีที่ดีในกรณีคราบทั่วไป แต่กับเฮนน่า กรดกลับช่วย “ล็อก” สีให้ติดแน่นขึ้น ดังนั้นจึงเหมาะใช้เป็นส่วนหนึ่งของสูตรผสมเท่านั้น ไม่ใช่เดี่ยว ๆ บนผิว

  • ถ้าต้องลบคราบที่ใกล้ดวงตาหรือบนศีรษะ ต้องระวังมาก เพราะของเหลวอาจไหลเข้าตาได้

  • การเยียวยาช่วยลบเฮนน่าส่วนใหญ่ค่อนข้างก้าวร้าวต่อผิว ห้ามใช้หลายวิธีถี่ ๆ ในช่วงเวลาสั้น ๆ ถ้าวิธีหนึ่งไม่เวิร์ก ให้รอข้ามวันแล้วค่อยลองอีกสูตร

  • บางครั้งต้องทำซ้ำมากกว่าหนึ่งรอบกว่าคราบจะจางชัดเจน

  • หลังจากการล้างทุกครั้ง ต้องบำรุงผิวบริเวณที่โดนสาร เพื่อไม่ให้แห้ง แตก หรือระคายเคือง

เฮนน่าล้างง่ายไหม? ขึ้นอยู่กับเวลา

หลังทาเฮนน่าใหม่ ๆ ถ้ายังไม่แห้งหรือติดผิวลึก การล้างออกจะง่ายมาก แค่ล้างด้วยน้ำในทันที บางครั้งแทบไม่เหลือคราบ

แต่ยิ่งปล่อยให้สีอยู่บนผิวนานเท่าไร เม็ดสีก็ยิ่งซึมเข้าและติดแน่นเท่านั้น การล้างออกก็จะยิ่งเหนื่อย

ข้อดีคือเฮนน่าเป็นสีย้อมธรรมชาติ ไม่อันตรายต่อร่างกาย และสุดท้ายจะหลุดเองอยู่ดี เพียงแต่บางครั้งเราจำเป็นต้องลบออกทันที เช่น ลายเมเฮนดีผิดแบบ หรือไม่ชอบลายที่ได้

กรณีลวดลายผิดที่เพิ่งทาใหม่ สามารถใช้:

  • ผ้าเช็ดที่มีแอลกอฮอล์

  • หรือน้ำส้มสายชูเช็ดเบา ๆ

แต่ต้องจำไว้ว่าสารเหล่านี้ทำให้ผิวแห้งมาก หลังเช็ดควรบำรุงผิวทันที

ในซาลอนจะมีน้ำยาเคมีเฉพาะทาง ช่วยลบเฮนน่าจากผิวและผมได้เร็วและเห็นผลชัด คุณสามารถซื้อผลิตภัณฑ์เหล่านี้มาใช้ที่บ้านได้ แต่ ข้อเสียคือราคาแอบแรง

ผู้หญิงหลายคนเลือกจัดการเองที่บ้าน ไม่ว่าจะเป็นลายเมเฮนดีเก่าที่เริ่มลอก หรือคราบเฮนน่าที่ย้อมพลาด ระยะเวลาที่ใช้ลบจะต่างกันไป ขึ้นกับ:

  • คุณภาพของเฮนน่า

  • เวลาที่สีนั้นอยู่บนผิว

  • ประเภทผิวและความเร็วในการผลัดเซลล์

การลบคราบที่บ้านอาจใช้ตั้งแต่ 1 วันไปจนหลายวัน และต้องจำไว้ว่า วิธีโฮมเมดส่วนใหญ่ มีความก้าวร้าวต่อผิว ทำให้แห้งหรือระคายเคืองได้ โดยเฉพาะเมื่อใช้บนใบหน้า ซึ่งผิวบอบบางและใกล้ดวงตา ควรหลีกเลี่ยงไม่ให้ของเหลวแรง ๆ เข้าตาโดยเด็ดขาด

หลังจากลบสีออก อย่าลืมขั้นตอนบำรุงผิวทุกครั้ง

กันไว้ดีกว่าแก้: ป้องกันคราบเฮนน่าตั้งแต่ต้น

การไม่ให้เลอะคือวิธีที่ดีที่สุด ไม่ต้องมานั่งลบทีหลัง โดยเฉพาะเวลาย้อมผมด้วยเฮนน่า

สิ่งที่ควรทำก่อนเริ่มย้อมผมด้วยเฮนน่า:

  • ใส่ถุงมือเสมอ
    ไม่ว่าจะใช้สีย้อมแบบไหน ถ้ารักผิวมือ ควรใส่ถุงมือทุกครั้ง ทั้งย้อมผมและทำงานบ้าน สีย้อมผมส่วนใหญ่ในกล่องก็มักจะแถมถุงมือมาให้แล้ว ใช้ให้คุ้ม

  • ทาครีมมันรอบกรอบหน้า ใบหู แนวไรผม
    เลือกครีมเนื้อค่อนข้างมัน ซึมช้า ทาให้หนาเข้าไว้ เพื่อสร้างเกราะไม่ให้เม็ดสีซึมลงผิว เวลาเฮนน่าเลอะบนส่วนที่ทาครีม จะล้างออกง่ายตอนสระผม

  • ใช้ขี้ผึ้งเคลือบผิว
    ขี้ผึ้งที่อุ่นจนพออ่อนนุ่ม สามารถทาบาง ๆ เป็นชั้นป้องกันรอบแนวผมและใบหู ช่วยกันเม็ดสีได้ดีมาก อย่าลืมทารอบหู เพราะมักจะโดนสีบ่อยที่สุด

  • เลือกเสื้อผ้าเก่าหรือผ้าคลุมที่สกปรกแล้วไม่เสียดาย สีเฮนน่าติดผ้าได้แน่นไม่แพ้ผิว

วิธีล้างเฮนน่าออกจากผิว: ตัวเลือกยอดฮิต

ในคลังแสงของแม่บ้านและสายบิวตี้มีวิธีลบเฮนน่าเยอะมาก แต่ละสูตรจะตอบสนองกับผิวต่างกัน บางคนออกง่าย บางคนต้องทำซ้ำหลายรอบ

กฎเหล็กก่อนเริ่มลองทุกวิธี:

  • ถ้าลองวิธีหนึ่งแล้วไม่เห็นผล ให้รออย่างน้อย 1 วันก่อนเปลี่ยนไปใช้วิธีใหม่

  • ห้ามใช้ทั้งวิธีเคมี (กรด ด่าง แอลกอฮอล์ ฯลฯ) และวิธีขัดถูแรง ๆ พร้อมกันเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นผิวพังแน่นอน

1. สบู่ซักผ้า

สบู่ซักผ้าขึ้นชื่อเรื่องพลังทำความสะอาด ทั้งซักผ้า ทำความสะอาดบ้าน หรือแม้แต่บางคนใช้กับผม

วิธีใช้กับคราบเฮนน่า:

  • ชุบน้ำให้ผิวที่เลอะสีเปียก

  • ถูด้วยสบู่ซักผ้าให้เกิดฟองหนา ๆ

  • ทิ้งฟองสบู่ไว้บนผิว 10–15 นาที

  • ล้างออกด้วยน้ำอุ่นให้สะอาด

2. หินภูเขาไฟ

หินภูเขาไฟช่วยขัดเฮนน่าออกได้ดี เพราะอาศัยทั้งความร้อนและแรงเสียดสี

วิธีใช้:

  • แช่หรืออบไอน้ำบริเวณผิวที่มีคราบให้ผิวนุ่ม

  • ใช้หินภูเขาไฟถูเบา ๆ เป็นวงกลม

  • เซลล์ผิวชั้นบนที่ติดเม็ดสีจะหลุดออกไปพร้อมกัน ทำให้คราบจาง

หลังทำผิวจะรู้สึกเนียนนุ่มขึ้น แต่ ห้ามถูแรง และต้องทามอยส์เจอร์ไรเซอร์หรือครีมปกป้องผิวทุกครั้ง เพื่อช่วยให้ผิวที่เพิ่งโดนขัดฟื้นตัว

3. น้ำมันพืช

น้ำมันพืชหลายชนิดช่วยดึงเม็ดสีเฮนน่าออกจากผิวอย่างนุ่มนวล เหมาะสำหรับคนผิวแห้งหรือแพ้ง่าย

วิธีใช้:

  • อุ่นน้ำมันพืชในอ่างน้ำให้อุ่น (แต่ไม่ถึงกับร้อน)

  • ทาลงบนผิวที่มีคราบให้ชุ่ม

  • ทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที

  • เช็ดออกแล้วล้างด้วยน้ำอุ่น

4. สครับขัดผิว

สารสครับที่มีเม็ดหยาบเล็ก ๆ จะช่วยลอกชั้นผิวที่มีเม็ดสีออก คล้ายการใช้หินภูเขาไฟ แต่ควบคุมความแรงได้ง่ายกว่า

คุณสามารถใช้สครับสำเร็จรูป หรือทำเองก็ได้

สูตรสครับกาแฟแบบโฮมเมด:

  • ผสมกากกาแฟกับเจลอาบน้ำหรือสบู่เหลวเล็กน้อย

  • ใช้กากกาแฟที่ต้มแล้วก็ได้

  • นวดส่วนผสมลงบนบริเวณที่มีสีอย่างตั้งใจ

  • จะล้างออกเลยหรือทิ้งไว้สักพักแล้วค่อยล้างก็ได้

  • ทำซ้ำได้ทุก ๆ 4 ชั่วโมง จนกว่าคราบจะค่อย ๆ จางลง

5. เกลือทะเล

เกลือทะเลช่วยสครับคราบที่ติดแน่นหรือเก่ามากได้ดี

วิธีใช้:

  • ถ้าเกลือหยาบเกินไป ให้บดหยาบในเครื่องบดกาแฟก่อน

  • ชุบน้ำบริเวณผิวให้หมาด ๆ

  • ใช้เกลือถูเบา ๆ เป็นวงกลม

  • ล้างออกด้วยน้ำเหมือนเวลาล้างสครับทั่วไป

6. เถ้าบุหรี่

แม้จะดูแปลก แต่เถ้าบุหรี่ก็ช่วยขัดเม็ดสีออกได้เช่นกัน

วิธีใช้:

  • บดเถ้าให้ละเอียด (ส่วนใหญ่เถ้าจะแตกง่ายอยู่แล้ว)

  • ชุบสำลีให้หมาด แล้วจุ่มลงในเถ้า

  • ถูลงบนบริเวณที่มีคราบจนสีเริ่มจาง

7. โลชั่นแอลกอฮอล์

โลชั่นที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ หรือแม้แต่วอดก้าธรรมดา ช่วยเช็ดคราบเมเฮนดีที่ไม่ต้องการออกได้พอสมควร

วิธีใช้:

  • หากใช้แอลกอฮอล์เข้มข้น ให้ผสมน้ำให้เหลือประมาณ 30% เพื่อป้องกันการไหม้ผิว

  • ชุบสำลีหรือแผ่นสำลีให้ชุ่ม

  • เช็ดผิวที่มีสีอย่างเบามือ ไม่ต้องกดแรง

  • เปลี่ยนแผ่นสำลีและทำซ้ำจนกว่าคราบจะจางลง

8. น้ำมะนาว + เบกกิ้งโซดา

น้ำมะนาวเพียงอย่างเดียวไม่ช่วยลบเฮนน่ามากนัก แต่เมื่อผสมกับเบกกิ้งโซดาจะเกิดปฏิกิริยาที่ช่วยสลายสีได้ดี

สูตรผสม:

  • น้ำมะนาว 30 มล.

  • เบกกิ้งโซดา 20 กรัม (ประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ)

เมื่อต่างขั้วมารวมกัน (กรด + ด่าง) จะเกิดฟอง เป็นปฏิกิริยาปกติของเคมี สูตรนี้ปลอดภัยและล้างออกด้วยน้ำอุ่นได้ง่าย

9. ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์

ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์เป็นสารฟอกสีที่หลายคนมีติดบ้าน

วิธีใช้:

  • ชุบสำลีหรือทาโดยตรงลงบนผิวที่มีคราบเฮนน่า

  • ถูเบา ๆ หรือซับซ้ำจนสีเริ่มจาง

10. แอมโมเนีย

แอมโมเนียช่วยดึงเม็ดสีออกได้เร็ว แต่เป็นสารที่แรงมาก ต้องใช้ด้วยความระมัดระวัง

ข้อควรระวัง:

  • ห้ามใช้บนใบหน้าโดยเด็ดขาด

  • เสี่ยงระคายเคืองและแพ้

วิธีใช้:

  • ใช้สารละลายแอมโมเนีย 10%

  • ชุบสำลี และถูบริเวณที่มีคราบประมาณ 3 นาที

  • ล้างออกด้วยน้ำอุ่นให้สะอาด

11. น้ำยาล้างเล็บ

น้ำยาล้างเล็บ (โดยเฉพาะสูตรที่มีตัวทำละลายแรง ๆ) สามารถช่วยสลายเม็ดสีเฮนน่าบนผิวได้ แต่ก็ทำให้ผิวแห้งมากเช่นกัน

วิธีใช้:

  • ชุบสำลีด้วยน้ำยาล้างเล็บ

  • เช็ดซ้ำ ๆ บริเวณที่มีสีติดอยู่

  • ล้างออกด้วยน้ำอุ่น และทาครีมบำรุงตามทันที

12. สารละลายน้ำส้มสายชู

น้ำส้มสายชูช่วยลบเมเฮนดีออกจากมือและร่างกายได้ แต่ต้องใช้อย่างระมัดระวัง เพราะทำให้ผิวแห้งมาก

สูตรและวิธีใช้:

  • ผสมน้ำกับน้ำส้มสายชูในอัตราส่วน 1:1

  • ชุบสำลีให้ชุ่มและเช็ดลงบนผิวที่มีสี

  • ทิ้งไว้ 2–3 นาที

  • ล้างออกด้วยน้ำสะอาด

  • อย่าลืมทามอยส์เจอร์ไรเซอร์หนา ๆ หลังทำ

13. ตัวช่วยอื่น ๆ ที่ใช้ได้

นอกจากทั้งหมดที่เล่าไป คุณยังสามารถใช้:

  • เกลืออาบน้ำ

  • ยาสีฟันหรือแป้ง

  • สบู่ต้านเชื้อแบคทีเรีย

  • แอมโมเนีย (ในสูตรเจือจางเหมาะสม)

เพื่อเร่งการล้าง สามารถถูผิวด้วยแปรงสีฟันนุ่ม ๆ หรือล้างมือบ่อยขึ้นในตอนเย็น

สรุป: มีวิธีโฮมเมดมากมายที่ช่วยลบคราบเฮนน่าจากผิว เลือกให้เหมาะกับสภาพผิวและของที่มีอยู่ในบ้าน ถ้าหนึ่งสูตรไม่เวิร์ก ลองอีกสูตรได้ แต่ต้องให้ผิวได้พักด้วย

หากลองมาหลายวิธีแล้วยังไม่ใกล้เคียงผลที่ต้องการ อาจถึงเวลาพิจารณาใช้ผลิตภัณฑ์ระดับมืออาชีพที่ออกแบบมาเพื่อการลบสีโดยเฉพาะ

เคล็ดลับสำคัญในการดูแลผิวหลังลบเฮนน่า

  • พยายามหลีกเลี่ยงไม่ให้ส่วนผสมเฮนน่าเลอะผิวตั้งแต่แรก จะช่วยประหยัดเวลาการลบได้มาก

  • อย่าลืมถุงมือและครีมหรือขี้ผึ้งมัน ๆ บริเวณใบหน้าและแนวไรผมก่อนเริ่มย้อม

  • สารอย่างเปอร์ออกไซด์ แอมโมเนีย หรือน้ำยาล้างเล็บ มีความก้าวร้าวต่อผิว ห้ามใช้บ่อยเกินไป ไม่อย่างนั้นหนังกำพร้าจะเสียหาย

  • ยิ่งลบเร็วเท่าไร สีจะฝังตัวน้อยลงและลบง่ายกว่า จุดสีจะค่อย ๆ จางและสังเกตยากขึ้น

  • ทุกวิธีที่กล่าวมาอาจต้องทำซ้ำมากกว่าหนึ่งครั้ง แต่ไม่ควรใช้หลายวิธีแรง ๆ พร้อมกัน โดยเฉพาะการขัดถู (ทางกายภาพ) ร่วมกับสารเคมี

  • หลังจากทดลองวิธีหนึ่งเสร็จ ให้เว้นช่วงให้ผิวพักอย่างน้อยหนึ่งวันก่อนลองวิธีใหม่

หลังการลบสีทุกครั้ง:

  • ทามอยส์เจอร์ไรเซอร์หรือใช้น้ำมันพืชธรรมชาติ เช่น น้ำมันมะกอก น้ำมันอัลมอนด์ หรือน้ำมันเมล็ดพีช ช่วยฟื้นฟูผิวได้ดีมาก

หลังผิวโดนสารแรง ๆ จะยิ่งได้ผลดีหากตามด้วยมาสก์ให้ความชุ่มชื้นและบำรุงอย่างล้ำลึก เลือกสูตรที่อ่อนโยนและมีส่วนผสมธรรมชาติเป็นหลัก

มาสก์โฮมเมด ฟื้นฟูผิวหลังล้างสี

มาสก์ที่ทำเองที่บ้านเป็นตัวช่วยสำคัญ หลังผิวผ่านการขัดและสัมผัสสารต่าง ๆ มาแล้ว ข้อดีคือคุณควบคุมคุณภาพและส่วนผสมได้เอง

วัตถุดิบง่าย ๆ ที่หาได้ในครัว เช่น:

  • ไข่

  • ข้าวโอ๊ต

  • มันฝรั่ง

  • นมเปรี้ยวหรือโยเกิร์ต

  • น้ำผึ้ง

  • น้ำมันพืชที่ดีต่อผิว

วิธีใช้:

  • ผสมให้ได้มาสก์เนื้อพอเหมาะ

  • ทาลงบนผิวที่สะอาด

  • ทิ้งไว้ 15–20 นาที

  • ล้างออกด้วยน้ำสะอาดในปริมาณเพียงพอ

เฮนน่าติดเล็บ ทำอย่างไรดี?

เฮนน่าบนเล็บล้างได้ด้วยวิธีเดียวกับผิว แต่ต้องใช้เวลานานกว่า

เล็บดูดซึมเม็ดสีได้ลึกกว่าและผลัดช้ากว่าผิว ปลอบใจตัวเองได้อย่างหนึ่งคือ คุณสามารถทาท็อปโค้ทหรือยาทาเล็บสีทึบปิดทับไว้ แล้วรอให้สีเฮนน่าค่อย ๆ หลุด หรือรอเล็บงอกใหม่ แล้วค่อยตัดส่วนที่มีสีออก

เฮนน่าติดเสื้อผ้า อย่าเพิ่งทิ้ง! ยังช่วยได้

เวลาย้อมผมหรือเพนต์ลาย เฮนน่าอาจกระเด็นโดนผ้าขนหนูหรือเสื้อผ้าได้ คราบแบบนี้ลบยาก แต่ยังมีโอกาสช่วยให้รอดอยู่

วิธีจัดการคราบเฮนน่าบนผ้า:

  1. การแช่ผ้าล่วงหน้า

    • แช่ผ้าในน้ำสบู่หรือน้ำยาฟอกขาว

    • น้ำสบู่เตรียมจากผงซักฟอกหรือสบู่ซักผ้ากับน้ำอุ่น

    • ใช้ปริมาณผงซักฟอกมากกว่าปกติราว 2 เท่า

  2. ใช้ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์และแอมโมเนีย

    • โรยแป้งฝุ่นรอบ ๆ คราบเพื่อป้องกันการเกิดขอบด่างเมื่อคราบหลุด

    • ผสมสารละลายจาก: แอมโมเนีย 1 ช้อนโต๊ะ + ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ 5 ช้อนโต๊ะ + น้ำอุ่นในปริมาณเท่ากัน

    • ทาสารละลายลงบนคราบ ทิ้งไว้ 15–30 นาที

    • ล้างและซักตามปกติ

    • ระวังความเข้มข้นไม่ให้เกินที่กำหนด เพราะผ้าอาจเสียได้

    • ก่อนทาลงบนคราบ ลองทดสอบที่มุมผ้าซึ่งมองไม่เห็นก่อนเสมอ

  3. นมอุ่น

    • แช่ผ้าที่เลอะลงในนมอุ่น อาจช่วยดึงเม็ดสีบางส่วนออก

  4. สารฟอกผ้าแบบมีออกซิเจน (เช่น Palmyra)

    • เป็นสารฟอกที่มีโมเลกุลออกซิเจนที่ทำงานในการสลายคราบ ใช้กันมานานกับคราบเฮนน่าบนผ้า

ถ้าทดลองมาหลายวิธีแล้วคราบยังไม่ขยับเลย อาจต้องฝากผ้าไว้กับร้านซักแห้งมืออาชีพแทน

เสียงจากผู้ใช้จริง: วิธีไหนโดน วิธีไหนดื้อ

ผู้หญิงที่เคยลองลบเฮนน่าด้วยตัวเองให้ฟีดแบ็กไว้หลากหลาย:

  • หลายคนชื่นชอบการใช้น้ำมันพืช โดยเฉพาะ น้ำมันหญ้าเจ้าชู้ บอกว่าใช้แล้วคราบจางอย่างนุ่มนวล

  • น้ำยาล้างเล็บก็ถูกพูดถึงบ่อยว่าเห็นผลชัด แต่ต้องตามด้วยครีมบำรุงทุกครั้ง

  • การอาบน้ำอุ่นนาน ๆ ใช้สบู่ และถูด้วยฟองน้ำหรือผ้าขนหนู ก็ช่วยให้สีหลุดเร็วขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป

  • บางคนมองว่า ไม่มีวิธีโฮมเมดวิธีไหนลบได้เกลี้ยง 100% แต่ช่วยให้สีจางเร็วขึ้นชัดเจน โดยเฉพาะการใช้หินภูเขาไฟ อย่างไรก็ตาม หนังกำพร้ามักจะเสียหายค่อนข้างมากหากถูแรงหรือถี่เกินไป

สิ่งหนึ่งที่ทุกคนเห็นตรงกันคือ:

  • เฮนน่าไม่อยู่กับเราไปตลอด ไม่ช้าก็เร็วก็จะหลุดไปเอง

  • การล้างทำความสะอาดร่างกายตามปกติจะช่วยเร่งกระบวนการนี้

  • ถ้าต้องการผลลัพธ์แบบด่วนมาก ๆ การใช้ผลิตภัณฑ์ระดับมืออาชีพก็ยังเป็นตัวเลือกที่น่าเชื่อถือที่สุด