รอยเฮนน่าติดผิว ทำไงดี?
เฮนน่าได้มาจากใบแห้งบดของพุ่มลอฟโซเนีย เป็นสีย้อมจากธรรมชาติที่ให้โทนแดงสวยและยังมีคุณสมบัติที่ดีต่อเส้นผม แต่เวลาเราย้อมผมหรือเพนต์เมเฮนดีสวย ๆ บนผิว มือ หน้าผาก หู หรือคอ ก็มักจะเผลอเลอะได้ง่าย
คราบสีแดง ๆ บนผิวไม่ได้ติดถาวร แต่การนั่งรอให้มันจางเองเป็นเรื่องน่าอึดอัด โดยเฉพาะสำหรับคนที่ใส่ใจภาพลักษณ์ ยิ่งติดบนใบหน้า มือ หรือส่วนที่เห็นชัด ยิ่งอยากลบให้ไวที่สุด
เฮนน่า รอยสักชั่วคราว และปัญหาคราบด่าง ๆ
นอกจากใช้ย้อมผมแล้ว เฮนน่ายังถูกใช้สร้างลวดลายเมเฮนดีบนผิว เป็นรอยสักชั่วคราวที่อยู่ได้ราวสองสัปดาห์ ลายเส้นบาง ๆ เบา ๆ แบบนี้มีเสน่ห์และให้ความรู้สึกลึกลับ จนกลายเป็นแฟชั่นที่หลายคนหลงรัก
แต่ปัญหาคือ เมื่อเวลาผ่านไป พื้นที่ที่โดนน้ำ สบู่ ผ้าขนหนู หรอถูกับเสื้อผ้า ลายจะเริ่มจางแบบไม่เท่ากัน ทำให้ดูด่าง ๆ ไม่สวย จำเป็นต้องลบออกให้เร็ว เพื่อให้ผิวกลับมาเนียนเรียบ






เข้าใจธรรมชาติของเฮนน่าก่อนล้าง
สีเฮนน่าไม่ถาวร มันติดทนนานบนผมมากกว่าผิว และบนผิวมักจะอยู่ได้ราวสองสัปดาห์ จากนั้นจะหลุดออกไปพร้อมกับการผลัดเซลล์ผิวตามธรรมชาติ
แม้จะใช้เทคนิคเมเฮนดีที่เข้มเป็นพิเศษ และปล่อยให้แห้งติดผิวเต็มที่ การล้างด้วยน้ำอุ่น สบู่ และการถูด้วยผ้าขนหนูเป็นประจำ ก็ช่วยเร่งการหลุดลอกได้ พูดง่าย ๆ คือเฮนน่าค่อย ๆ จากไปพร้อมกับชั้นหนังกำพร้าที่ผลัดใหม่
ผงลอฟโซเนียต่างจากสีย้อมเคมีทั่วไป จึงต้องเข้าใจจุดนี้ก่อนเลือกวิธีลบออกจากผิว
สิ่งสำคัญที่ควรรู้ก่อนเริ่มลบเฮนน่า:
น้ำมะนาวและน้ำส้มสายชูเป็นสารฟอกสีที่ดีในกรณีคราบทั่วไป แต่กับเฮนน่า กรดกลับช่วย “ล็อก” สีให้ติดแน่นขึ้น ดังนั้นจึงเหมาะใช้เป็นส่วนหนึ่งของสูตรผสมเท่านั้น ไม่ใช่เดี่ยว ๆ บนผิว
ถ้าต้องลบคราบที่ใกล้ดวงตาหรือบนศีรษะ ต้องระวังมาก เพราะของเหลวอาจไหลเข้าตาได้
การเยียวยาช่วยลบเฮนน่าส่วนใหญ่ค่อนข้างก้าวร้าวต่อผิว ห้ามใช้หลายวิธีถี่ ๆ ในช่วงเวลาสั้น ๆ ถ้าวิธีหนึ่งไม่เวิร์ก ให้รอข้ามวันแล้วค่อยลองอีกสูตร
บางครั้งต้องทำซ้ำมากกว่าหนึ่งรอบกว่าคราบจะจางชัดเจน
หลังจากการล้างทุกครั้ง ต้องบำรุงผิวบริเวณที่โดนสาร เพื่อไม่ให้แห้ง แตก หรือระคายเคือง

เฮนน่าล้างง่ายไหม? ขึ้นอยู่กับเวลา
หลังทาเฮนน่าใหม่ ๆ ถ้ายังไม่แห้งหรือติดผิวลึก การล้างออกจะง่ายมาก แค่ล้างด้วยน้ำในทันที บางครั้งแทบไม่เหลือคราบ
แต่ยิ่งปล่อยให้สีอยู่บนผิวนานเท่าไร เม็ดสีก็ยิ่งซึมเข้าและติดแน่นเท่านั้น การล้างออกก็จะยิ่งเหนื่อย
ข้อดีคือเฮนน่าเป็นสีย้อมธรรมชาติ ไม่อันตรายต่อร่างกาย และสุดท้ายจะหลุดเองอยู่ดี เพียงแต่บางครั้งเราจำเป็นต้องลบออกทันที เช่น ลายเมเฮนดีผิดแบบ หรือไม่ชอบลายที่ได้
กรณีลวดลายผิดที่เพิ่งทาใหม่ สามารถใช้:
ผ้าเช็ดที่มีแอลกอฮอล์
หรือน้ำส้มสายชูเช็ดเบา ๆ
แต่ต้องจำไว้ว่าสารเหล่านี้ทำให้ผิวแห้งมาก หลังเช็ดควรบำรุงผิวทันที
ในซาลอนจะมีน้ำยาเคมีเฉพาะทาง ช่วยลบเฮนน่าจากผิวและผมได้เร็วและเห็นผลชัด คุณสามารถซื้อผลิตภัณฑ์เหล่านี้มาใช้ที่บ้านได้ แต่ ข้อเสียคือราคาแอบแรง

ผู้หญิงหลายคนเลือกจัดการเองที่บ้าน ไม่ว่าจะเป็นลายเมเฮนดีเก่าที่เริ่มลอก หรือคราบเฮนน่าที่ย้อมพลาด ระยะเวลาที่ใช้ลบจะต่างกันไป ขึ้นกับ:
คุณภาพของเฮนน่า
เวลาที่สีนั้นอยู่บนผิว
ประเภทผิวและความเร็วในการผลัดเซลล์
การลบคราบที่บ้านอาจใช้ตั้งแต่ 1 วันไปจนหลายวัน และต้องจำไว้ว่า วิธีโฮมเมดส่วนใหญ่ มีความก้าวร้าวต่อผิว ทำให้แห้งหรือระคายเคืองได้ โดยเฉพาะเมื่อใช้บนใบหน้า ซึ่งผิวบอบบางและใกล้ดวงตา ควรหลีกเลี่ยงไม่ให้ของเหลวแรง ๆ เข้าตาโดยเด็ดขาด
หลังจากลบสีออก อย่าลืมขั้นตอนบำรุงผิวทุกครั้ง

กันไว้ดีกว่าแก้: ป้องกันคราบเฮนน่าตั้งแต่ต้น
การไม่ให้เลอะคือวิธีที่ดีที่สุด ไม่ต้องมานั่งลบทีหลัง โดยเฉพาะเวลาย้อมผมด้วยเฮนน่า
สิ่งที่ควรทำก่อนเริ่มย้อมผมด้วยเฮนน่า:
ใส่ถุงมือเสมอ
ไม่ว่าจะใช้สีย้อมแบบไหน ถ้ารักผิวมือ ควรใส่ถุงมือทุกครั้ง ทั้งย้อมผมและทำงานบ้าน สีย้อมผมส่วนใหญ่ในกล่องก็มักจะแถมถุงมือมาให้แล้ว ใช้ให้คุ้มทาครีมมันรอบกรอบหน้า ใบหู แนวไรผม
เลือกครีมเนื้อค่อนข้างมัน ซึมช้า ทาให้หนาเข้าไว้ เพื่อสร้างเกราะไม่ให้เม็ดสีซึมลงผิว เวลาเฮนน่าเลอะบนส่วนที่ทาครีม จะล้างออกง่ายตอนสระผมใช้ขี้ผึ้งเคลือบผิว
ขี้ผึ้งที่อุ่นจนพออ่อนนุ่ม สามารถทาบาง ๆ เป็นชั้นป้องกันรอบแนวผมและใบหู ช่วยกันเม็ดสีได้ดีมาก อย่าลืมทารอบหู เพราะมักจะโดนสีบ่อยที่สุดเลือกเสื้อผ้าเก่าหรือผ้าคลุมที่สกปรกแล้วไม่เสียดาย สีเฮนน่าติดผ้าได้แน่นไม่แพ้ผิว



วิธีล้างเฮนน่าออกจากผิว: ตัวเลือกยอดฮิต
ในคลังแสงของแม่บ้านและสายบิวตี้มีวิธีลบเฮนน่าเยอะมาก แต่ละสูตรจะตอบสนองกับผิวต่างกัน บางคนออกง่าย บางคนต้องทำซ้ำหลายรอบ
กฎเหล็กก่อนเริ่มลองทุกวิธี:
ถ้าลองวิธีหนึ่งแล้วไม่เห็นผล ให้รออย่างน้อย 1 วันก่อนเปลี่ยนไปใช้วิธีใหม่
ห้ามใช้ทั้งวิธีเคมี (กรด ด่าง แอลกอฮอล์ ฯลฯ) และวิธีขัดถูแรง ๆ พร้อมกันเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นผิวพังแน่นอน
1. สบู่ซักผ้า
สบู่ซักผ้าขึ้นชื่อเรื่องพลังทำความสะอาด ทั้งซักผ้า ทำความสะอาดบ้าน หรือแม้แต่บางคนใช้กับผม
วิธีใช้กับคราบเฮนน่า:
ชุบน้ำให้ผิวที่เลอะสีเปียก
ถูด้วยสบู่ซักผ้าให้เกิดฟองหนา ๆ
ทิ้งฟองสบู่ไว้บนผิว 10–15 นาที
ล้างออกด้วยน้ำอุ่นให้สะอาด

2. หินภูเขาไฟ
หินภูเขาไฟช่วยขัดเฮนน่าออกได้ดี เพราะอาศัยทั้งความร้อนและแรงเสียดสี
วิธีใช้:
แช่หรืออบไอน้ำบริเวณผิวที่มีคราบให้ผิวนุ่ม
ใช้หินภูเขาไฟถูเบา ๆ เป็นวงกลม
เซลล์ผิวชั้นบนที่ติดเม็ดสีจะหลุดออกไปพร้อมกัน ทำให้คราบจาง
หลังทำผิวจะรู้สึกเนียนนุ่มขึ้น แต่ ห้ามถูแรง และต้องทามอยส์เจอร์ไรเซอร์หรือครีมปกป้องผิวทุกครั้ง เพื่อช่วยให้ผิวที่เพิ่งโดนขัดฟื้นตัว

3. น้ำมันพืช
น้ำมันพืชหลายชนิดช่วยดึงเม็ดสีเฮนน่าออกจากผิวอย่างนุ่มนวล เหมาะสำหรับคนผิวแห้งหรือแพ้ง่าย
วิธีใช้:
อุ่นน้ำมันพืชในอ่างน้ำให้อุ่น (แต่ไม่ถึงกับร้อน)
ทาลงบนผิวที่มีคราบให้ชุ่ม
ทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที
เช็ดออกแล้วล้างด้วยน้ำอุ่น

4. สครับขัดผิว
สารสครับที่มีเม็ดหยาบเล็ก ๆ จะช่วยลอกชั้นผิวที่มีเม็ดสีออก คล้ายการใช้หินภูเขาไฟ แต่ควบคุมความแรงได้ง่ายกว่า
คุณสามารถใช้สครับสำเร็จรูป หรือทำเองก็ได้
สูตรสครับกาแฟแบบโฮมเมด:
ผสมกากกาแฟกับเจลอาบน้ำหรือสบู่เหลวเล็กน้อย
ใช้กากกาแฟที่ต้มแล้วก็ได้
นวดส่วนผสมลงบนบริเวณที่มีสีอย่างตั้งใจ
จะล้างออกเลยหรือทิ้งไว้สักพักแล้วค่อยล้างก็ได้
ทำซ้ำได้ทุก ๆ 4 ชั่วโมง จนกว่าคราบจะค่อย ๆ จางลง


5. เกลือทะเล
เกลือทะเลช่วยสครับคราบที่ติดแน่นหรือเก่ามากได้ดี
วิธีใช้:
ถ้าเกลือหยาบเกินไป ให้บดหยาบในเครื่องบดกาแฟก่อน
ชุบน้ำบริเวณผิวให้หมาด ๆ
ใช้เกลือถูเบา ๆ เป็นวงกลม
ล้างออกด้วยน้ำเหมือนเวลาล้างสครับทั่วไป

6. เถ้าบุหรี่
แม้จะดูแปลก แต่เถ้าบุหรี่ก็ช่วยขัดเม็ดสีออกได้เช่นกัน
วิธีใช้:
บดเถ้าให้ละเอียด (ส่วนใหญ่เถ้าจะแตกง่ายอยู่แล้ว)
ชุบสำลีให้หมาด แล้วจุ่มลงในเถ้า
ถูลงบนบริเวณที่มีคราบจนสีเริ่มจาง

7. โลชั่นแอลกอฮอล์
โลชั่นที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ หรือแม้แต่วอดก้าธรรมดา ช่วยเช็ดคราบเมเฮนดีที่ไม่ต้องการออกได้พอสมควร
วิธีใช้:
หากใช้แอลกอฮอล์เข้มข้น ให้ผสมน้ำให้เหลือประมาณ 30% เพื่อป้องกันการไหม้ผิว
ชุบสำลีหรือแผ่นสำลีให้ชุ่ม
เช็ดผิวที่มีสีอย่างเบามือ ไม่ต้องกดแรง
เปลี่ยนแผ่นสำลีและทำซ้ำจนกว่าคราบจะจางลง


8. น้ำมะนาว + เบกกิ้งโซดา
น้ำมะนาวเพียงอย่างเดียวไม่ช่วยลบเฮนน่ามากนัก แต่เมื่อผสมกับเบกกิ้งโซดาจะเกิดปฏิกิริยาที่ช่วยสลายสีได้ดี
สูตรผสม:
น้ำมะนาว 30 มล.
เบกกิ้งโซดา 20 กรัม (ประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ)
เมื่อต่างขั้วมารวมกัน (กรด + ด่าง) จะเกิดฟอง เป็นปฏิกิริยาปกติของเคมี สูตรนี้ปลอดภัยและล้างออกด้วยน้ำอุ่นได้ง่าย

9. ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์
ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์เป็นสารฟอกสีที่หลายคนมีติดบ้าน
วิธีใช้:
ชุบสำลีหรือทาโดยตรงลงบนผิวที่มีคราบเฮนน่า
ถูเบา ๆ หรือซับซ้ำจนสีเริ่มจาง

10. แอมโมเนีย
แอมโมเนียช่วยดึงเม็ดสีออกได้เร็ว แต่เป็นสารที่แรงมาก ต้องใช้ด้วยความระมัดระวัง
ข้อควรระวัง:
ห้ามใช้บนใบหน้าโดยเด็ดขาด
เสี่ยงระคายเคืองและแพ้
วิธีใช้:
ใช้สารละลายแอมโมเนีย 10%
ชุบสำลี และถูบริเวณที่มีคราบประมาณ 3 นาที
ล้างออกด้วยน้ำอุ่นให้สะอาด

11. น้ำยาล้างเล็บ
น้ำยาล้างเล็บ (โดยเฉพาะสูตรที่มีตัวทำละลายแรง ๆ) สามารถช่วยสลายเม็ดสีเฮนน่าบนผิวได้ แต่ก็ทำให้ผิวแห้งมากเช่นกัน
วิธีใช้:
ชุบสำลีด้วยน้ำยาล้างเล็บ
เช็ดซ้ำ ๆ บริเวณที่มีสีติดอยู่
ล้างออกด้วยน้ำอุ่น และทาครีมบำรุงตามทันที

12. สารละลายน้ำส้มสายชู
น้ำส้มสายชูช่วยลบเมเฮนดีออกจากมือและร่างกายได้ แต่ต้องใช้อย่างระมัดระวัง เพราะทำให้ผิวแห้งมาก
สูตรและวิธีใช้:
ผสมน้ำกับน้ำส้มสายชูในอัตราส่วน 1:1
ชุบสำลีให้ชุ่มและเช็ดลงบนผิวที่มีสี
ทิ้งไว้ 2–3 นาที
ล้างออกด้วยน้ำสะอาด
อย่าลืมทามอยส์เจอร์ไรเซอร์หนา ๆ หลังทำ

13. ตัวช่วยอื่น ๆ ที่ใช้ได้
นอกจากทั้งหมดที่เล่าไป คุณยังสามารถใช้:
เกลืออาบน้ำ
ยาสีฟันหรือแป้ง
สบู่ต้านเชื้อแบคทีเรีย
แอมโมเนีย (ในสูตรเจือจางเหมาะสม)
เพื่อเร่งการล้าง สามารถถูผิวด้วยแปรงสีฟันนุ่ม ๆ หรือล้างมือบ่อยขึ้นในตอนเย็น
สรุป: มีวิธีโฮมเมดมากมายที่ช่วยลบคราบเฮนน่าจากผิว เลือกให้เหมาะกับสภาพผิวและของที่มีอยู่ในบ้าน ถ้าหนึ่งสูตรไม่เวิร์ก ลองอีกสูตรได้ แต่ต้องให้ผิวได้พักด้วย



หากลองมาหลายวิธีแล้วยังไม่ใกล้เคียงผลที่ต้องการ อาจถึงเวลาพิจารณาใช้ผลิตภัณฑ์ระดับมืออาชีพที่ออกแบบมาเพื่อการลบสีโดยเฉพาะ
เคล็ดลับสำคัญในการดูแลผิวหลังลบเฮนน่า
พยายามหลีกเลี่ยงไม่ให้ส่วนผสมเฮนน่าเลอะผิวตั้งแต่แรก จะช่วยประหยัดเวลาการลบได้มาก
อย่าลืมถุงมือและครีมหรือขี้ผึ้งมัน ๆ บริเวณใบหน้าและแนวไรผมก่อนเริ่มย้อม
สารอย่างเปอร์ออกไซด์ แอมโมเนีย หรือน้ำยาล้างเล็บ มีความก้าวร้าวต่อผิว ห้ามใช้บ่อยเกินไป ไม่อย่างนั้นหนังกำพร้าจะเสียหาย
ยิ่งลบเร็วเท่าไร สีจะฝังตัวน้อยลงและลบง่ายกว่า จุดสีจะค่อย ๆ จางและสังเกตยากขึ้น
ทุกวิธีที่กล่าวมาอาจต้องทำซ้ำมากกว่าหนึ่งครั้ง แต่ไม่ควรใช้หลายวิธีแรง ๆ พร้อมกัน โดยเฉพาะการขัดถู (ทางกายภาพ) ร่วมกับสารเคมี
หลังจากทดลองวิธีหนึ่งเสร็จ ให้เว้นช่วงให้ผิวพักอย่างน้อยหนึ่งวันก่อนลองวิธีใหม่
หลังการลบสีทุกครั้ง:
ทามอยส์เจอร์ไรเซอร์หรือใช้น้ำมันพืชธรรมชาติ เช่น น้ำมันมะกอก น้ำมันอัลมอนด์ หรือน้ำมันเมล็ดพีช ช่วยฟื้นฟูผิวได้ดีมาก

หลังผิวโดนสารแรง ๆ จะยิ่งได้ผลดีหากตามด้วยมาสก์ให้ความชุ่มชื้นและบำรุงอย่างล้ำลึก เลือกสูตรที่อ่อนโยนและมีส่วนผสมธรรมชาติเป็นหลัก
มาสก์โฮมเมด ฟื้นฟูผิวหลังล้างสี
มาสก์ที่ทำเองที่บ้านเป็นตัวช่วยสำคัญ หลังผิวผ่านการขัดและสัมผัสสารต่าง ๆ มาแล้ว ข้อดีคือคุณควบคุมคุณภาพและส่วนผสมได้เอง
วัตถุดิบง่าย ๆ ที่หาได้ในครัว เช่น:
ไข่
ข้าวโอ๊ต
มันฝรั่ง
นมเปรี้ยวหรือโยเกิร์ต
น้ำผึ้ง
น้ำมันพืชที่ดีต่อผิว
วิธีใช้:
ผสมให้ได้มาสก์เนื้อพอเหมาะ
ทาลงบนผิวที่สะอาด
ทิ้งไว้ 15–20 นาที
ล้างออกด้วยน้ำสะอาดในปริมาณเพียงพอ

เฮนน่าติดเล็บ ทำอย่างไรดี?
เฮนน่าบนเล็บล้างได้ด้วยวิธีเดียวกับผิว แต่ต้องใช้เวลานานกว่า
เล็บดูดซึมเม็ดสีได้ลึกกว่าและผลัดช้ากว่าผิว ปลอบใจตัวเองได้อย่างหนึ่งคือ คุณสามารถทาท็อปโค้ทหรือยาทาเล็บสีทึบปิดทับไว้ แล้วรอให้สีเฮนน่าค่อย ๆ หลุด หรือรอเล็บงอกใหม่ แล้วค่อยตัดส่วนที่มีสีออก

เฮนน่าติดเสื้อผ้า อย่าเพิ่งทิ้ง! ยังช่วยได้
เวลาย้อมผมหรือเพนต์ลาย เฮนน่าอาจกระเด็นโดนผ้าขนหนูหรือเสื้อผ้าได้ คราบแบบนี้ลบยาก แต่ยังมีโอกาสช่วยให้รอดอยู่
วิธีจัดการคราบเฮนน่าบนผ้า:
การแช่ผ้าล่วงหน้า
แช่ผ้าในน้ำสบู่หรือน้ำยาฟอกขาว
น้ำสบู่เตรียมจากผงซักฟอกหรือสบู่ซักผ้ากับน้ำอุ่น
ใช้ปริมาณผงซักฟอกมากกว่าปกติราว 2 เท่า
ใช้ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์และแอมโมเนีย
โรยแป้งฝุ่นรอบ ๆ คราบเพื่อป้องกันการเกิดขอบด่างเมื่อคราบหลุด
ผสมสารละลายจาก: แอมโมเนีย 1 ช้อนโต๊ะ + ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ 5 ช้อนโต๊ะ + น้ำอุ่นในปริมาณเท่ากัน
ทาสารละลายลงบนคราบ ทิ้งไว้ 15–30 นาที
ล้างและซักตามปกติ
ระวังความเข้มข้นไม่ให้เกินที่กำหนด เพราะผ้าอาจเสียได้
ก่อนทาลงบนคราบ ลองทดสอบที่มุมผ้าซึ่งมองไม่เห็นก่อนเสมอ
นมอุ่น
แช่ผ้าที่เลอะลงในนมอุ่น อาจช่วยดึงเม็ดสีบางส่วนออก
สารฟอกผ้าแบบมีออกซิเจน (เช่น Palmyra)
เป็นสารฟอกที่มีโมเลกุลออกซิเจนที่ทำงานในการสลายคราบ ใช้กันมานานกับคราบเฮนน่าบนผ้า






ถ้าทดลองมาหลายวิธีแล้วคราบยังไม่ขยับเลย อาจต้องฝากผ้าไว้กับร้านซักแห้งมืออาชีพแทน
เสียงจากผู้ใช้จริง: วิธีไหนโดน วิธีไหนดื้อ
ผู้หญิงที่เคยลองลบเฮนน่าด้วยตัวเองให้ฟีดแบ็กไว้หลากหลาย:
หลายคนชื่นชอบการใช้น้ำมันพืช โดยเฉพาะ น้ำมันหญ้าเจ้าชู้ บอกว่าใช้แล้วคราบจางอย่างนุ่มนวล
น้ำยาล้างเล็บก็ถูกพูดถึงบ่อยว่าเห็นผลชัด แต่ต้องตามด้วยครีมบำรุงทุกครั้ง
การอาบน้ำอุ่นนาน ๆ ใช้สบู่ และถูด้วยฟองน้ำหรือผ้าขนหนู ก็ช่วยให้สีหลุดเร็วขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป
บางคนมองว่า ไม่มีวิธีโฮมเมดวิธีไหนลบได้เกลี้ยง 100% แต่ช่วยให้สีจางเร็วขึ้นชัดเจน โดยเฉพาะการใช้หินภูเขาไฟ อย่างไรก็ตาม หนังกำพร้ามักจะเสียหายค่อนข้างมากหากถูแรงหรือถี่เกินไป
สิ่งหนึ่งที่ทุกคนเห็นตรงกันคือ:
เฮนน่าไม่อยู่กับเราไปตลอด ไม่ช้าก็เร็วก็จะหลุดไปเอง
การล้างทำความสะอาดร่างกายตามปกติจะช่วยเร่งกระบวนการนี้
ถ้าต้องการผลลัพธ์แบบด่วนมาก ๆ การใช้ผลิตภัณฑ์ระดับมืออาชีพก็ยังเป็นตัวเลือกที่น่าเชื่อถือที่สุด

