รับแอปรับแอป

ซิ่ง OMODA C5 EV ลุยตราด–เกาะกูดหน้าฝน ทริปชิลที่คนรักทะเลห้ามพลาด

วุฒิชัย ชาญชัย01-31

ทริปสายชิล ขับ EV ลุยตราดหน้าฝน

ขับ OMODA C5 EV ลงใต้ฝั่งตะวันออก มุ่งหน้าสู่จังหวัดตราด แล้วต่อเรือไปเกาะกูด บอกเลยว่าหน้าฝนก็เที่ยวได้แบบสบายๆ ไม่ได้โหดอย่างที่หลายคนกลัว แถมยังได้เห็นอีกมุมหนึ่งของทะเล และน้ำตกที่สวยอลังการกว่าเดิมด้วยซ้ำ

จุดเด่นของทริปนี้คือ การใช้รถไฟฟ้า (EV) ลุยเส้นทาง กทม.–ตราด แบบไม่ต้องกังวลเรื่องระยะทาง เพราะตอนนี้บนเส้นทางหลักมีสถานีชาร์จรองรับตลอดทาง เพียงพอทั้งขาไปและขากลับ ใครเพิ่งหัดใช้ EV ก็ออกทริปได้แบบไม่เครียด

ขับชิล แวะชาร์จชิล แล้วไปจบที่เกาะกูดแบบฟีลกู้ดสุดๆ

ทำไมต้องไปเกาะกูดในหน้าฝน

หลายคนได้ยินคำว่า “หน้าฝน” ก็พับแพลนเที่ยวทะเลเก็บทันที แต่จริงๆ แล้วเกาะกูดช่วงนี้มีเสน่ห์เฉพาะตัวแบบที่หน้าไฮซีซันให้ไม่ได้

  • น้ำตกสวย น้ำเยอะ ไหลแรง ดูสดชื่นแบบสุดๆ

  • นักท่องเที่ยวน้อยกว่า ฟีลสงบ เป็นส่วนตัว ไม่วุ่นวาย

  • บรรยากาศบนเกาะเขียวชอุ่ม ถ่ายรูปมุมไหนก็ดูสดชื่น

ใครอยากได้ทริปชาร์จพลังใจแบบเงียบๆ เกาะกูดหน้าฝนตอบโจทย์มาก

เส้นทาง กทม.–ตราด กับชีวิตสาย EV

เส้นทางกรุงเทพฯ – ตราดทุกวันนี้เป็นมิตรกับผู้ใช้รถไฟฟ้ามากขึ้นเยอะ สถานีชาร์จเริ่มกระจายตัวทั้งบนมอเตอร์เวย์และในเมืองหลักตามทาง แพลนดีๆ ก็วิ่งยาวได้แบบไม่ลุ้นเหงื่อแตก

ทริปสั้นๆ ไปกลับตราด เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในเส้นทางยอดฮิตของคนใช้ EV เพราะ:

  • ระยะทางไม่ไกลเกินไปสำหรับการเดินทาง 2–3 วัน

  • จุดชาร์จมีให้เลือกหลายเจ้า เลือกตามความสะดวก

  • แวะชาร์จแล้วต่อด้วยหาอะไรกิน–นั่งพัก กำลังดี

ขับ EV ทริปนี้เลยไม่ได้รู้สึกว่าลำบากอะไร กลับกลายเป็นทริปที่เน้นความสบาย และจัดตารางหยุดพักได้เป็นจังหวะพอดีๆ

ฟีลลิ่งการขับ OMODA C5 EV ระหว่างทาง

OMODA C5 EV เป็นรถที่เหมาะกับทริปทางไกลแบบนี้มาก ด้วยความเป็น EV ทำให้การเร่งแซงบนทางโล่งๆ ทำได้เนียนและทันใจ เสียงเครื่องไม่มี มีแต่เสียงลมเบาๆ กับเพลงในรถ บรรยากาศเลยยิ่งชวนให้ขับไปเรื่อยๆ แบบสบายๆ

สิ่งที่รู้สึกเด่นระหว่างทางคือ:

  • การขับนุ่ม เงียบ ทำให้ไม่เหนื่อยล้าเร็ว

  • ช่วงล่างรับถนนต่างจังหวัดได้โอเค ไม่กระเทือนจนน่ารำคาญ

  • ระบบช่วยขับต่างๆ ช่วยให้ขับยาวๆ ได้อย่างมั่นใจขึ้น

ใครยังไม่เคยออกทริปไกลด้วยรถไฟฟ้า ถ้าเริ่มจากทริปตราดด้วย OMODA C5 EV คือเริ่มได้แบบไม่ผิดหวัง

จากฝั่งตราด สู่เกาะกูด

เมื่อถึงตัวเมืองตราด ก็ถึงช่วงเปลี่ยนโหมดจากการขับรถ เป็นการข้ามเรือไปเกาะกูด ฟีลการเดินทางเริ่มเปลี่ยนจากสายถนน เป็นสายทะเลแบบเต็มตัว

บนเกาะกูด ทุกอย่างเดินช้าลงแบบรู้สึกได้ ไม่ว่าจะเป็นคลื่นลม เสียงฝน หรือบรรยากาศรอบตัว ทำให้ทริปนี้กลายเป็นทริปพักใจที่แค่ได้นั่งมองทะเล ฝนโปรยเบาๆ ก็รู้สึกคุ้มแล้ว

ฝนไม่ได้ทำให้การเที่ยวกร่อย แต่ทำให้ท้องฟ้าและทะเลมีมู้ดที่ต่างออกไปต่างหาก

น้ำตกสุดชุ่มฉ่ำในหน้าฝน

หนึ่งในไฮไลต์ของเกาะกูดช่วงหน้าฝนคือบรรดาน้ำตกทั้งหลาย ที่น้ำมาแบบจัดเต็มใสไหลแรง ชนิดที่แค่ยืนมองก็รู้สึกเย็นขึ้นมาทันที

กิจกรรมที่ไม่ควรพลาดคือ:

  • เดินเทรลสั้นๆ เข้าป่าไปชมน้ำตก

  • แช่น้ำให้หายเหนื่อยจากการเดินทาง

  • ถ่ายรูปเก็บฟองน้ำและม่านน้ำสวยๆ

ความชุ่มฉ่ำของน้ำตกในช่วงนี้ คือของขวัญของคนที่กล้ามาเที่ยวหน้าฝนจริงๆ

อาหารทะเลฉ่ำๆ ที่ตราดและเกาะกูด

พูดถึงตราดและเกาะกูด จะไม่พูดเรื่องอาหารทะเลก็คงไม่ได้ ความดีงามคือวัตถุดิบสด ใหม่ และรสมือแบบบ้านๆ ที่กินแล้วรู้เลยว่า นี่แหละรสทะเลของจริง

เมนูที่ควรลองให้ครบ:

  • กุ้ง–ปู–ปลา สดๆ นึ่งหรือนึ่งมะนาวแบบจัดจ้าน

  • หอยหลากชนิดย่าง หรือผัดเผ็ดหอมเครื่องแกง

  • เมนูพื้นถิ่นรสจัดจ้านกินกับข้าวสวยร้อนๆ

เติมพลังด้วยอาหารทะเลดีๆ แล้วกลับไปนอนฟังเสียงฝน แค่นี้ก็กลายเป็นทริปที่ใจฟูสุดๆ

ทริป EV + ทะเลหน้าฝน เหมาะกับใคร

ทริปขับ OMODA C5 EV ไปตราด แล้วต่อเกาะกูดในหน้าฝน เหมาะมากสำหรับคนที่:

  • ใช้ EV แล้วอยากลองออกทริปต่างจังหวัดระยะกลาง

  • ชอบบรรยากาศเงียบๆ ไม่ชอบคนเยอะวุ่นวาย

  • อินกับความเขียวชอุ่มของภูเขา ป่า และน้ำตก

  • ไม่กลัวฝน และมองว่าฝนคือส่วนหนึ่งของเสน่ห์ทริป

ถ้าคุณอยากลองเปลี่ยนจากทริปทะเลฟ้าสด มาเป็นทะเลหมอกฝนเบาๆ นี่คือทริปที่ควรลองสักครั้ง

สรุป: ฝนไม่ใช่ข้ออ้างในการไม่เที่ยว

จาก กทม. ถึงตราด แล้วข้ามไปเกาะกูด ทริปนี้พิสูจน์ให้เห็นชัดว่า หน้าฝนก็เที่ยวทะเลได้ และรถไฟฟ้าก็พร้อมสำหรับทริปทางไกลมากกว่าที่คิด

แค่แพลนจุดชาร์จให้ดี เช็กสภาพอากาศคร่าวๆ เลือกที่พักที่ถูกใจ แล้วปล่อยให้ฝนสร้างบรรยากาศที่ต่างออกไป เท่านี้ก็ได้ทริปที่ทั้งชิล ทั้งประหยัด และได้ภาพจำใหม่ๆ ติดกลับบ้านแล้ว