Oakley จับมือ Meta: แว่นกันแดด AI ที่เกิดมาเพื่อสายสปอร์ตยุคใหม่
Oakley จับคู่กับ Meta แล้วดึงประสบการณ์ AI จาก Ray-Ban Meta มายกเครื่องใหม่ ใส่ลงในดีไซน์สายสปอร์ตตามสไตล์ Oakley เต็ม ๆ
ทีมวิจัยของ EssilorLuxottica ลงดีเทลตั้งแต่ดีไซน์จนถึงการทดสอบจริง โดยเก็บฟีดแบ็กจากนักกีฬาเพื่อนำไปปรับทั้งเรื่อง ความทนเหงื่อ และ ทนต่อแรงกระแทก ให้ใส่ลุยได้แบบไม่ต้องถนอม
ผลลัพธ์คือ Oakley Meta HSTN แว่นกันแดด AI ที่ไม่ได้มีดีแค่ทรงเท่ แต่เกิดมาเพื่อคนที่ใช้ร่างกายเยอะ และอยากได้ผู้ช่วยอัจฉริยะติดหน้าแบบเรียลไทม์
ราคา รุ่นย่อย และประเทศที่ได้ใช้ก่อน
ในช่วงแรก Oakley Meta HSTN แบ่งออกเป็น 2 ไลน์หลัก และทยอยบุกหลายภูมิภาคทั่วโลก
รุ่นลิมิตเต็ด (499 ดอลลาร์)
เปิดให้พรีออเดอร์ตั้งแต่ 11 กรกฎาคม
วางจำหน่ายใน: สหรัฐอเมริกา, แคนาดา, สหราชอาณาจักร, ฝรั่งเศส, อิตาลี, สเปน, เยอรมนี, สแกนดิเนเวีย 4 ประเทศ และออสเตรเลีย
รุ่นปกติ (เริ่มต้นที่ 399 ดอลลาร์)
เตรียมลงหน้าร้านในภูมิภาคเดียวกันภายในช่วงฤดูร้อน
แผนขยายตลาดภายในปีเดียวกัน
เพิ่มเม็กซิโก, อินเดีย และ UAE
ตลาดเอเชียแปซิฟิกอื่น ๆ ยังไม่ล็อกประเทศ แต่มีเป้าหมายให้ถึง มากกว่า 30 ประเทศภายในปี 2026
พูดง่าย ๆ คือ ถ้าคุณอยู่ในประเทศหลักฝั่งอเมริกาเหนือ ยุโรป หรือออสเตรเลีย มีสิทธิ์ได้ลองก่อนใคร ส่วนเอเชียต้องจับตาแผนขยายปีต่อ ๆ ไป
ฟังก์ชัน AI และประสบการณ์ซอฟต์แวร์
หัวใจของแว่นรุ่นนี้คือสมอง AI ที่ Meta อัปเกรดมาให้โดยเฉพาะ
Meta AI 2.5 ในตัวแว่น
ใช้คุยโต้ตอบแบบธรรมชาติได้ แถมยังช่วย จำภาพ, แปลภาษา, วิเคราะห์โภชนาการ จากสิ่งที่คุณเห็นได้ทันที เหมือนมีผู้ช่วยส่วนตัวติดหน้าอยู่ตลอดเวลาสั่งงานได้แบบแฮนด์ฟรีของจริง
แค่พูดว่า "เฮ้ Meta, record" แว่นก็เริ่มอัดวิดีโอความละเอียดระดับ 3K โดยไม่ต้องหยิบมือถือเลย เหมาะมากกับคนที่อยากเก็บโมเมนต์ตอนเล่นกีฬา แต่ไม่สะดวกถือกล้องโหมดเฉพาะทางสำหรับกีฬา
เมื่อเชื่อมต่อกับ API จากบริการภายนอก แว่นสามารถช่วยวิเคราะห์ความเร็วการเคลื่อนไหว
อัตราการเต้นของหัวใจ
ฟอร์มการเล่น
เรียกได้ว่าเป็นโค้ช AI ที่คอยตามดูทุกการขยับตัวของคุณ
ไลฟ์สดแบบหน่วงต่ำ
ถ้าอยากสตรีมภาพจากมุมมองสายตาของตัวเอง ก็สามารถส่งขึ้น Instagram หรือ Threads ได้โดยตรง พร้อมค่าหน่วงต่ำ ให้ฟอลโลเวอร์เห็นแทบจะทันทีที่คุณกำลังทำ
สำหรับสายกีฬา สาย Vlog และคนที่ชอบใช้ชีวิตลุย ๆ ฟีเจอร์เหล่านี้ทำให้แว่นกันแดดธรรมดา กลายเป็นฮับดิจิทัลเคลื่อนที่เลยก็ว่าได้
ดวลกับคู่แข่ง: ใครอยู่ตรงไหนในเกมนี้
ตลาดแว่นอัจฉริยะไม่ได้มีแค่ Oakley กับ Meta เท่านั้น แต่เจ้าอื่นก็เริ่มขยับกันเต็มที่
Snap วางแผนเปิดตัว Specs รุ่นใหม่ในปี 2026
Google กำลังทำแว่น XR ร่วมกับ Warby Parker ตั้งเป้าเปิดตัวในปี 2026 เหมือนกัน
Apple เองก็มองไปที่แว่นสำหรับ Vision Pro เจนถัดไป
แต่ด้วยการที่ Meta จับมือ EssilorLuxottica ซึ่งมีทั้ง ประสบการณ์สายออปติก + แบรนด์พลังสูงอย่าง Oakley ทำให้พวกเขามีโอกาสนำหน้าคู่แข่ง ราว 1–2 ปี ทั้งในด้านเทคโนโลยีและความเชื่อมั่นจากสายกีฬาและสายแฟชั่น
กลยุทธ์การตลาด และคนที่ Oakley เล็งเป็นลูกค้าหลัก
ในแง่การสื่อสารกับตลาด Oakley Meta HSTN เลือกยิงตรงไปที่สายสปอร์ตและแฟนกีฬาแบบจัดเต็ม
ใช้ทูตกีฬาเบอร์ใหญ่
ดึงผู้เล่นจาก Team Oakley อย่าง Kylian Mbappé และ Patrick Mahomes มาเป็นหน้าตา สร้างภาพจำว่าแว่นนี้คือของที่นักกีฬาระดับโลกเลือกใช้เปิดตัวในงานอีเวนต์กีฬาใหญ่ ๆ
มีบูธทดลองใช้งานในงานอย่าง Fanatics Fest (20/6) และ UFC International Fight Week (25–27/6) ให้แฟน ๆ ได้ลองของจริงช่องทางขายหลากหลาย
Meta official EC
ร้าน Oakley
ร้านอุปกรณ์กีฬาและอิเล็กทรอนิกส์อย่าง Best Buy, Dick’s Sporting Goods เป็นต้น
โทนการตลาดชัดเจนมาก: เน้นคนที่มองหาแว่นกันแดดสายเพอร์ฟอร์แมนซ์ แต่ก็อยากได้ฟังก์ชันเทคโนโลยีล้ำ ๆ ติดไปด้วยในชิ้นเดียว
ความเป็นส่วนตัวและกฎระเบียบ: ใช้เท่ แต่ไม่ละเมิดใคร
แว่นที่ถ่ายภาพ อัดวิดีโอ และประมวลผลเสียงได้ตลอดเวลา ย่อมหนีประเด็นความเป็นส่วนตัวไม่พ้น ซึ่ง Oakley Meta HSTN ก็วางมาตรการมาค่อนข้างจริงจัง
มี ไฟ LED แสดงสถานะการบันทึก ที่ถูกบังคับให้ต้องติดเมื่อกำลังอัด เพื่อให้คนรอบข้างรู้ตัว
การจัดการข้อมูลเป็นไปตามมาตรฐานการเข้ารหัสในระดับเดียวกับ GDPR ของ EU และเน้น ประมวลผลเสียงบนอุปกรณ์ เพื่อลดการส่งข้อมูลดิบออกไปภายนอก
ในญี่ปุ่น มีแผนจะวางจำหน่ายช่วงต้นปี 2026 แต่ต้องผ่านแนวทางของคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลก่อน
สรุปคือ พยายามบาลานซ์สองด้าน คือความล้ำของ AI และสิทธิความเป็นส่วนตัวของทั้งผู้ใช้และคนรอบข้าง
ใช้ทำอะไรได้บ้างในโลกกีฬาและไลฟ์สไตล์
Oakley Meta HSTN ไม่ได้เกิดมาเพื่อแค่กันแดด แต่ถูกออกแบบมาให้เป็นเครื่องมือช่วยเล่นกีฬาและใช้ชีวิตประจำวันในแบบใหม่
ตัวอย่างเคสการใช้งานสำคัญ ๆ มีเช่น
กอล์ฟ
วิเคราะห์วงสวิง
ดูรีเพลย์จากมุมมองสายตาตัวเอง เพื่อไล่แก้ฟอร์มจุดต่อจุด
ปั่นจักรยาน
แสดงข้อมูลนำทางระหว่างปั่น
เตือนการดราฟท์หรือสถานการณ์รอบตัว เพื่อเพิ่มความปลอดภัย
การวิ่ง
โค้ช AI ให้ฟีดแบ็กรันแบบเรียลไทม์
เตือนเรื่องความเร็ว เพซ หรือสัญญาณร่างกายต่าง ๆ ทันที
Vlog ชีวิตประจำวัน
ถ่ายจากมุมมองสายตาโดยไม่ต้องถือกล้อง
แชร์ประสบการณ์แบบสมจริง ให้คนดูรู้สึกว่าอยู่หน้างานพร้อมคุณ
สำหรับคนที่ใช้แว่นกันแดดอยู่แล้ว การได้ฟังก์ชันเหล่านี้แถมมา ทำให้แว่นหนึ่งอันรองรับได้ทั้ง ปกป้องตา, ช่วยเล่นกีฬา, เก็บคอนเทนต์ และเป็นผู้ช่วยดิจิทัล ในเวลาเดียวกัน
มุมมองจากอุตสาหกรรมและนักลงทุน
ตลาดอุปกรณ์สวมใส่ที่มี AI ขับเคลื่อนกำลังถูกจับตามองอย่างหนัก โดยมีการคาดการณ์ว่า
ตลาด AI แบบสวมใส่จะเติบโตด้วยอัตรา CAGR ราว 28% ระหว่างปี 2024–2028
เป้าหมายการขายของบริษัทคือ แว่นอัจฉริยะ 10 ล้านชิ้นในปี 2026
ในฝั่งซัพพลายเชน แว่นใช้
ชิป Qualcomm AR1 เป็นหัวใจหลักด้านประมวลผล
โมดูลกล้องจาก Sony
แบตเตอรี่จาก Samsung SDI
การที่ผู้เล่นระดับท็อปในแต่ละสายมารวมกันในโปรดักต์เดียว ส่งสัญญาณชัดว่า ตลาดนี้ไม่ได้เป็นแค่กิมมิก แต่กำลังจะกลายเป็นหมวดผลิตภัณฑ์หลักอีกอันในโลกอุปกรณ์สวมใส่
แผนอนาคต: จากแว่นกันแดด AI สู่ AR เต็มรูปแบบ
Oakley Meta HSTN ไม่ได้หยุดอยู่แค่รุ่นแรก แต่มีโร้ดแมปต่อเนื่องชัดเจน
ไตรมาส 4 ปี 2025
เตรียมเปิดตัวต้นแบบรุ่นที่มี HUD (Head-Up Display) แสดงข้อมูลทับบนภาพจริง
ครึ่งแรกของปี 2026
ขยายการเปิดตัวไปยังตลาดเอเชียหลัก เช่น ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และสิงคโปร์
ปี 2027
ปล่อยรุ่นที่สอง ซึ่งรองรับ การแสดงผล AR แบบเต็มตัว และเพิ่มการควบคุมด้วยท่าทาง
ถ้าทุกอย่างเป็นไปตามแผน แว่นกันแดดที่วันนี้เน้น AI และเสียง อาจกลายเป็น แว่น AR สายเพอร์ฟอร์แมนซ์ ที่ผสมโลกจริงกับข้อมูลดิจิทัลได้เนียนกว่าที่เราเคยเห็นมา
สำหรับสายกันแดดที่อยากอัปเกรดจาก “แค่กัน UV” ไปสู่ “แว่นที่ช่วยเล่นกีฬา ถ่ายคอนเทนต์ และเป็นผู้ช่วย AI ส่วนตัว” Oakley Meta HSTN คือหนึ่งในรุ่นที่ต้องเอาไว้ในลิสต์อย่างเลี่ยงไม่ได้

