งานบวร ๑๐ : พลังศิลปะและความจงรักภักดี
เปิดม่าน “งานบวร ๑๐” นิทรรศการศิลปะเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ ณ ลานกิจกรรม Living Hall ชั้น 3 ศูนย์การค้าสยามพารากอน ซึ่งไม่เพียงเป็นพื้นที่จัดแสดงงานศิลป์เท่านั้น แต่ยังเป็นเวทีแห่งการร่วมแสดงพลังความจงรักภักดีผ่านงานสร้างสรรค์ของศิลปินหลากหลายรุ่นอีกด้วย
ภายในงานมีการประกาศผลการประกวดวาดภาพบนพัดจีบ ชิงถ้วยพระราชทาน ในบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจและความหมายเชิงสัญลักษณ์ถึงการเทิดพระเกียรติด้วยศิลปะ
หัวใจของงานครั้งนี้ คือการใช้พลังงานศิลป์ถ่ายทอดพระอัจฉริยภาพ และพระราชกรณียกิจที่ช่วยยกระดับการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมไทย ผ่านผลงานหลากหลายรูปแบบที่ถูกคัดสรรมาอย่างประณีต
ความร่วมมือครั้งใหญ่ของแวดวงศิลปะและวัฒนธรรม
งานบวร ๑๐ จัดขึ้นโดยความร่วมมือของกลุ่มศิลปาศรี ร่วมกับกระทรวงวัฒนธรรม การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และ 40 สถาบันการศึกษา ซึ่งต่างผนึกกำลังกันเพื่อผลักดันศิลปะไทยให้เชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวและมิติทางวัฒนธรรมอย่างมีพลัง
หนึ่งในไฮไลต์สำคัญคือ การประกวดสร้างสรรค์ผลงานศิลปะภาพเขียนบนพัดจีบ ในโครงการ “กล้า ๙ ท่องเที่ยวกรุง” เพื่อเฟ้นหาผลงานยอดเยี่ยมที่สะท้อนถึงพระราชกรณียกิจในการส่งเสริมพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวและวัฒนธรรมของประเทศ
นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการเปิดตัวผลงานศิลปะดิจิทัลเฉลิมพระเกียรติชุดใหม่ ที่ถูกออกแบบมาให้ร่วมสมัยแต่มากด้วยความหมายทางจิตวิญญาณและสายใยแห่งความกตัญญูต่อสถาบันพระมหากษัตริย์
รายได้หลังหักค่าใช้จ่าย นำไปถวายวัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก เพื่อสมทบสร้างอาคารศูนย์การเรียนปลูกรากแก้วศาสนทายาท (โรงเรียนสามเณร) ซึ่งตอกย้ำแนวคิดเรื่อง “พลังบวร” ที่เกื้อหนุนกันระหว่างบ้าน วัด และโรงเรียน เพื่อสร้างสังคมที่น่าอยู่อย่างยั่งยืน
เวทีประกวดพัดจีบ: สนามสร้างศิลปินรุ่นใหม่

การประกวดวาดภาพบนพัดจีบในครั้งนี้ เปิดกว้างให้เยาวชนจากหลากหลายระดับชั้นการศึกษาได้ปล่อยของอย่างเต็มที่ ตั้งแต่
โรงเรียนพระปริยัติธรรม
โรงเรียนประถมศึกษาตอนปลาย
โรงเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น
โรงเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย
รวมแล้วมีสถาบันเข้าร่วมกว่า 32 โรงเรียน และมีนักเรียนสมัครเข้าประกวดมากกว่า 150 คน เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งเวทีใหญ่ที่ช่วยผลักดันศิลปินรุ่นเยาว์ให้ก้าวสู่สายตาสาธารณชน
รางวัลและโอกาสที่มากกว่าถ้วยเกียรติยศ
เวทีนี้ไม่ได้มีดีแค่เกียรติประวัติ แต่ยังอัดแน่นไปด้วยรางวัลและโอกาสที่น่าจับตามอง
นักเรียนที่เข้าร่วมประกวดจะได้ลุ้นรางวัลกว่า 20 รางวัล ซึ่งผู้ชนะเลิศของแต่ละประเภทจะได้รับทั้ง
ถ้วยพระราชทานจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
โล่รางวัลเกียรติยศ
เกียรติบัตร
ทุนการศึกษา รวมมูลค่ากว่า 80,000 บาท
โดยรางวัลแบ่งออกเป็น
รางวัลชนะเลิศ สำหรับทุกประเภทโรงเรียน รวม 4 รางวัล ๆ ละ 10,000 บาท
รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1 รวม 4 รางวัล ๆ ละ 5,000 บาท
รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 2 รวม 4 รางวัล ๆ ละ 3,000 บาท
รางวัลชมเชย รวม 8 รางวัล (ทุนรวมทั้งสิ้นรวม 80,000 บาท)
ทุกผลงานที่ได้รับการคัดเลือก จะถูกนำมาจัดแสดงในงานบวร ๑๐ กลายเป็นส่วนหนึ่งของนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติที่ผู้ชมทั่วไปสามารถเข้าชมและชื่นชมได้อย่างใกล้ชิด
บรรยากาศงานศิลป์สุดอิ่มเอม


ภายในงานไม่ได้มีเพียงการจัดแสดงผลงานของเยาวชนเท่านั้น แต่ยังมีงานศิลปะเฉลิมพระเกียรติจากศิลปินหลากหลายสาย ทั้งเชิงภาพเขียน จิตรกรรม และผลงานดิจิทัลที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อเทิดพระเกียรติอย่างงดงาม
ผู้เข้าชมจะได้เห็นการตีความ “พัดจีบ” ในมุมมองใหม่ ๆ ทั้งในฐานะวัตถุทางวัฒนธรรม และในฐานะแคนวาสขนาดพิเศษที่ใช้บันทึกเรื่องราวแห่งความจงรักภักดีและความศรัทธา
เปิดรับผลงานและกิจกรรมที่ห้ามพลาด
ผู้สนใจสามารถส่งผลงานเข้าร่วมการประกวดวาดภาพบนพัดจีบได้ภายในวันที่ 10 กรกฎาคม 2568 ผ่านการสมัครกับกลุ่มรับสมัคร โดยสแกน QR Code ตามที่ระบุในเอกสารประชาสัมพันธ์






ภายในงานยังมีกิจกรรมสำหรับทั้งสายศิลป์และสายชมงานให้เลือกเข้าร่วมหลายรูปแบบ อาทิ
ชมผลงานวาดภาพบนพัดจีบโดยดาราและคนดัง
การแสดงพัดศิลป์ถวายองค์ราชันย์
การประกวดผลงานจิตรกรรมบนพัดจีบ
โซนร่วมวาดภาพพัดจีบไปกับศิลปิน
เรียกได้ว่าเป็นพื้นที่ที่ผสมผสานทั้งศิลปะร่วมสมัย ศิลปะเชิงวัฒนธรรม และกิจกรรมมีส่วนร่วมในที่เดียว
นิทรรศการศิลปกรรมเฉลิมพระเกียรติและศิลปะภาพยนตร์
ช่วงไฮไลต์อีกส่วนของงานคือ นิทรรศการศิลปกรรมเฉลิมพระเกียรติ และการจัดแสดงศิลปะภาพยนตร์ชุด “สรรเสริญบารมีสดุดีจักรีวงศ์” ที่เปิดโอกาสให้ประชาชนได้ร่วมถวายพระพรผ่านมุมมองศิลปะในรูปแบบสื่อผสม
ผู้ร่วมงานสามารถ
เดินชมผลงานจิตรกรรมเฉลิมพระเกียรติ
ร่วมกิจกรรมวาดภาพพัดจีบ
ร่วมบันทึกความรู้สึกและคำถวายพระพรผ่านกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์
ทั้งหมดนี้จัดขึ้นในระหว่างวันที่ 17–28 กรกฎาคม 2568 ณ ลานกิจกรรม Living Hall ชั้น 3 ศูนย์การค้าสยามพารากอน ตั้งแต่เวลา 10.00–22.00 น.
หากคุณหลงใหลในงานศิลป์ วัฒนธรรมไทย และอยากสัมผัสบรรยากาศแห่งพลังความจงรักภักดีผ่านภาพ สี และแสง งานบวร ๑๐ คือหนึ่งในนิทรรศการที่ไม่ควรพลาดในปีนี้อย่างยิ่ง

