ซิมต้องตรงชื่อ ไม่งั้นโมบายแบงก์กิ้งอาจโดนแบน
ตอนนี้มีมาตรการใหม่จากกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ที่หลายคนอาจยังไม่รู้ นั่นคือ ชื่อเจ้าของบัญชีโมบายแบงก์กิ้งต้องตรงกับชื่อเจ้าของซิมการ์ดเท่านั้น
ถ้าข้อมูลไม่ตรงกัน และไม่รีบแก้ให้เรียบร้อยภายใน วันที่ 30 เมษายน 2568 มีโอกาสที่บัญชีโมบายแบงก์กิ้งของคุณจะถูกระงับการใช้งานชั่วคราวได้เลย
หลายธนาคารเริ่มขยับเตรียมความพร้อม ยกระดับความปลอดภัยของแอปพลิเคชันโมบายแบงก์กิ้ง โดยจะตรวจสอบให้ ชื่อเจ้าของซิมที่ผูกกับแอป ตรงกับ ชื่อเจ้าของบัญชีธนาคาร อย่างเข้มงวดมากขึ้น
ใครคือกลุ่มเสี่ยงที่ต้องรีบเช็กเป็นพิเศษ?
จะมีการทยอยตรวจสอบข้อมูล เริ่มจาก 2 กลุ่มหลัก ๆ ต่อไปนี้
กลุ่มลูกค้าชาวต่างชาติ ที่เปิดบัญชีและใช้โมบายแบงก์กิ้งตั้งแต่เดือนมกราคม พ.ศ. 2565 เป็นต้นมา แต่ข้อมูลใน Passport ของผู้ถือซิมที่ใช้กับโมบายแบงก์กิ้ง ไม่ตรงกับชื่อเจ้าของบัญชีธนาคาร
กลุ่มลูกค้าคนไทยและชาวต่างชาติ ที่เปิดบัญชีและใช้โมบายแบงก์กิ้งตั้งแต่เดือนมกราคม พ.ศ. 2565 และทาง กสทช. ระบุว่า ปัจจุบันไม่พบข้อมูลผู้ถือครองซิมการ์ด เบอร์นั้น ๆ
ถ้าเข้าข่ายสองกลุ่มนี้ ยิ่งต้องรีบตรวจสอบสถานะความเป็นเจ้าของเบอร์มือถือของตัวเองให้ชัดเจน
เช็กเองได้ทันที: คุณเป็นเจ้าของเบอร์นี้จริงหรือเปล่า?
ก่อนจะไปเปลี่ยนชื่อหรือเปลี่ยนเบอร์ แนะนำให้ ตรวจสอบสิทธิความเป็นเจ้าของเบอร์โทรศัพท์มือถือด้วยตัวเองก่อน ทำได้ง่าย ๆ ผ่านรหัส USSD บนมือถือ
วิธีตรวจสอบความเป็นเจ้าของหมายเลขโทรศัพท์
กด: `179หมายเลขบัตรประชาชน 13 หลัก#` แล้วกดโทรออก
หากเบอร์นี้ลงทะเบียนด้วยเลขบัตรประชาชนของคุณเอง แปลว่า ชื่อเจ้าของเบอร์ตรงกับคุณ แต่ถ้าขึ้นข้อมูลไม่ตรง หรือไม่พบข้อมูล อันนี้ต้องรีบจัดการแก้ไข
ถ้าชื่อเจ้าของเบอร์ไม่ตรงชื่อบัญชี ต้องทำอย่างไร?
ถ้าคุณตรวจแล้วพบว่า ชื่อเจ้าของเบอร์โทรศัพท์ไม่ตรงกับชื่อเจ้าของบัญชีธนาคาร ยังไม่ต้องตกใจ เพราะมีหลายทางเลือกให้จัดการได้ เลือกวิธีที่สะดวกกับคุณที่สุด
ทางเลือกที่ 1: แก้ที่ค่ายมือถือ ให้ชื่อซิมตรงกับชื่อบัญชีธนาคาร
ติดต่อผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ (AIS / True / DTAC หรือเครือข่ายที่คุณใช้อยู่)
ขอ เปลี่ยนข้อมูลชื่อเจ้าของหมายเลขโทรศัพท์มือถือ ให้ตรงกับชื่อที่เป็นเจ้าของบัญชีธนาคาร
โดยปกติจะต้องใช้เอกสารยืนยันตัวตน เช่น บัตรประชาชน หรือ Passport (กรณีชาวต่างชาติ)
วิธีนี้เหมาะกับคนที่ต้องการ เก็บเบอร์เดิมไว้ใช้ต่อ และให้ทุกอย่างมาอยู่ในชื่อของตัวเองให้เรียบร้อย
ทางเลือกที่ 2: เปลี่ยนเบอร์ที่ผูกกับโมบายแบงก์กิ้ง
ติดต่อสาขาของธนาคารที่คุณใช้บริการ
ขอ เปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์มือถือที่ผูกกับโมบายแบงก์กิ้ง
เลือกเบอร์ที่ คุณเป็นเจ้าของซิมจริง ๆ หรือเพิ่งไปเปลี่ยนชื่อมาแล้ว
วิธีนี้เหมาะกับคนที่ไม่สะดวกไปค่ายมือถือ หรือคนที่มีเบอร์หลักที่ลงทะเบียนชื่อตัวเองอยู่แล้ว แต่อาจเคยผูกแอปไว้กับอีกเบอร์หนึ่ง
ทางเลือกที่ 3: ขอเข้ากลุ่มยกเว้นมาตรการ (กรณีพิเศษ)
ในบางกรณีชื่อเจ้าของซิมอาจไม่ตรงกับชื่อเจ้าของบัญชี แต่เป็นกรณีที่จำเป็นและมีความสัมพันธ์กันจริง ๆ คุณสามารถขอเข้ากลุ่มยกเว้นได้
ติดต่อสาขาของธนาคาร เพื่อ ยื่นคำขอเข้ากลุ่มยกเว้นมาตรการ
- กลุ่มตัวอย่างที่สามารถขอพิจารณายกเว้นได้ เช่น
บุคคลในครอบครัวที่ใช้เบอร์แทนกัน
ผู้ไร้ความสามารถ หรือผู้เสมือนไร้ความสามารถ
ผู้พิการที่มีผู้อื่นดูแลจัดการเรื่องโทรศัพท์และบัญชีแทน
กลุ่มนิติบุคคล ที่เบอร์อาจลงทะเบียนในชื่อองค์กรหรือผู้รับมอบอำนาจ
ต้องเตรียม เอกสารยืนยันตัวตน และ เอกสารพิสูจน์ความสัมพันธ์ ให้ครบถ้วน เช่น ทะเบียนบ้าน สูติบัตร หนังสือรับรองนิติบุคคล หนังสือมอบอำนาจ ฯลฯ
ทำไมต้องรีบ? เส้นตาย 30 เมษายน 2568 ไม่ควรมองข้าม
จุดสำคัญที่สุดคือเรื่องเวลา เพราะมาตรการนี้ถูกออกแบบมาเพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการใช้แอปโมบายแบงก์กิ้ง ป้องกันการสวมรอย นำซิมหรือบัญชีไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต
เพื่อไม่ให้บัญชีของคุณเสี่ยงต่อการถูกระงับการใช้งาน ควร
รีบตรวจสอบว่า ชื่อเจ้าของซิมตรงกับชื่อเจ้าของบัญชีธนาคารหรือไม่
ถ้าไม่ตรง ให้เลือกหนึ่งในสามทางที่เหมาะกับคุณ แล้วจัดการให้เรียบร้อย
อย่าปล่อยให้เลย วันที่ 30 เมษายน 2568 ไปโดยไม่เช็ก
หมายเหตุสำคัญ: มาตรการนี้อาจดูยุ่งยากเล็กน้อยในช่วงแรก แต่ช่วยให้การทำธุรกรรมผ่านมือถือของคุณปลอดภัยขึ้นมากในระยะยาว
สรุปง่าย ๆ วันนี้ลองหยิบมือถือขึ้นมาเช็กเบอร์ที่ใช้ผูกกับแอปธนาคารของคุณ แล้วถามตัวเองให้ชัดว่า
เบอร์ที่ใช้โอน จ่าย ถอนทุกวันนี้… อยู่ใน “ชื่อของคุณ” จริง ๆ หรือเปล่า?
ถ้ายังไม่ชัวร์ รีบเช็ก รีบแก้ ก่อนทุกอย่างจะสายเกินไปครับ/ค่ะ

