ทัศนศึกษาในฝันของเด็กมาร์เก็ตติ้ง
นักศึกษาชั้นปีที่ 1 สาขาวิชาการตลาด คณะบริหารธุรกิจ มทร.ธัญบุรี ในรายวิชาการจัดนิทรรศการและการตลาดเชิงกิจกรรม ได้ออกจากห้องเรียนไปสัมผัสสนามจริง กับการทัศนศึกษาที่บริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน) อาณาจักรสื่อบันเทิงครบวงจรของไทยที่หลายคนโตมากับรายการของค่ายนี้
การเดินทางครั้งนี้ไม่ใช่แค่ “ไปดูงาน” แบบเช็คชื่อแล้วกลับ แต่เป็นการพาเด็กมาร์เก็ตติ้งไปเห็นการทำงานเบื้องหลังสื่อและอีเวนต์จริง ๆ ว่ากว่าจะออกอากาศหรือจัดโชว์หนึ่งงาน ต้องผ่านอะไรบ้าง
ทำความรู้จักเวิร์คพอยท์: จากรายการฮิตสู่จักรวาลบันเทิง
เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ เริ่มต้นจากความตั้งใจของทีมผู้ก่อตั้ง ที่อยากสร้างรายการโทรทัศน์ที่ทั้งสนุกและมีคาแรกเตอร์ชัดเจน ผลงานยุคแรก ๆ อย่าง “เวทีทอง” และ “ชิงร้อยชิงล้าน” คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้ชื่อของเวิร์คพอยท์กลายเป็นที่จดจำของคนทั้งประเทศ
จากรายการทีวีเพียงไม่กี่รายการ วันนี้เวิร์คพอยท์ขยายตัวกลายเป็นธุรกิจสื่อครบวงจร ดูแลตั้งแต่
การผลิตรายการโทรทัศน์หลากหลายรูปแบบ
ภาพยนตร์และคอนเทนต์บันเทิงรูปแบบใหม่
คอนเสิร์ตและโชว์สด
ละครเวทีและการแสดงบนเวทีรูปแบบต่าง ๆ
กิจกรรมการตลาดและอีเวนต์ที่เชื่อมโยงกับแบรนด์และผู้ชม
นี่คือสนามจริงของการตลาดเชิงกิจกรรม ที่ผสมผสานทั้ง ครีเอทีฟ การเล่าเรื่อง และการจัดการประสบการณ์ผู้ชม เข้าไว้ด้วยกันอย่างแนบเนียน
จากไอเดียสู่รายการ: เปิดระบบการผลิตสื่อบันเทิง
ระหว่างการทัศนศึกษา นักศึกษาได้ฟังการบรรยายจากทีมงานเวิร์คพอยท์ ที่ถอดกระบวนการทำงานแบบทีละขั้น ให้เห็นภาพว่าคอนเทนต์หนึ่งชิ้นเกิดขึ้นอย่างไร
ตั้งแต่
การวางแผนคอนเซ็ปต์และรูปแบบรายการ
การคิดเนื้อหาและออกแบบประสบการณ์คนดู
การถ่ายทำในสตูดิโอและโลเคชันจริง
การตัดต่อ เติมเอฟเฟกต์ ใส่มิติความสนุก
ไปจนถึงการเผยแพร่ผ่านช่องทางต่าง ๆ
นักศึกษาไม่ได้แค่ “ฟัง” แต่ยังได้เดินชมสตูดิโอและส่วนงานต่าง ๆ ของบริษัท เห็นอุปกรณ์จริง ทีมงานจริง และบรรยากาศการทำงานในอุตสาหกรรมสื่อบันเทิงแบบใกล้ชิด
จากหน้าจอที่เคยเห็นในทีวี กลายมาเป็นฉากจริงที่อยู่ตรงหน้า ทำให้หลายคนได้เชื่อมโยงบทเรียนในห้องเรียนเข้ากับโลกการทำงานได้ชัดเจนขึ้น
เจาะลึกการตลาดเชิงกิจกรรมสไตล์เวิร์คพอยท์
หนึ่งในไฮไลต์ของการศึกษาดูงานครั้งนี้ คือการเรียนรู้เรื่อง การตลาดเชิงกิจกรรม (Event Marketing) ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของธุรกิจบันเทิงยุคใหม่
ทีมงานได้เล่าให้นักศึกษาฟังถึงแนวคิดสำคัญ เช่น
การใช้กิจกรรมและการแสดงสดสร้างประสบการณ์ร่วมกับผู้ชม
การออกแบบกิจกรรมให้เชื่อมโยงกับแบรนด์อย่างแนบเนียน
การสร้างบรรยากาศหน้าเวทีและหลังเวทีให้สอดคล้องกัน
การใช้คอนเทนต์จากกิจกรรมไปต่อยอดบนแพลตฟอร์มอื่น
ทั้งหมดนี้ทำให้นักศึกษาเห็นว่า การตลาดเชิงกิจกรรมไม่ใช่แค่การจัดงานให้จบ ๆ ไป แต่คือการสร้าง ความทรงจำและความรู้สึกดี ๆ ระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภค
เรียนรู้ทักษะใหม่ในยุคดิจิทัล
ในยุคที่สื่อดิจิทัลเปลี่ยนพฤติกรรมผู้ชมตลอดเวลา บริษัทสื่ออย่างเวิร์คพอยท์ก็ต้องปรับตัวอย่างต่อเนื่อง นักศึกษาได้เรียนรู้มุมมองสำคัญเกี่ยวกับ
ความท้าทายของการดึงคนดูให้อยู่กับคอนเทนต์ท่ามกลางตัวเลือกนับไม่ถ้วน
การผสานอีเวนต์หน้าเวทีกับโลกออนไลน์ให้ไปด้วยกันอย่างลื่นไหล
การใช้ข้อมูลผู้ชมมาช่วยออกแบบคอนเทนต์และกิจกรรม
ประเด็นเหล่านี้ช่วยเปิดมุมมองว่า นักการตลาดยุคใหม่ต้องเข้าใจทั้งโลกออฟไลน์และออนไลน์ ไม่ใช่เลือกแค่ด้านใดด้านหนึ่ง
แรงบันดาลใจที่ได้จากการลงสนามจริง
หลังจบทริปทัศนศึกษา นักศึกษาหลายคนแชร์ความรู้สึกตรงกันว่า การได้เห็นการทำงานจริงในกองถ่ายและสตูดิโอ ทำให้เข้าใจมากขึ้นว่า
ทฤษฎีที่เรียนในห้อง ไม่ได้มีไว้สอบอย่างเดียว แต่สามารถนำมาปรับใช้กับงานได้จริง
งานด้านการตลาดและสื่อบันเทิง ต้องอาศัยทั้งความคิดสร้างสรรค์ การวางแผนอย่างเป็นระบบ และการทำงานเป็นทีม
เส้นทางการทำงานสายมาร์เก็ตติ้งและสื่อบันเทิง แม้จะท้าทาย แต่ก็เต็มไปด้วยโอกาสและความสนุก
ประสบการณ์ที่ได้สัมผัสด้วยตัวเอง ทำให้หลายคนยืนยันชัดเจนขึ้นว่าเลือกเรียนสาขานี้ไม่ผิดทาง
ปิดท้าย: ห้องเรียนที่ขยายออกไปนอกมหาวิทยาลัย
การทัศนศึกษาครั้งนี้สะท้อนแนวทางการเรียนการสอนของสาขาวิชาการตลาด มทร.ธัญบุรี ที่เน้นการเรียนรู้แบบลงมือทำจริง ไม่ยึดติดแค่ตำรา
ประโยชน์ที่นักศึกษาได้รับ ได้แก่
ภาพรวมที่ชัดเจนของอุตสาหกรรมสื่อบันเทิงและงานเบื้องหลัง
ความเข้าใจเชิงลึกเกี่ยวกับการตลาดเชิงกิจกรรมและการสร้างแบรนด์
แรงบันดาลใจในการพัฒนาตัวเองให้พร้อมสู่การเป็นมืออาชีพในอนาคต
การได้ออกไปพบผู้เชี่ยวชาญตัวจริงในอุตสาหกรรม คือการเติมเชื้อไฟให้กับความฝันของนักศึกษา ว่าวันหนึ่งพวกเขาเองก็สามารถเป็นส่วนหนึ่งของทีมที่สร้างสรรค์รายการ คอนเสิร์ต หรือแม้แต่ละครเวทีที่ตรึงใจผู้ชมทั้งประเทศได้เช่นกัน

