รับแอปรับแอป

เปิดเกมใหม่งานพิมพ์สิ่งทอ! ถอดรหัสซีรีส์ SureColor ของเอปสัน ที่คิดมาเพื่อสายผ้าและป้ายโดยเฉพาะ

ศุภกร วงศ์ทอง01-30

เอปสันเดินเกมใหญ่ รุกตลาดป้ายและสิ่งทอด้วยซีรีส์ SureColor

เอปสัน ประเทศไทย เปิดตัวไลน์อัปใหม่ในตระกูล SureColor ยกระดับตลาดเครื่องพิมพ์เชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรมครั้งสำคัญในรอบ 9 ปี เน้นเจาะกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจป้ายโฆษณาและสิ่งทอเต็มตัว

หัวใจของซีรีส์นี้คือการ ให้สีได้กว้าง แม่นยำ และเสถียรยิ่งขึ้น รองรับงานพิมพ์หลากหลายรูปแบบ ทั้งงานป้าย งานผ้า ไปจนถึงงานกราฟิกระดับพรีเมียม พร้อมเดินเกมแบบผสมผสานทั้ง “นวัตกรรม + ความยั่งยืน” ไปพร้อมกัน

เอปสันตั้งเป้ารักษาความเป็นผู้นำตลาด B2B และผลักดันส่วนแบ่งตลาดเครื่องพิมพ์เชิงพาณิชย์ให้แตะ 30% ภายในสิ้นปี ทั้งจากการขยายฐานลูกค้าใหม่และอัปเกรดเครื่องเดิม

กลุ่มป้ายโฆษณา: 3 รุ่นหน้ากว้าง ที่เกิดมาเพื่อสายงานป้าย

ในฝั่งเครื่องพิมพ์ป้ายโฆษณา เอปสันเปิดตัว 3 รุ่นใหม่ในซีรีส์ SureColor SC-S ที่ออกแบบมาเพื่อผู้ให้บริการงานป้ายและงานกราฟิกโดยเฉพาะ ได้แก่

  • SureColor SC-S9130

  • SureColor SC-S8130

  • SureColor SC-S7130

ทั้ง 3 รุ่นเป็นเครื่องพิมพ์หน้ากว้าง 64 นิ้ว ระบบ Eco Solvent รองรับทั้งงานในอาคารและนอกอาคาร เหมาะกับงานป้ายโฆษณาทุกแนวตั้งแต่งานโปรดักชันขนาดใหญ่ไปจนถึงงานดีไซน์เฉพาะทาง

จุดเด่นสำคัญคือการใช้หัวพิมพ์ PrecisionCore Micro TFP รุ่นใหม่ ที่ให้ความเร็วและความคมชัดสูงขึ้น มีระบบตรวจจับการอุดตันอัตโนมัติ พร้อมช่วยปรับคุณภาพการพิมพ์ให้สามารถเก็บรายละเอียดตัวอักษรเล็กได้ถึง 3 พอยต์

หมึกพิมพ์ที่ใช้ได้รับมาตรฐาน Greenguard Gold ชูภาพลักษณ์เป็นมิตรต่อผู้ใช้งานและสิ่งแวดล้อม ลดความกังวลเรื่องกลิ่นและสารระเหยสำหรับธุรกิจที่ต้องทำงานในพื้นที่ปิดหรือร่วมกับทีมออกแบบ

โดยเฉพาะรุ่นไฮไลต์ SC-S9130 ที่โดดเด่นด้วยระบบหมึก มากถึง 11 สี ซึ่งถือว่าเยอะที่สุดในตลาดตอนนี้ และเพิ่มเติมหมึกสีเขียว (Green) เข้าไปในชุดสี ทำให้:

  • ขยายขอบเขตการแสดงสี (Color Gamut) ได้กว้างขึ้น

  • เก็บโทนสีและรายละเอียดได้เนียนตาและแม่นยำกว่าเดิม

  • ตอบโจทย์งานที่ต้องการสีเป๊ะและภาพลักษณ์ระดับพรีเมียม

เหมาะอย่างยิ่งสำหรับงานประเภท:

  • โปสเตอร์สินค้าแบรนด์หรู

  • สติกเกอร์แร็ปรถ

  • ฉลากผลิตภัณฑ์ความงาม

  • งานศิลปะและงานออกแบบที่เน้นสีสันจัดจ้านและเฉดสีซับซ้อน

สรุปสายป้าย: ซีรีส์ SC-S ถูกวางให้เป็นเครื่องมือของธุรกิจที่ต้องการก้าวจากงานมาตรฐานไปสู่ งานคุณภาพสูงที่สร้างมูลค่าเพิ่ม มากกว่าการแข่งกันแค่ราคา

กลุ่มสิ่งทอ: เติมช่องว่างให้ครบทุกเทคนิคงานผ้า

ในโลกของงานผ้า เอปสันเพิ่มสมาชิกใหม่ SureColor SC-G6030 เข้าสู่ไลน์อัปในฐานะเครื่องพิมพ์ระบบ DTFilm (Direct-to-Film) รุ่นแรกของบริษัท เพื่อปิดจุดบอดและทำให้พอร์ตโฟลิโอครอบคลุมงานสิ่งทอแทบทุกสไตล์

ปัจจุบัน เอปสันจึงกลายเป็นแบรนด์ที่มีเครื่องพิมพ์หน้ากว้างรองรับงานผ้าเกือบทุกเทคนิคในอุตสาหกรรมสิ่งทอ ได้แก่:

  • Dye Sublimation
    สำหรับผ้าโพลีเอสเตอร์ เช่น เสื้อกีฬา งานแฟชั่นแนวสปอร์ต ผ้าลายพิมพ์ต่างๆ

  • Direct-to-Garment (DTG)
    พิมพ์ตรงลงบนผ้าฝ้าย เหมาะกับแบรนด์เสื้อยืด แฟชั่นไลฟ์สไตล์ และงานสั่งทำทีละชิ้น

  • Direct-to-Film (DTFilm) – น้องใหม่ที่มาแรง
    จุดเด่นคือความยืดหยุ่นสูง พิมพ์ลงบนฟิล์มก่อนค่อยถ่ายโอนลงบนวัสดุหลากหลายชนิด ทำให้จัดการงานพิมพ์ได้คล่องกว่าเดิม รองรับงานแบบออเดอร์ยืดหยุ่น และลดปัญหาเรื่องสต็อกสินค้า

การใช้งานระบบ DTFilm เหมาะอย่างยิ่งสำหรับ:

  • เสื้อยืดแฟชั่นและเสื้อทีมจำนวนไม่มาก

  • รองเท้าและแอ็กเซสซอรีผ้า

  • ถุงผ้าและกระเป๋าผ้า

  • ของที่ระลึกและสินค้าที่ต้องการลายเฉพาะตัว

ถ้ามองจากมุมคนทำงานผ้า การมีทั้ง Sublimation, DTG และ DTFilm อยู่ในแบรนด์เดียว ทำให้การวางแผนอัปเกรดธุรกิจง่ายขึ้น เลือกเทคนิคให้เหมาะกับเนื้อผ้า ปริมาณ และต้นทุนได้อย่างยืดหยุ่น

ทำไมซีรีส์ SureColor ถึงถูกออกแบบมาเพื่อธุรกิจยุคใหม่

เอปสันวางแนวคิดของซีรีส์ SureColor ให้เป็นมากกว่าเครื่องพิมพ์ แต่เป็น โซลูชันขับเคลื่อนธุรกิจ สำหรับผู้ประกอบการ เอสเอ็มอี และโรงงานที่ต้องการยกระดับการผลิต

มุมมองนี้ตอบรับพฤติกรรมผู้ใช้งานปัจจุบันที่ไม่ได้มองหาแค่เครื่องมือชิ้นเดียว แต่ต้องการแพลตฟอร์มครบวงจรที่ช่วยให้ธุรกิจเติบโตได้จริง

จุดขายหลักของซีรีส์นี้ ได้แก่:

  • ให้สีได้กว้างและแม่นยำ รองรับงานที่ต้องการโทนสีซับซ้อนและมาตรฐานสูง

  • รองรับงานเฉพาะทางและออเดอร์ขนาดเล็ก ช่วยให้ทำธุรกิจแบบออนดีมานด์ได้คุ้มค่า ไม่ต้องสต็อกเยอะ

  • ใช้งานง่าย ไม่ต้องพึ่งคนที่มีสกิลสูงมาก ช่วยลดต้นทุนแรงงานและความเสี่ยงจากการขาดคน

  • รอบการผลิตรวดเร็ว ทำให้ตอบสนองดีมานด์ลูกค้าได้ทันเวลา

  • ดีไซน์โดยคำนึงถึงความยั่งยืน ทั้งด้านพลังงาน การลดของเสีย และการเลือกใช้หมึกที่ปลอดภัย

ทั้งหมดนี้ทำให้ผู้ประกอบการสามารถ ขยายขอบเขตความคิดสร้างสรรค์ พร้อมกับรักษาความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน

เกมรุกด้านตัวเลข: เป้าหมายส่วนแบ่งตลาดและยอดขาย

จากการเสริมทัพด้วยซีรีส์ SureColor รุ่นใหม่ เอปสันตั้งใจใช้ผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้เป็นหัวหอกในการรักษาและขยายความเป็นผู้นำในตลาดเครื่องพิมพ์เชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรม

เป้าหมายสำคัญมีทั้งในมุมส่วนแบ่งตลาดและโครงสร้างรายได้ เช่น:

  • ดันส่วนแบ่งตลาดเครื่องพิมพ์เชิงพาณิชย์จาก 28% ขึ้นเป็น 30%

  • กลุ่มเครื่องพิมพ์ป้ายโฆษณา (Signage) ยังคงครองอันดับหนึ่งด้วยส่วนแบ่งราว 30% ครอบคลุมระบบหมึก Eco Solvent, Solvent และ Latex

  • กลุ่มเครื่องพิมพ์สิ่งทอ (Graphic Textile) เอปสันเป็นแบรนด์ที่มียอดขายสูงสุด ครองส่วนแบ่ง ประมาณ 30%

  • กลุ่มเครื่องพิมพ์ภาพถ่าย (Photographic) ครองส่วนแบ่งสูงถึง 32%

ในภาพรวมของโครงสร้างรายได้:

  • ยอดขายหลักยังมาจากเครื่องพิมพ์ขนาดเล็ก (รวมสแกนเนอร์และเครื่องถ่ายเอกสาร) ประมาณ 60–65%

  • โปรเจ็กเตอร์มีสัดส่วนยอดขายราว 15%

  • กลุ่มเครื่องพิมพ์เชิงพาณิชย์และธุรกิจอยู่ที่ประมาณ 17–18% และมีเป้าผลักดันให้ขึ้นไปแตะ 20% ภายใน 3 ปี

แปลเป็นภาษาคนทำธุรกิจ คือ เอปสันกำลังดันให้เซกเมนต์งานพิมพ์ระดับโปรและงานอุตสาหกรรม กลายเป็นเสาหลักอีกต้นหนึ่งของบริษัทในไทย

หนุนการเปลี่ยนผ่านสู่งานพิมพ์ดิจิทัล โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมสิ่งทอ

หนึ่งในโอกาสเติบโตสำคัญของเอปสันในประเทศไทยคือ การผลักดันการเปลี่ยนผ่านจากระบบอะนาล็อกสู่ดิจิทัล โดยเฉพาะในกลุ่มสิ่งทอ ที่หลายโรงงานรายใหญ่ยังใช้กระบวนการผลิตแบบเดิมอยู่

เอปสันใช้จุดแข็งด้านเทคโนโลยีเครื่องพิมพ์ ผสานกับซอฟต์แวร์และการบริการแบบครบลูป เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการสิ่งทอ:

  • ลดขั้นตอนและเวลาการผลิต เมื่อเทียบกับการพิมพ์แบบดั้งเดิม

  • ควบคุมคุณภาพงานได้สม่ำเสมอขึ้น

  • วางแผนต้นทุนและการใช้วัตถุดิบได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

  • รับงานออเดอร์หลากหลายขนาดได้อย่างยืดหยุ่น

สาระสำคัญ คือ การทำให้ธุรกิจสามารถขยับเข้าสู่การผลิตแบบดิจิทัลได้โดยไม่รู้สึกว่าต้องลงทุนเกินตัว หรือบริหารจัดการยากจนทีมรับไม่ไหว

ความยั่งยืน: เงื่อนไขใหม่ของซัพพลายเชนที่เอปสันหยิบมาจริงจัง

ในยุคที่แบรนด์สินค้าและผู้ประกอบการห่วงเรื่องภาพลักษณ์ด้านสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เครื่องพิมพ์ไม่ได้ถูกมองแค่เรื่องคุณภาพงาน แต่รวมไปถึงผลกระทบต่อโลกด้วย

เอปสันจึงออกแบบโซลูชันให้สอดรับกับแนวคิด “พิมพ์ให้สวย และต้องพิมพ์ให้รับผิดชอบ” ด้วยแนวทางอย่างเช่น:

  • เลือกใช้หมึกที่ปลอดภัยต่อผู้ใช้งานและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

  • พัฒนาเทคโนโลยีที่ช่วยลดของเสียจากกระบวนการผลิต

  • เน้นให้เครื่องใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่กินไฟเกินจำเป็น

  • ช่วยให้ทั้งซัพพลายเชนสามารถลด คาร์บอนฟุตพรินท์ ได้อย่างมีนัยสำคัญ

ในมุมผู้ประกอบการสายผ้าและป้าย นี่คือแต้มต่อสำคัญ เพราะลูกค้ารุ่นใหม่และแบรนด์ระดับสากลเริ่มกำหนดเงื่อนไขด้านสิ่งแวดล้อมในซัพพลายเชนชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ

ใครคือกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากซีรีส์ SureColor

ปัจจุบัน เอปสันมีฐานลูกค้าครอบคลุมตั้งแต่:

  • โรงงานสิ่งทอที่ต้องการยกระดับกระบวนการพิมพ์

  • ผู้ให้บริการด้านการพิมพ์และงานป้ายโฆษณา

  • นักออกแบบและสตูดิโอครีเอทีฟที่ต้องการงานสีแม่นยำ

  • แบรนด์สินค้าที่อยากควบคุมคุณภาพงานพิมพ์ด้วยตัวเอง

  • ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ที่เริ่มธุรกิจแบบ ออนดีมานด์ เช่น ร้านเสื้อยืด สกรีนผ้า ของที่ระลึก

สิ่งที่ทำให้เอปสันมีโอกาสขยายฐานลูกค้าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง คือการ ผสานเทคโนโลยีการพิมพ์ ซอฟต์แวร์ การบริการ และโมเดลธุรกิจเข้าไว้ด้วยกัน ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าไม่ได้ซื้อแค่เครื่อง แต่ซื้อทั้งระบบ

สรุป: จากเครื่องพิมพ์สู่แพลตฟอร์มสร้างโอกาสในงานผ้าและงานป้าย

ซีรีส์ SureColor ของเอปสันไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อแข่งกันแค่เรื่องความละเอียดหรือจำนวนหัวพิมพ์ แต่ถูกวางให้เป็น ชุดเครื่องมือสร้างโอกาสใหม่ทางธุรกิจ โดยเฉพาะในโลกของงานป้ายและงานสิ่งทอ

สำหรับคนทำงานผ้า แบรนด์แฟชั่นขนาดเล็ก ไปจนถึงโรงงานที่อยากพลิกจากอะนาล็อกสู่ดิจิทัล นี่คืออีกหนึ่งตัวเลือกที่ช่วยให้:

  • ทดสอบไอเดียใหม่ได้เร็วขึ้น

  • รับงานหลากหลายรูปแบบโดยไม่ต้องลงทุนซ้ำซ้อนหลายระบบ

  • ขยับธุรกิจเข้าสู่เกมความยั่งยืนได้แบบไม่ฝืนตัวเอง

ใครกำลังมองหาเครื่องพิมพ์ที่คิดเผื่อทั้งเรื่องคุณภาพ ต้นทุน ความยืดหยุ่น และภาพลักษณ์ด้านสิ่งแวดล้อม ซีรีส์ SureColor คือหนึ่งในตัวเลือกที่ควรอยู่ในลิสต์พิจารณาอย่างจริงจัง